วิธีคืนชีพให้กับ failure hdd (ใช้ได้เป็นบางกรณี)

รูปภาพของ MoonBlade
MoonBlade
Rating 2
Posts: 19
Joined: 06-01-2008

ด้วยความที่เราอยากจะนำ hdd เก่า กลับมาใช้ร่วมกับอีกอันที่มีอยู่ เนื่องจากเกิดความเสียดายพื้นที่ ถ้าทำให้ใช้ได้บ้างก็ดีเหมือนกัน จะได้เนื้อที่เพิ่มตั้ง 40 GB แม้ว่าเดิมที M$ จะขึ้นว่า hardware install not properly ตลอดเวลา และเวลาบูตเครื่อง จะขึ้นข้อความเตือนทุกครั้งว่า...

"SMART Failure Predicted on Hard Disk XXXXXX(จำชื่อรุ่นไม่ได้)

Warning: Immediately back up data and replace your hard disk drive. A Failure may be iminent

Press F1 to continue"

เราจึงทำการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ดู พอได้ใจความว่า ถ้าเกิดอาการแบบนี้ให้เตรียมใจไว้ล่วงหน้าก่อนเลยว่า hdd ของคุณใกล้เสียชีวิตแล้ว แต่ก็มีบางคนเคยลองทำการ Low-Level Format แล้วปรากฏว่ามันสามารถช่วยทำให้ BIOS ไม่ขึ้นข้อความเตือนอีกต่อไป ถึงจะไม่สามารถแก้ไขจุดเสียบน hdd ได้ แต่ก็็ช่วยยืดอายุเพิ่มได้อีกนิดนึง

เราจึงลองใช้ Hiren BootCD ช่วยทำการ Low-Level Format ดู เมื่อบูตเครื่องอีกที ปรากฏว่ามันไม่ขึ้นเตือนจริงๆ

เครื่องของเรา จึงมี hdd 2 ลูก คือ Primary Master (ขอย่อเป็น PM) 80 GB, Primary Slave (ขอย่อเป็น PS) 40 GB (ตัวที่เน่าคือ PS) ตอนลงลินุกซ์ เราก็เซ็ตให้ PM มี 3 พาร์ทิชั่น เป็น / ~37GB แบบ JFS /data ~37GB แบบ XFS swap 4GB ส่วน PM มีพาร์ทิชั่นเดียว เป็น /test แบบ XFS

ตอน install ทำได้ตามปกติไม่ีปัญหาอะไร แต่ตอนบูตนี่สิ ปรากฏว่าบูตไม่ขึ้นหน้าล็อกอินซักที เราเลยลองกด Ctrl+Alt+F2 ดู เพื่อให้มันขุ้นหน้าจอแบบ Text-Mode ปรากฏว่า มันขึ้น hdd error ไม่หยุดเลย เราเลยลองลงใหม่อีกรอบ แต่คราวนี้เปลี่ยนให้ลูกที่เน่าใช้ ext3 แทน ปรากฏว่าบูตได้ไม่มีปัญหาเฉยเลย

จากการทดลองครั้งนี้จึงสรุปเป็นวิธีการกู้ชีพ hdd ที่เน่าให้กลับมาใช้งานได้ดังนี้

1. ปรับให้ hdd ที่จะคืนชีพ อยู่ อันอื่นที่ไม่ใช่ Primary Master (เรื่องอะไรจะเอา hdd เน่าๆ เป็นตัวหลักล่ะ)

2. ใช้โปรแกรมจำพวก diagnostic ของ hdd ยี่ห้อนั้น ทำการ Low-Level Format ทั้งลูก (แนะนำให้ใช้ Hiren BootCD มีโปรแกรมเกือบของทุกยี่ห้อให้เลือกใช้)

3. install ตามปกติ แต่เลือกให้พาร์ทิชั่นบน hdd ที่เราจะคืนชีพเป็น ext3

เพิ่มเติม - การคืนชีพ hdd ด้วยวิธีนี้นั้นมีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่ง คือ ห้ามทำการ update kernel เพราะเราตอนบูตครั้งแรกยังดีๆ อยู่เลย แต่พออัพเดทเข้าไปนี่สิ รีสตาร์ทอีกที เครื่องเน่าไปเลย

เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จพิธีคืนชีพ hdd แต่ว่าวิธีนี้เรายังไม่ได้ลองบน M$ นะ ถ้้าใครลองแล้วได้ผลอย่างไร อย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังด้วยน้า ^^

--
Open the source and the source will guide you to freedom.
รูปภาพของ จักรนันท์
จักรนันท์
Rating 7
Posts: 507
Joined: 10-12-2004
หนึ่งในคุณสมบัติของ ext file system

ได้เจอด้วยตัวเองแล้วสิครับ...

ข้อสามที่คุณกล่าวมานั่นแหละครับ ที่ผมเคยเล่าถึงว่าเป็นส่วนหนึ่งของข้อเสียซึ่งทำให้มี Overhead ที่ ext3 format ใช้สูงกว่า format อื่น ซึ่งในข้อเสียนั้น มันก็มีข้อดีด้านนี้ด้วยไงครับ คือการแก้ปัญหา Error ได้เองในระดับหนึ่งด้วยโครงสร้างที่มีการ Backup อยู่ในตัวเองตั้งแต่ Allocation table รวมไปถึง CRC Error ครับ (แก้ปัญหาได้แบบ Realtime ด้วยครับ ทำให้ไม่มี Downtime)

รูปภาพของ franket
franket
Rating 5
Posts: 384
Joined: 25-06-2003
พูดถึงเรื

พูดถึงเรื่อง ฮาร์ดดิส ใกล้ไปแล้วก็กำลังเจออยู่เหมือนกัน กับเครื่อง Server เจ้าปัญหา ตอนแรกใช้ Raid5 อยู่ลง วินโดว์2003 มีอยู่วันนึงไฟดับ ผมก็ปิดเครื่อง เพราะว่าท่าทางจะดับนาน ups ช่วยได้แค่ไม่นาน พอตอนเช้าน่ะสิ บูต ไม่ขึ้น หาการ์ด raid ไม่เจอ ลองขยับไปขยับมาไม่รู้ทำไง ก็ลองเปลี่ยนช่อง การ์ด raid ดู เข้าได้แฮะ เปิดไปได้ซักพัก ไม่รู้มีอะไรเกิดขึ้นจำไม่ได้ ลองรีบูตใหม่ อ้าว ไม่ได้อีกแล้ว เลยคิดว่า การ์ด น่าจะเสียก็เลย ถอดออก แล้วเอาดิสเสียบโดยตรง ต่อไปได้ซักพัก ลองลง Debian4.0 ดูก็ดูเหมือนจะใช้ปกติ ( format ext3 ) ใช้ ๆ ไปซักพัก ลองอัพเดต ลงโน้นลงนี่ รู้สึกมีปัญหา อยู่ ๆ ก็มีบรรทัด ขึ้นมาว่า Error อะไรซักอย่าง จดไว้ แต่จำไม่ได้ล่ะ แต่มันก็ recover ได้นะ แต่ก็ใช้ได้แต่แบบ readonly ก็นึกว่าเป็นที่แผ่น ก็เลย เอา Debian4.0 r2 ของพี่อีกคนมาลง มันก็เป็นอีก ลองรีบูตดู (ปกติเป็น รีบูต กลับมายังใช้ได้) แต่คราวนี้ ขึ้น Error grub 15 ตอนบูต สังเกตุดูบอกว่า Hardware Error หุ หุ มันจะพังแล้วมันก็คงต้องพัง ก็เลยถอดออกแล้วเอาอีกตัวสลับมาใช้แทน ตอนนี้ก็กำลังดูอาการอยู่ หุ หุ หรือว่าตอนนั้น card raid เราไม่เสียเนี่ย หุหุ 

ก็แวะมาดู ก็ขอบคุณครับ ก็ทำให้รู้ว่า ext3 มันดียังไง แต่ปกติ กับเครื่อง Server ถ้าเป็น ลินุกซ์ก็ใช้ ext3 อยู่ล่ะ แต่ FreeBSD ผมก็ใช้ของมันเนี่ยแหละ แฮะ ๆ แต่ยังไง ก็ยังรู้สึกว่า ฮาร์ดดิสมันดูไว้ใจไม่ค่อยได้เลยอ่ะ หลายครั้งหลายหน ที่ไฟดับ แล้วบูตไม่ขึ้น (FreeBSD) แต่ก็ยังดี ที่มี fsck เอาไว้ช่วยได้ เฮ้อ ยังไงก็ต้องหาทาง backup ดี ๆ หากล่มขึ้นมา backup ก็ไม่ดี ล่ะเหนื่อยแย่เลย หุหุ

อ้อ ผมเคยเอาดิสเก่า ๆ ที่มีปัญหา bad มาลองลง ลินุกซ์ เหมือนกันครับ ตอนลงรู้สึกว่าลงได้เหมือนกัน แต่ลงเสร็จก็บูตไม่ขึ้นอ่ะ ท่าทางมันจะ bad เยอะไปหน่อยอ่ะ อิอิ Laughing

รูปภาพของ MoonBlade
MoonBlade
Rating 2
Posts: 19
Joined: 06-01-2008
ตอนแรกก็น

ตอนแรกก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะทำยังไง พอดีนึกขึ้นได้ว่าเคยอ่านกระทู้นี้มา นึกถึงตอนที่คุณจักรนันท์พูดถึง ext3 ว่ากู้ข้อมูลง่าย ก็เลยลองเปลี่ยนมาใช้ ext3 ดู

ระบบอาจจะช้าลงนิดนึง แต่ก็คุ้มถ้าแลกกับการที่คืนชีพให้ hdd ที่ใกล้จะเป็นซอมบี้จนได้เนื้อที่เพิ่มมาอีก 40 GB ถ้าระบบช้าจัด คงต้อง ลดลูกเล่น compiz ล่ะมั้งเนี่ย

ส่วนที่กรณีที่คุณ franket เจอตอนแรกเราก็เจอเหมือนกัน แต่ตอนหลังเรา Low-Level Format ก่อน install ก็พอจะช่วยได้บ้าง บูตก็บูตได้ แต่มีปัญหาตรงที่ update ปุ๊บ พอรีสตาร์ทเครื่องอีกรอบปั๊บ เน่าทันที ตอนนี้ก็กำลังทดลองหาวิธีอื่นๆ อยู่ ได้ผลอย่างไร จะส่งข่าวมาอีกที

--
Open the source and the source will guide you to freedom.
รูปภาพของ จักรนันท์
จักรนันท์
Rating 7
Posts: 507
Joined: 10-12-2004
Extended file system กับ S.M.A.R.T. สองยอด Live guard

พอมีเวลาว่างอีกซักหน่อยก่อนอาบน้ำเข้านอน... เลยเข้ามาชี้แจงให้อีกสักหน่อย

ที่ผมเล่าไปนั้น ก็ไม่ได้หมายความ ext จะวิเศษวิโสขนาดใช้มันต่อไปได้อย่างนิ่งนอนใจในยาม Harddisk เริ่มมีปัญหาขึ้นมานะครับ... เลยต้องมาขยายความ... คืออย่างงี้ครับ...

File system นี้ถูกคิดขึ้นมาในขณะที่มองว่าบทบาทของมันคือเพื่อ File server reliability (ไม่ได้หมายถึงกรณีความเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับ OS นะครับ อันนี้มามองกันในเรื่องของ Objective ในขณะที่ Design) ดังนั้น Overhead ส่วนหนึ่ง ประมาณ 75% โดยเฉลี่ยแล้วแต่ขนาด Harddisk (แล้วแต่อย่างไร ไว้เล่าทีหลังครับ ลงเทคนิคมากเกินไป เดี๋ยวไปอาบน้ำช้าแล้วจะโดนว่า "กลับเป็นเหมือนเด็ก") ส่วนที่เหลือก็เว้นเผื่อไว้อนาคตตาม OS Security System Roadmap

ทีนี้... หัวข้อของผมอ้างถึง S.M.A.R.T. ไว้ด้วยก็เพราะว่า เมื่อสองอย่างนี้อยู่บนเครื่องเดียวกัน มันจะทำให้คุณไม่มีโอกาสได้ใช้ความสามารถในการ "กู้ข้อมูล" เลยครับ เพราะ S.M.A.R.T. นั้น เมื่อมีเพียงครั้งเดียวที่ Harddisk ใช้เวลาในการ Read/Write บิตใดๆ เกินกว่าเวลาที่กำหนดใน Firmware ก็จะทำการ Set flag ใน Flash rom ให้เป็น "1" ณ บริเวณที่เป็น Map ของบริเวณที่มีปัญหาทันที เพื่อให้ POST ตอน Boot นั้นแสดงข้อความเตือนได้ เวลาเรา Low-level format นั้น โปรแกรมก็จะทำการ Mark ส่วนนั้นไว้ใน Flash แล้วใช้พื้นที่สำรองที่มีเหลือเศษปลายๆ ไว้ใช้แทนตราบจนกระทั่งหมดพื้นที่ (โดยมากเหลือเศษไม่เกิน 1 Track อยู่แล้วครับ มันไม่ลงตัวเวลาแบ่ง Partition และบาง BIOS ก็ใช้พื้นที่ตรงนี้ด้วยเพื่อเก็บค่า Config เช่น เครื่อง COMPAQ บางรุ่น)

ทีนี้... ถึงมี S.M.A.R.T. ก็ตาม โดยปกติ File system อื่นก็จะมี Error เกิดขึ้นแล้วครับ เพราะเมื่อ S.M.A.R.T. Fail ก็แปลว่า มีเสียหายแล้ว ก็ต้องตามแก้/กู้กันไป แต่ถ้าเป็น Ext? จะยังไม่เจอปัญหาจนกว่า พื้นที่สำรองจะหมด หรือ บังเอิญเสียโดนสามจุดคือทั้ง Master allocation table, Block pointer และ Check bit (เห็นไหมครับ ป้องกัน 3 เด้งเลยเชียว) แต่ถ้าจะให้พูดจริงๆ คือแค่ Master allocation table และ Block pointer เสียก็หายทั้ง Block แล้วครับ ส่วน Check bit นั้น ข้อมูลไม่หาย แต่จะมี Byte ที่มีค่าผิดไปครับ

นั้นแปลว่า เมื่อระบบป้องกัน 2 ตัวนี้อยู่คู่กัน เจ้าของเครื่องก็จะสามารถใจเย็นได้ พรุ่งนี้ มะรืนนี้ ค่อยออกจากไปหาซื้อ Harddisk ใหม่มาได้ รออีกซัก 4-5 วันว่างๆ เดี๋ยวค่อยถ่ายข้อมูลก็ได้ ตอนนี้ไม่ล้มดอก ไม่มีอะไรหายด้วย ใช้ไปก่อนได้ แต่.. ไม่ได้หมายความว่า "ช่างมัน ฉันไม่แคร์ ฉันจะใช้ต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจอะไร Format มันมี มันเก่ง มันต้องทำงานต่อไป" ครับ

สรุปคือ มันถูกออกแบบมาเพื่อทำให้ "ผู้ดูแลระบบ" ไม่จำเป็นต้อง Down ระบบขณะที่มี Peak เพื่อเปลี่ยน Harddisk ครับ แต่มันถูกออกแบบมาเพื่อให้ "ผู้ดูแลระบบ" สามารถใจเย็นขึ้นได้ ไม่ต้องตระหนกตกใจลนลาน รอเวลาที่ไม่มี Peak แล้วค่อย Down ระบบเพื่อจัดการได้ภายหลังนั่นเองครับ

ฝากให้คิดต่อเล่นๆ ลองคิดดูว่า ถ้าใน Server เรา มีทั้ง S.M.A.R.T. ใช้ Ext? filesystem แล้วยังใช้ RAID แบบ Hotswap ได้อีก... Server เราจะแกร่งเป็น Hercules เลยครับ (นี่อีก 1 สาเหตุที่ทำให้ Linux เป็นที่นิยมมากๆ)

ฝากให้ไปลองเล่นต่อจากที่ฝากให้คิดอีกนิด ปัจจุบัน คุณสามารถใช้ SATA ทำแบบ Hotswap ได้แล้วด้วยนะครับ สามารถ umount แล้วดึงสายออกจาก Mainboard ได้เลย แล้วเสียบใหม่ รอซักพักให้ /dev/sd? ขึ้น แล้วก็ ทำการ fdisk, mkfs.ext3, tune2fs แล้วก็ mount ใช้ได้เลยสดๆ เหมือน SCSI แล้วด้วยนะครับ ไม่ต้องมี Downtime เลย ซึ่งตรงนี้ M$ Windows สามารถทำได้ในระดับที่ Hotswap ได้ แต่ถึงขนาด Create file system แล้วเข้าระบบ Drive letter เลยโดยไม่ต้อง Restart ใหม่นั้น ไม่ได้นะครับ (ถึง XP เท่านั้นนะครับ Vista ไม่ยืนยันว่าไม่ได้ เพราะยังไม่ได้ลองครับ)

อ่านแล้วคันไม้คันมือไหมครับ :) ต้องไปอาบน้ำเสียทีแล้วครับ

รูปภาพของ MoonBlade
MoonBlade
Rating 2
Posts: 19
Joined: 06-01-2008
ฟังแล้วเกิดอาการอยากลองขึ้นทันตา

ขอบคุณคุณจักรนันท์มากๆ สำหรับข้อมูลทางเทคนิคเพิ่มเติมอีกมากมาย ถ้าเป็นอย่างที่คุณจักรนันท์พูด ลองนึกภาพตามแล้วก็แบบว่า.. เซิร์ฟเวอร์รุ่นหลังๆ นี้ช่างทนดีแท้ มีตัวสำรองตั้งหลายเปลาะ ทำให้ admin สบายขึ้นเป็นกอง ไม่ต้องไปเครียดเรื่อง hardware มากนัก เอาเวลาไปเครียดกับเรื่องอื่นแทน และการที่ SATA สามารถทำ hotswap ได้อย่างสมบูรณ์นี่ ก็ช่วยลดต้นทุนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ไปได้เยอะมาก (เข้าข่ายเศรษฐกิจพอเพียงอีกแล้ว)

แต่เราสงสัยตรงที่ linux รุ่นหลังๆ ทำไมเวลาแบ่งพาร์ติชั่นทีไร hdd เรากลายเป็น sda ไปซะงั้น (จริงๆ เรายังใช้แบบ ATA อยู่ มันก็น่าจะเป็น hda ดิ)

แล้ว hdd ของเราเป็น ATA 100 จะทำ Hotswap ได้หรือเปล่า เวลาสั่ง unmount แล้วมันจะตัดไฟ hdd ที่เรา unmount เลยหรือไม่ ประเด็นสำคัญของการทำ hotswap มันขึ้นอยู่กับ hardware หรือ software หรือว่าควบคู่กันไป

ว่าแล้วก็เกิดอาการอยากลองทำ hotswap ขึ้นมาในบัดดล 

--
Open the source and the source will guide you to freedom.
รูปภาพของ จักรนันท์
จักรนันท์
Rating 7
Posts: 507
Joined: 10-12-2004
device name เปลี่ยน

ที่เปลี่ยนจาก /dev/hd? เป็น /dev/sd? ก็เพราะ SATA และ USB นั่นแหละครับ ซึ่งถูกมองว่าคุณสมบัติสามารถดัดแปลงให้มี API คล้าย SCSI ได้ (จึงทำ Hotswap ได้) และมองว่าจะมาแทนที่ PATA จน PATA *เกือบ* ตายไปอย่างแน่นอน (แต่ยังไม่ตายครับ ตายไม่ได้ เพราะยังมีบางอย่างที่ SATA และ USB แทนที่ไม่ได้ ยังไม่ขอลงเทคนิคนะครับ) กระนั้นแล้ว Community ก็ตกลงใจกันรวมเข้าเป็น SCSI เสียเลยไงครับ (เริ่มตั้งแต่ Kernel 2.6.23-2 ขึ้นมา)

นอกจากนี้ยังมีอีกนะครับ CD/DVD จากที่แรกๆ เป็น /dev/cdrom? แล้วพอมา Kernel 2.4.x มาเป็น /dev/scd? พอถึง Kernel 2.6.23-8 ตอนนี้กลายเป็น /dev/sr? แล้วนะครับ ก็ด้วยเหตุผลกลเดียวกันครับ ตอน cdrom? กลายเป็น scd? ก็เพื่อรองรับอุปกรณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นบนโลก นั่นก็คือ DVD ตอนนี้จาก scd? กลายเป็น sr? ก็เพื่อรองรับอุปกรณ์เหล่านี้ที่ Interface แบบ SATA และ USB
 นั่นเองครับ เสียบปุ๊บก็ขึ้นเป็น /dev/sr? ไปตามลำดับ (แต่ยังมี Symbolic link ชื่อเก่าไว้ให้ใช้อยู่ครับ)

แต่ยังมีปัญหาอยู่อย่าง ที่ Community ยังแก้กันไม่ตกครับ คือความไม่แน่นอนระหว่างลำดับทาง Logical กับ Physical ครับ เอามาเล่ากันเสียก่อนตรงนี้เลย ตอนนี้ยังถกเถียงกันอยู่ว่าจะเอาอย่างไร คือถ้าคุณเสียบอุปกรณ์ CD/DVD หลัง OS ทำงานแล้ว sr? ก็จะเกิดขึ้นตามลำดับที่เสียบเข้าไปอยู่แล้ว แต่ถ้ามีหลายๆ ตัวต่ออยู่กับระบบตั้งแต่ตอน Boot มันเกิดปัญหาครับ ยิ่งถ้า Boot แล้ว เกิดมีมาเสียบต่อเพิ่มหลังจากที่ Boot แล้วอีก ซึ่งตาม Physical แล้ว ไอ้ตัวที่เสียบเข้ามาควรอยู่ลำดับก่อนที่เสียบคาไว้อยู่แล้ว ปัญหาคือ sr? จะเป็นหมายเลขลำดับหลัง... เรื่องนี้ยังเป็นปัญหาอยู่ ว่าจะให้ sr? สร้างขึ้นตามลำดับทาง Physical ดีหรือไม่? แต่กระนั้นก็ยังเกิดปัญหาว่า แล้ว /dev/sr0 บางกรณีจะไม่มีเกิดขึ้นเลย เพราะถ้า SATA ตัวแรกเสียบกับ Harddisk แล้ว CD/DVD ที่เป็น SATA ตัวต่อไปก็จะไม่เป็นตัว 0 แล้วจะตั้งกติกากันอย่างไร?

สำหรับ PATA นั้น ทำ Hotswap ไม่ได้ครับ เพราะไม่สามารถสั่ง Power off ได้ด้วย Software ครับ ถ้าดึงออกปั๊บ จะทำให้ค้างไปทั้ง Controller เลยนะครับ (ถ้า Controller อยู่บน Mainboard ก็จะตายทั้ง Board เลย) อีกทั้ง Firmware ในส่วนของ Controller ก็ไม่ได้มี Routine สำหรับรองรับ Hotswap ด้วยครับ มันจะ Detect เพียงครั้งเดียวเท่านั้นครับ

ประเด็นสำคัญของการทำ Hotswap ต้องทั้ง Hardware และ OS ครับ โดยคำนึงถึงการรองรับของ Hardware ก่อนครับ ส่วน OS ถึงแม้ไม่รองรับ ก็สามารถ Hotswap ได้ถ้า Hardware รองรับ แต่ OS อาจไม่รู้เรื่องเลย ทำอะไรไม่ถูกและ/หรือ Blue screen ขึ้นได้ :)

ส่วนในระดับ Application นั้น (บน Linux) ไม่ต้องรู้เรื่องเลยครับ เพราะอ้างถึงสิ่งเหล่านี้ตาม device name อยู่แล้ว จึงไม่เกียวกันเลย ใช้งานอย่างเดียวเลย แต่สำหรับ OS อื่น Application จำเป็นต้องรองรับด้วยในบางกรณี

พูดถึงในระดับ Application แล้ว นึกถึงข้อดีเฉพาะ Linux ได้อีกเรื่องหนึ่งคือ ความขาดจากกันระหว่าง Application ในระดับ FrontEnd กับ Hardware ครับ โครงสร้างเรื่องนี้ดีจริงๆ ผู้สร้าง Application ระดับบนไม่ต้องลงลึกในระดับ Hardware เลยจริงๆ ครับ อ้างถึง device name แล้ว In/Out ไปเลยเหมือนอุปกรณ์ไฟล์มาตราฐาน ง่ายเหมือนปอกกล้วย สมัยก่อนต้อง Interface เองทั้งนั้น ต้องเอา Hardware มานั่งแกะเอง กระทั่ง M$ Windows ก็ยังต้องแกะเอง ทำให้ Programmer แบ่งงานกันทำได้ไม่ขาด ต้องก้าวก่ายกันไป/มา แต่เพราะ Linux นั้น Linus พยายามทำให้คนทุกระดับแม้ไม่ใช่ Programmer สามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาได้ จึงวางโครงสร้างได้ดีมาก วางให้แยกขาดจากกันได้ถึงระดับ Human interface จริงๆ เช่น คนเขียน xmms ไม่ต้องเอา Sound card มาแกะเลยซักตัว คนเขียนเกมก็ยุ่งแต่กับ OpenGL หรือ SDL แต่ไม่ต้องไปยุ่งว่าจะเป็น nVidia หรือ ATI หรือ Sound ใดๆ ยังเหลือก็แต่ทาง Industrail control เท่านั้นครับ แต่ก็เอาเถอะ ของเรามันเฉพาะทางจริงๆ ไม่ต้องเข้าไป Include ใน Kernel จะดีกว่า หนักเปล่าๆ...

รูปภาพของ franket
franket
Rating 5
Posts: 384
Joined: 25-06-2003
เยี่ยมจริ

เยี่ยมจริง ๆ แวะมาขอบคุณ คุณจักรนันท์ ด้วย อิอิ

 

ส่วนเรื่อง IDE นี่ ของผมมันก็ยังมี hda, hdb อยู่เลยนะ มันเห็น Drive DVD combo ผมเป็น hda อ่ะ แล้วเห็น harddisk ide ที่มีอยู่ 1 ตัวในเครื่องเป็น hdb แล้วในเครื่องผมมี SATA 2 ตัว มันก็เห็นเป็น sda & sdb อ่ะ หุ หุ รู้สึกว่าเคยเห็น กระทู้มีคนโพส ๆ อยู่ไม่แน่ใจว่าเป็นคุณ moonblade รึป่าวอ่ะ แต่ของผมไม่เห็นเป็นอย่างที่ว่าเลยอ่ะ หุ หุ หรือจะเป็นเพราะว่ามี 2 แบบในเครื่องเดียวกันหว่า อิอิ Laughing

รูปภาพของ MoonBlade
MoonBlade
Rating 2
Posts: 19
Joined: 06-01-2008
ขอบคุณคุณ

ขอบคุณคุณจักรนันท์มากที่ช่วยให้ความรู้ทางเทคนิคและความรู้เพิ่มเติมในด้านอื่นๆ ทำให้เรามีความรู้เพิ่มขึ้นจากเดิมอีกมากโข

โชคดีที่ยังไม่ไดลองทำ hotswap กับเครื่องตัวเอง ไม่งั้น controller แย่แน่ๆ และจากที่คุณจักรนันท์เล่าให้ฟังเพิ่มเติมเกี่ยวกับ application ก็เลยทำให้รู้ว่า ที่ application ของลินุกซ์ออกเวอร์ชั่นเร็วกว่าของวินโดวส์มากๆ ก็คงเป็นเพราะไม่ต้องมาเสียเวลานั่งแกะ hardware นี่เอง

ถ้า programmer ที่เขียนโปรแกรมสำหรับลินุกซ์ก็ไม่ต้องคิดอะไรให้มากนัก แค่วางระบบโปรแกรมให้โอเค อย่างนี้ก็ลำบากคนเขียน kernel ล่ะสิเนี่ย ต้องมาหาทางเชื่อมโยงระหว่าง hardware กับ application

ปล. คราวหน้าถ้าเราสงสัยอะไรอีก คงต้องรบกวนคุณจักรนันท์บ่อยๆ เข้าให้ซะแล้ว

--
Open the source and the source will guide you to freedom.
รูปภาพของ mementototem
mementototem
Rating 4
Posts: 165
Joined: 15-09-2007
ขอบคุณครับ

ขอบคุณ คุณจักรนันท์ นะครับ อ่านแล้วเข้าใจชัดเจนดีครับ (เกือบเผลอพิมพ์ชื่อผิดแหน่ะ)

เข้ามาอธิบายในกระดานสนทนาบ่อยๆ นะครับ น่าอ่านดี ได้ความรู้เยอะขึ้นด้วยครับ

-A- 

--

ธรรมชาติไม่ได้สร้างให้มนุษย์บินได้ แต่ถึงกระนั้นมนุษย์ก็ยังบินได้ ด้วยความคิดสร้างสรรค์และความพยายาม

ซึ่งธรรมชาตินั่นแหละ ที่มอบสิ่งนี้ให้แก่มนุษย์ ... แต่มนุษย์กลับตอบแทนธรรมชาติด้วยการทำลาย

::: เมื่อมีความพยายาม ก็มีความหวัง อย่างละทิ้งความหวัง เพราะมันเป็นสิ่งสวยงาม :::

รูปภาพของ จักรนันท์
จักรนันท์
Rating 7
Posts: 507
Joined: 10-12-2004
hd?, sd?

ตอบคุณ franket

hd? ถูกรวมไปเป็น sd? ตั้งแต่ Kernel 2.6.23-2 เป็นต้นไปครับ

ส่วน cdrom? กลายเป็น scd? ตั้งแต่ Kernel 2.4.x (x เท่าไหร่ ผมจำได้ไม่ชัดครับ) และจาก scd? กลายเป็น sr? เริ่มตั้งแต่ Kernel 2.6.23-8 เป็นต้นไปครับ

รูปภาพของ franket
franket
Rating 5
Posts: 384
Joined: 25-06-2003
ตอนนี้ผมใ

ตอนนี้ผมใช้ ubuntu 7.10 อยู่ครับ พอดีลอง uname -a ดูเห็นเลขนี้ครับ

 2.6.22-14-generic

ดังนั้นแสดงว่าตรง hd? ก็น่าจะเป็ฯ hd? อยู่เนอะ เพราะว่าน้อยกว่า 2.6.23-2 แต่ตรง cdrom? ของผม มันเป็น /dev/hda อ่ะ หุ หุ ด้านล่างเอามาหลังจากพิมพ์คำสั่ง mount ครับ หุ หุ

/dev/hda on /media/cdrom0 type udf (ro,nosuid,nodev,

ไม่แน่ใจว่า ที่ผมดูเลข kernel ผิดที่รึป่าว จำไม่ค่อยได้อ่ะ หุ หุ Laughing

รูปภาพของ จักรนันท์
จักรนันท์
Rating 7
Posts: 507
Joined: 10-12-2004
ใช่ครับ ผมผิดเอง

วันนี้บังเอิญได้นอนดึก แต่ก็กำลังจะไปอาบน้ำนอนแล้วล่ะ เลยแอบแวะเข้ามาดูหน่อย ก็เจอที่คุณ franket ทักท้วง ก็ทำให้นึกขึ้นได้

ผมเล่าตกไปขั้นหนึ่ง ต้องขออภัยอย่างมาก เป็นเพราะเป็นสไตล์เฉพาะตัวของผม ที่มักถ่ายทอดด้วยการเล่าจากความทรงจำล้วนๆ 100% อาศัยที่เป็นคนที่มั่นใจในตนเองสูงว่าจำอะไรได้มาก อย่างไรก็ตาม สี่เท้ายังรู้พลาดครับ ย่อมต้องมีที่ผมจำพลาดคลาดเคลื่อนหรือตกหล่นไปบ้าง ก็ต้องขออภัยผู้อ่านทุกท่านไว้ ณ ที่นี้

ตกตรงที่ จาก /dev/cdrom? มันถูกรวมเข้าไปเป็น /dev/hd? ก่อนขั้นหนึ่งครับ โดยตอนนั้นอาศัยอิงลำดับตาม Controller เพราะ CD/DVD มีแต่ SCSI และ PATA เกิดขึ้นบนโลก อันนี้แหละที่เริ่มที่ราวๆ 2.4.x เท่าไหร่ก็ไม่แน่ใจครับ หลังจากนั้นมาเป็น /dev/scd? ราวๆ Fedora core 5 หรือ 6 ต้นๆ เห็นจะได้ แต่ Kernel ไหนก็ไม่แม่นนัก แต่ที่ยังจำแม่นๆ ก็คือเมื่อมาเปลี่ยนเป็น /dev/sr? เพราะเพิ่งจะเปลี่ยนเร็วๆ นี้ ความจำจึงยังแม่นยำอยู่ครับ

รูปภาพของ franket
franket
Rating 5
Posts: 384
Joined: 25-06-2003
ไม่ว่ากัน

ไม่ว่ากันหรอกครับ สำหรับคุณจักรนันท์ ใช้ความจำได้ขนาดนี้ผมก็ว่า สุดยอดแล้วล่ะครับ ผมก็อยากจะคำให้ได้เท่าคุณจักรนันท์ อยู่เหมือนกัน แต่ความจำมันสั้นมาก ๆ ทำอะไรไว้แล้วก็ลืมบ่อย ๆ สงสัยจะเป็นเพราะไม่ค่อยกินปลา ไม่ค่อยชอบกินปลาอ่ะ รู้สึกมันไม่อร่อย (เห็นเค้าว่าเกี่ยวนะ อิอิ)

เรื่อง /dev/xxx หากมีการเปลี่ยนแปลงจริง ก็คงจะทำให้ได้ งง เล่นกันล่ะคราวนี้ แต่ก็คิดว่า ไม่เป็นไร ดูขนาด ฮาร์ดดิสเอาก็ได้ จะได้รู้ว่าใครเป็นใคร อิ อิ

ยังไงก็ขอบคุณ คุณจักรนันท์ มากครับ สำหรับความรู้ เดี๋ยวคราวหน้าลง 8.04 คงต้อง สังเกตุหน่อยล่ะ เผื่อว่า kernel มันใหม่กว่า แล้วมันเปลี่ยนแปลง อิอิ 

 

ปล. ขอแอบนับถือคุณจักรนันท์ในใจ ล่ะกันครับ ให้ความรู้ แล้วหากผิดพลาดก็รับผิด ชอบจริง ๆ ครับ Laughing สำหรับผมพลาดบ่อยมาก แต่ก็พยายามทำให้พลาดน้อยที่สุด อิอิ 

รูปภาพของ จักรนันท์
จักรนันท์
Rating 7
Posts: 507
Joined: 10-12-2004
ไม่ต้องกลัวจะงงดอกครับ

ถึงเปลี่ยนแปลงไปก็ตาม แต่เพื่อความ Compatible จึงยังคงสร้าง Symbolic link ไว้ใน /dev/ อยู่ครับ ทั้ง /dev/hd? ก็ยังสร้างตามลำดับ Controller ไปตราบจนกว่ากติกาใหม่จะเข้าที่ *และ* Software อื่นทั้งหมด Patch มาใช้ device name ใหม่หมดแล้ว (ซึ่งก็ไม่ต้องไปแก้ไขอะไรด้วยครับ เพราะมี define ไว้ใน Kernel Source อยู่แล้ว ยกเว้นกรณีที่ Application นั้นอ้างถึงโดย Constant name ของตัวเอง ก็ต้อง Patch เองกันใน Community) สำหรับ Harddisk จึงไม่เป็นเรื่องที่จะทำให้งงแต่อย่างไร แต่สำหรับ CD/DVD นั้น... ใช่ครับ... ยังทำให้งงได้เป็นไก่ตาแตกอยู่ โดยเฉพาะหากมี CD/DVD ยี่ห้อ/รุ่นเดียวกันในเครื่องเดียวมากกว่า 1 ตัว มันจะไม่นิ่งเสมอไปว่าใครจะเป็น /dev/sr0 เนื่องจาก Initialize time ของตัว CD/DVD เองด้วย...

เอ้อ... ชักลงลึกไปแล้ว... เพ้อเจ้อไปใหญ่... เอาแค่นี้แล้วกันครับ 

รูปภาพของ ttttt1001
ttttt1001
Rating 1
Posts: 1
Joined: 14-02-2008
ใจจ้า
จา ลองดูนะ
--
เ ท่่ ดี ม ีลี นุ ก ซ์
Syndicate content