ชี้ 10 จุดตาย..ระบบปฏิบัติการลินุกซ์

รูปภาพของ boyta1
boyta1
Rating 1
Posts: 9
Joined: 06-10-2007

ผมไม่รู้ว่าพี่ได้แก้ปัญหานี้หรือยัง ถ้ายังไงขอให้พี่ได้มาอ่านบทความนี้ที่ผมไปเจอมา

เราต่างทราบกันดีว่า ซอฟต์แวร์ทุกชนิดล้วนมีข้อบกพร่องให้โปรแกรมเมอร์ต้องแก้ไข ปรับปรุง พัฒนากันไม่รู้จบ โชคดีที่ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ถูกสร้างขึ้นโดยอาศัยโมเดลการพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส ทำให้ได้รับการปรับปรุงแก้ไขต่อเนื่องไม่มีวันจบสิ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตามในโลกนี้ใม่มีอะไรที่จะสมบูรณ์แบบไปทั้งหมด แม้แต่ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์เองก็ยังคงมี “จุดอ่อน” ที่เมื่อสะกิดโดนเมื่อใดก็ถือเป็น “จุดตาย” ได้ทันที ด้วยการทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเท่านั้นจึงจะเป็น “เกราะป้องกัน” ได้อย่างดีที่สุด“จุดตาย” ที่ผู้เขียนนำมาเสนอนี้ มีจุดประสงค์เพื่อบอกเล่าประสบการณ์ และเป็นแนวทางให้แก่ผู้สนใจ ศึกษาระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ได้นำไปวางแผนป้องกัน เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติงาน รวมไปถึงช่วยให้เข้าใจการทำงานของระบบปฏิบัติการลีนุกซ์มากยิ่งขึ้นในโอกาสต่อไป มาเริ่มกันเลยนะครับ

จุดตายที่ 1 MBR

MBR ย่อมาจาก Master Boot Record เป็นจุดเริ่มต้นของระบบปฏิบัติการทุกชนิดที่บูตด้วยฮาร์ดดิสก์ พื้นที่ขนาดจิ๋วแค่ 512 ไบต์ที่อยู่บริเวณส่วนแรกสุดของฮาร์ดดิสก์นี้เอง เป็นที่เก็บโปรแกรมประเภท Boot Loader ไว้ สำหรับระบบปฏิบัติการลินุกซ์รุ่นปัจจุบันนิยมใช้กันก็คือโปรแกรมชื่อ GRUB นั่นเอง ซึ่งโปรแกรม GRUB นี้มีหน้าที่เริ่มต้นโหลดเคอร์เนลลินุกซ์เข้าสู่หน่วยความจำของเครื่องพีซี อันเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดของการเริ่มต้นระบบเลยก็ว่าได้ ส่วนของโปรแกรม GRUB ที่ติดตั้งอยู่ที่ MBR นี้ ไม่ใช่ตัวโปรแกรมทั้งหมด หากแต่เป็นเพียงเฉพาะส่วนหนึ่งที่เรียกกันว่า Stage 1 ของ GRUB เท่านั้น ซึ่งมันจะค้นหา Stage 1.5 ของตัวมันเองไล่ลำดับไปจนถึงเคอร์เนลในที่สุด จากความสำคัญดังกล่าวมานี้ จะเห็นได้ว่าหาก MBR และ GRUB ที่ฝังอยู่ในส่วนต้นของฮาร์ดดิสก์ได้รับความเสียหายย่อมส่งผลให้ระบบไม่สามารถทำงานได้ นั่นคือ ระบบปฏิบัติการลินุกซ์ของเราจะบูตไม่ขึ้นอย่างแน่นอน และถือว่าเป็นจุดตายที่พบค่อนข้างบ่อยมากอาการหนึ่งแนวทางป้องกัน “จุดตายที่ 1” ทำได้โดยสำรอง MBR ไว้ในแผ่นดิสก์ โดยใช้คำสั่งหรือโปรแกรมสำเร็จรูปก็ได้ และในกรณีที่ต้องการใช้หลายระบบปฏิบัติการในเครื่องเดียวกันควรติดตั้งระบบปฏิบัติการวินโดวส์ “ก่อน” ลีนุกซ์เสมอ เพราะการติดตั้งวินโดวส์จะเขียนข้อมูลทับ GRUB Stage 1 ให้เสียหายได้ ส่วนการแก้ไขปัญหากรณีที่ GRUB Stage 1 โดนทำลายไปแล้ว จะต้องใช้แผ่นบูตของลีนุกซ์บูตแทนฮาร์ดดิสก์ หรือใช้เทคนิคที่เรียกว่า Linux Rescue ก็ได้เช่นกัน

จุดตายที่ 2 คอนฟิกของ GRUB

เราได้ทราบถึงความสำคัญของโปรแกรม GRUB ไปพอสมควรแล้ว และทราบแล้วว่า GRUB ไม่ได้อยู่ที่ MBR เท่านั้น แต่ยังมีส่วนประกอบอื่นๆ อีกในไดเร็คทอรี่ /boot/grub เรียกว่าเป็นคอนฟิกทั้งหมดของ GRUB ก็ได้ ในพื้นที่นี้มีไฟล์สำคัญๆ ได้แก่ grub.conf stage1 e2fs_stage1_5 และ stage2 โดยเฉพาะไฟล์ grub.conf นั้น มีรายละเอียดการทำงานระบุไว้ภายใน ทั้งยังเป็นไฟล์ข้อความธรรมดาอีกด้วย จึงมีความเสี่ยงสูงมากที่จะถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไข จนมีผลทำให้ระบบไม่สามารถบูตได้ตามปรกติ หรือมีโอกาสที่ผู้ที่บุกรุกเข้าสู่ระบบจะทำการแก้ไขคอนฟิกเพื่อให้เคอร์เนล (ซึ่ง GRUB เป็นผู้กระตุ้นให้ทำงาน) มีการทำงานที่เอื้อต่อการเปิดช่องโหว่ขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่หายนะที่ร้ายแรงยิ่งขึ้นสำหรับเซิร์ฟเวอร์ในระบบอินเตอร์เน็ตแนวทางการป้องกัน “จุดตายที่ 2” คือ ควรใช้เซ็ต immutable bit เพื่อป้องกันการแก้ไขไฟล์โดยไม่ตั้งใจ และ ควรกำหนดพารามิเตอร์ในการเม้าต์พื้นที่นี้เป็นแบบอ่านได้เท่านั้น (Read Only) สำหรับการแบ๊คอัพคอนฟิกไว้คงไม่ต้องกล่าวให้เปลืองเวลาเพราะเป็นภารกิจปรกติของผู้ดูแลระบบที่ทราบกันดีอยู่แล้ว

จุดตายที่ 3 เคอร์เนลและไฟล์ประกอบทั้งหมด

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เคอร์เนล คือ หัวใจสำคัญของระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ “จุดตายที่ 3” จึงตกอยู่ที่ /boot ซึ่งเป็นไดเร็คทอรี่ที่จัดเก็บไฟล์เคอร์เนลรวมทั้งไฟล์อื่นๆ ที่ร่วมกันทำงานกับเคอร์เนล โดยเฉพาะในขั้นตอนของการบูตระบบในครั้งแรกที่เปิดเครื่อง เราไม่อาจย้ายตำแหน่งที่เก็บเคอร์เนลไปที่อื่นได้ เหตุผลเนื่องมาจากข้อจำกัดของโปรแกรมประเภท Boot Loader (เช่น GRUB) จะต้องสามารถค้นหาและโหลดไฟล์เคอร์เนลได้ง่ายที่สุดนั่นเองไดเร็คทอรี่ /boot จึงกลายเป็น “เป้านิ่ง” ให้ผู้ไม่หวังดีโจมตีได้ง่ายมาก โดยเฉพาะเมื่อโปรแกรมแอปพลิเคชั่นที่กำลังทำงานอยู่มีช่องโหว่ด้านความปลอดภัยทางเครือข่าย ประเด็นสำคัญอีกข้อก็คือ เนื่องจากไฟล์เคอร์เนลและไฟล์ประกอบทั้งหลายใน /boot นี้ไม่ใช่ไฟล์ข้อความธรรมดา การโจมตีจึงเป็นลักษณะ “เช็คบิล” ล้วนๆ คือ ทำลายให้เสียหายเท่านั้น ผลลัพธ์คือ บูตไม่ได้นั่นเองสำหรับแนวทางการป้องกัน ยังคงเหมือนกับ /boot/grub ที่ได้กล่าวไปแล้ว เพราะทั้งสองพื้นที่นี้อยู่ร่วมกัน การแยกเม้าต์เฉพาะ /boot และทำให้เม้าต์แบบ Read Only จึงเป็นวิธีการที่เหมาะสมที่สุดสำหรับทั้งจุดตายที่ 2 และจุดตายที่ 3

จุดตายที่ 4 SELinux

SELinux ย่อมาจาก Security Enhanced Linux เป็นคุณสมบัติด้านการรักษาความปลอดภัยที่เพิ่มเติมขึ้นในเคอร์เนลลีนุกซ์รุ่นใหม่ตั้งแต่ 2.6 ขึ้นไปก็จะมีรวมไว้เสมอ ซึ่งมีความซับซ้อนในการบริหารจัดการอยู่พอสมควร และยังถือว่าเป็นของใหม่สำหรับหลายๆ ท่านอยู่ในเวลานี้ ดังนั้นคุณสมบัตินี้จึงถูกออกแบบให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกโหมดในการทำงานและสามารถเปิดปิดการทำงานได้ตามความต้องการ มีข้อดีอย่างนี้แล้ว SELinux จะเป็น “จุดตายที่ 4” ได้อย่างไร ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่า SELinux มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเคอร์เนลมาก คือ เป็นส่วนหนึ่งในเคอร์เนลเลยทีเดียว ดังนั้นเมื่อมีความผิดปรกติใดก็ตามเกี่ยวกับ SELinux ย่อมทำให้การทำงานของเคอร์เนลผิดปรกติไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ตัวอย่างหนึ่งก็คือ ไฟล์คอนฟิกของ SELinux ที่มีปรากฏในลีนุกซ์ตระกูล Red Hat ทั้งหมด ได้แก่ Red Hat Enterprise Linux ,Fedora Core ,CentOS จะมีไฟล์ชื่อ /etc/sysconfig/selinux ซึ่งใช้ในการกำหนดการทำงานให้แก่เคอร์เนลในเรื่องเกี่ยวกับ SELinux หากไฟล์นี้ถูกแก้ไขผิดเพี้ยนไป ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ บูตไม่ขึ้นครับ อาการที่ปรากฏก็คือ ถึงกับ Kernel Panic เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นจึงใคร่ขอแนะนำว่า การที่จะไปแก้ไขคอนฟิกไฟล์โดยตรงด้วยโปรแกรมแก้ไขข้อความ ( vim หรือ nano ) เป็นทางเลือกที่ต้องระมัดระวัง หากสามารถใช้โปรแกรมคำสั่งที่กำหนดให้ใช้ก็จะปลอดภัยกว่า แต่ถ้าถนัดที่จะแก้ไขโดยตรงเองก็ต้องเพิ่มความละเอียดรอบคอบมากยิ่งขึ้น สรุปแล้ว “จุดตายที่ 4” นี้ เป็นตัวอย่างหนึ่งของสิ่งที่เราเรียกกันว่า “Admin Error” ก็คงไม่ผิด

จุดตายที่ 5 ไฟล์ธรรมดา..ที่ไม่ธรรมดา

จุดตายที่ 5 นี้ อันที่จริงยังไม่ถึงขั้นร้ายแรงนัก เรียกว่า แค่เอ๋อ..ยังไม่ถึงตาย ไฟล์คอนฟิกบางไฟล์นั้น ดูเผินๆ ก็เป็นแค่ไฟล์ธรรมดาที่คุ้นๆ กันอยู่ (ผ่านไปผ่านมา..ไม่เคยสนใจ) แต่อาจจะสร้างความผิดปรกติให้ระบบได้อย่างคาดไม่ถึง และมีอำนาจมากพอจะเปลี่ยนให้ “แอดมินผู้เชี่ยวชาญ” ให้กลายเป็น “แอดมึนผู้มืดมน” ไปได้ง่ายๆยกตัวอย่างเช่นไฟล์ /etc/hosts ซึ่งเป็นไฟล์ที่มีปรากฏในโฮสต์ทุกระบบปฏิบัติการที่ทำงานกับระบบเครือข่าย TCP/IP โดยหน้าที่แล้วไฟล์นี้ใช้เก็บรายชื่อโฮสต์จับคู่กับหมายเลขไอพีไว้เท่านั้นเอง ไม่ว่าเมื่อใดก็ตามที่มีการติดต่อกับโฮสต์ต่างๆ แม้แต่การติดต่อกับโฮสต์ตัวเองก็จะต้องเปิดไฟล์นี้เพื่ออ้างอิงชื่อและหมายเลขไอพีที่ถูกต้อง แล้วเพราะเหตุใดจึงนับว่าเป็น “จุดตาย”ประเด็นอยู่ตรงที่โปรแกรมแอปพลิเคชั่นทุกๆ โปรแกรมที่ทำงานเกี่ยวข้องกับชื่อโฮสต์ จะต้องสามารถอ้างอิงถึง “ตัวเอง” ได้ เช่น localhost หรือชื่อใดๆ ที่ตั้งขึ้นก็ตาม เพื่อให้วงจรของการสื่อสารดำเนินไปอย่างถูกต้อง ดังนั้นหากชื่อโฮสต์ของ “ตัวเอง” ที่ระบุไว้ในไฟล์นี้ ไม่ถูกต้องแล้ว ผลก็คือจะทำให้โฮสต์ของเราไม่รู้จัก “ตัวเอง” ว่าชื่ออะไรกันแน่ผลที่เกิดขึ้นจะทำให้ระบบของเราเกิดอาการ “เอ๋อ” ได้อย่างไม่ต้องแปลกใจ เช่น โฮสต์ของเราชื่อ nomnam.example.com เมื่อได้รับอีเมล์ที่ส่งมาถึง user@nomnam.example.com โฮสต์ของเราก็ไปมองในไฟล์ /etc/hosts ปรากฏว่าระบุไว้เป็นชื่ออื่น โฮสต์ของเราก็จะปฏิเสธ (reject) อีเมล์ฉบับนั้นไปซะนี่ แทนที่จะรับไว้ให้แก่ user ซึ่งมันคงคิดไปว่า “ฉันไม่ได้ชื่อ nomnam.example.com ซะหน่อย..นี่ไม่ใช่อีเมล์ของฉัน..” เพราะฉะนั้นโปรดอย่ามองข้ามจุดเล็กๆ น้อยๆ มิฉะนั้นมันอาจกลายเป็น “จุดตาย” ขึ้นมาก็ได้

จุดตายที่ 6 เข้าเกียร์ไม่ได้..ก็จอดสนิท

ลีนุกซ์ทุกสายพันธุ์จะมีศูนย์กลางของการควบคุมการทำงานของโปรเซสที่รับช่วงต่อจากเคอร์เนลที่เหมือนกันหมด คือ โปรแกรม init และไฟล์คอนฟิกที่ทำงานคู่กันก็คือไฟล์ /etc/inittab เปรียบเสมือนฟันเฟืองชิ้นเล็กๆ ที่ใช้ควบคุมการส่งกำลังของรถยนต์ ไฟล์ทั้งสองนี้มีหน้าที่ควบคุมการบูตเข้าสู่การทำงานในโหมดต่างๆ ของระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ไปจนถึงการปิดเครื่องหรือการรีบูตเครื่อง ซึ่งโหมดต่างๆ เหล่านี้เราเรียกว่า Run Level โดยใช้ค่าตัวเลขในการแทนความหมาย เช่น runlevel 0 หมายถึงการปิดเครื่อง (halt) เป็นต้นจากความสำคัญที่กล่าวมา จึงทำให้เราค้นพบ “จุดตาย” อีกจุดหนึ่ง ซึ่งโอกาสที่ /sbin/init จะถูกโจมตีในลักษณะ Rootkits ก็มีปรากฏมาแล้ว (ถูกดัดแปลงโค๊ดภายในจนกลายเป็นเครื่องมือของแฮกเกอร์) ไฟล์ /etc/inittab ที่มีสภาพเป็นไฟล์ข้อความธรรมดาย่อมถูก “รบกวน” ได้ไม่ยากเลย แม้กระทั่งความผิดพลาดของผู้ดูแลระบบเองก็ทำให้ถึงกับ “จอดสนิท” ได้เช่นกันไม่เพียงเท่านั้น ภายใต้การทำงานของโปรแกรม init ยังมีไฟล์ย่อยๆ อีกจำนวนมาก ที่รวมกันทำงานเพื่อควบคุมการเริ่มต้นทำงานของระบบปฏิบัติการ คือ /etc/rc.d/rc.sysinit และ /etc/rc.d/rc ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมระบบย่อยที่เรียกว่า System Services แบบ SysV เพื่อเริ่มต้นการทำงานหรือยุติการทำงานของโปรแกรมบริการ (เช่น บรรดาเซิร์ฟเวอร์ต่างๆ) ทั้งหมดในระบบอีกด้วยหนทางป้องกัน “จุดตายที่ 6” นี้ คงหนีไม่พ้น “immutable bit” เท่านั้น เนื่องจากทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อยู่ร่วมกันในเม้าต์พอยต์ “/” ทั้งสิ้น เรียกว่า One Problem One Solution จริงๆ (ไม่เช่นนั้นคงไม่เรียกว่า “จุดตาย” จริงไหมครับ)

จุดตายที่ 7 ร่างกาย..ขาดรุ่งริ่ง

โครงสร้างของทุกสรรพสิ่งในโลกของเรา เกิดจากส่วนประกอบย่อยๆ นำมาประกอบเข้าด้วยกัน การที่ระบบปฏิบัติการจะรวมกันและทำงานได้นั้น จำเป็นต้องมี “ข้อต่อ” ที่ช่วยยึดส่วนต่างๆ เช่นเดียวกัน ศูนย์กลางของการเชื่อมโยงดิสก์พาร์ทิชั่นทั้งหลายของระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ ก็คือ “จุดตาย” ที่จะกล่าวถึง ในที่นี้ก็คือไฟล์ /etc/fstab ซึ่งเป็น “ผู้ให้ข้อมูล” เกี่ยวกับการเชื่อมโยงดิสก์พาร์ทิชั่นทั้งหมดของระบบปฏิบัติการลีนุกซ์เข้าด้วยกัน ทั้งระบบไฟล์ที่เชื่อมโยง (mount) แบบถาวร และระบบไฟล์ของอุปกรณ์ประเภทถอดเปลี่ยนได้ (Removable Data Storage) ไฟล์ /etc/fstab เป็นไฟล์ข้อความธรรมดา จึงมีปัญหาที่คล้ายกับ “จุดตาย” อื่นๆ ที่ได้กล่าวมาแล้ว มันถูกเปลี่ยนแปลงข้อความภายในได้ง่าย สิ่งที่อยู่ภายในมีความสำคัญต่อการเชื่อมโยงระบบไฟล์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน แล้วจะมีอะไรที่ “เสี่ยง” มากไปกว่านี้อีกในเบื้องลึกไฟล์ /etc/fstab ไม่ได้ทำงานอย่างเอกเทศ แต่มันยังมีส่วนประกอบอื่นๆ ที่ “ยากต่อการป้องกัน” อีกด้วย ตั้งแต่โปรแกรมคำสั่ง /bin/mount ซึ่งทำหน้าที่ในการเชื่อมโยงระบบไฟล์ต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยอ้างอิงข้อมูลจาก /etc/fstab อีกที แถมโบนัสความเสี่ยงด้วยการที่มีการกำหนดสิทธิแบบพิเศษเป็น SUID อีกต่างหาก ซึ่งทำให้ผู้ที่รันโปรแกรม mount นี้จะมีสิทธิ์สูงเทียบเท่า root เลยทีเดียว ลองคิดดูสิครับว่าอะไรจะเกิดขึ้นถ้าไฟล์ mount นี้ถูกสวมรอยโดย Rootkits ...???นอกจากนี้ในกระบวนการ mount อันเป็นสิ่งปรกติในระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ ยังมีส่วนประกอบที่คุณไม่สามารถ “ป้องกันการเขียน” (Write Protect) ได้อีกด้วย นั่นคือไฟล์ /etc/mtab ซึ่งคล้ายกับกระดาษทดที่ใช้ตลอดเวลาที่มีการ mount เกิดขึ้น ถ้าไฟล์นี้เสียหายหรือเปลี่ยนแปลงไประบบย่อมเพี้ยนไปอย่างแน่นอน

จุดตายที่ 8 แหล่งกบดาน..ของวายร้าย

ถ้าสิ่งที่กล่าวมานี้เป็นฝันร้ายแล้วล่ะก็... คุณคงจะต้องนิยามความหมายของคำว่าฝันร้ายใหม่ซะแล้ว เพราะ “จุดตาย” ที่จะชึ้ให้เห็นต่อไปนี้เป็นเสมือนแหล่งซ่อนตัวหรือกบดานของเหล่าวายร้ายที่จะแฝงเข้ามาอาศัยในเซิร์ฟเวอร์ของเรา แล้วจากนั้นจะใช้เครื่องของเราเป็นฐานในการโจมตีผ่านเครือข่ายไปยังโฮสต์อื่นๆ ต่อไป ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้จะคุ้นเคยกันในชื่อต่างๆ เช่น Backdoor หรือTrojans นอกจากนี้ยังเป็นช่องทางที่เหล่าวายร้ายจะนำสิ่งที่เรียกว่า Shell Code มาฝังไว้ได้ โดยจะทยอยส่งโค๊ดเข้ามาทีละเล็กทีละน้อยจนกลายเป็นโปรแกรมใหญ่มากพอที่จะทำงานได้ตามที่ต้องการแน่นอนว่าพื้นที่เหล่านี้จะต้องมีช่องโหว่มากพอที่ใครก็ตามสามารถ “เขียน” ข้อมูลลงไปได้ คือ มี Permission Mode เป็น w (write) ตามมาด้วย Permission Mode เป็น x (Execute) ซึ่งจะทำให้โค๊ดที่ผ่านการ “ประกอบร่าง” สำเร็จแล้วสามารถรันได้อีกด้วย“จุดตายที่ 8” นี้ มีอยู่ทั่วไปในระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ ที่เห็นได้ชัดเจนว่ามี Permission Mode สูงพอสำหรับการ “เขียน” และการ “รัน” ( ค่าของ Permission Mode สูงประมาณ 755 ขึ้นไป) ได้แก่ /tmp ,/var/tmp และ /dev/shm ทั้งสามจุดนี้มี Permission Mode เป็น drwxrwxrwt หรือ 1777 การป้องกันทำได้โดยแยก mount point ออกไปจาก mount point “/” กำหนด option ของการเม้าต์ไม่อนุญาตให้สามารถรันโปรแกรมได้ และใช้โปรแกรมประเภท Local IDS ต่างๆ มาช่วยในการเฝ้าระวัง (ถึงแม้จะได้แค่เฝ้าระวังก็ยังดีกว่าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง) สิ่งสำคัญที่ต้องเตือนให้ทราบไว้ก็คือ กรุณาอย่าคิดว่าจะไปเปลี่ยน Permission Mode ของ “จุดตาย” เหล่านี้ให้น้อยลงนะครับ เพราะจะส่งผลกระทบต่อระบบและโปรแกรมต่างๆ ทำให้ทำงานผิดปรกติได้ เท่ากับไป “วางยา” ตัวเองเสียอีก

จุดตายที่ 9 ไม่ขาด..แต่เกินก็มีปัญหาได้

เป็นที่เข้าใจกันดีอยู่แล้วว่า ถ้าส่วนประกอบของระบบสูญหายไป ย่อมทำให้ระบบทำงานไม่ได้หรือเกิดความผิดปรกติขึ้น เช่น ไฟล์คอนฟิกสำคัญหายไป หรือข้อความภายในผิดเพี้ยนไป เป็นต้น แต่ในทางกลับกัน ถ้ามีไฟล์แปลกปลอมหลงเข้าไปในระบบบ้างล่ะ จะเกิดปัญหาได้หรือไม่“จุดตายที่ 9” นี้ เป็น พื้นที่ไดเร็คทอรี่ที่มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นพื้นที่เก็บคอนฟิกไฟล์ของโปรแกรมต่างๆ ทั้งส่วนที่เกี่ยวข้องกับตัวระบบปฏิบัติการมากๆ ไปจนถึงส่วนเฉพาะโปรแกรมบริการบางโปรแกรม ที่มีข้อจำกัดในด้านการทำงานมากๆ ถ้ามีไฟล์ “ส่วนเกิน” หลงเข้าไปแล้วล่ะก็จะไม่สามารถทำงานต่อไปได้ ความเปราะบางเช่นนี้พิจารณาดูดีๆ แล้ว น่าจะจัดว่าเป็น “ข้อบกพร่อง” (Bug) ของโปรแกรมก็คงไม่ผิดยกตัวอย่างเช่น พื้นที่ /etc/xinetd.d/ ที่ไดเร็คทอรี่นี้จะเป็นที่เก็บไฟล์คอนฟิกย่อยๆ ของ Xinetd ซึ่งเป็น Super Server ที่ให้บริการด้านระบบเครือข่ายต่างๆ เนื่องจากรูปแบบของไฟล์คอนฟิกย่อยๆ เหล่านี้จะต้องมีไวยกรณ์ต่างๆ ตรงตามกำหนดไว้เท่านั้น ผิดเพี้ยนแม้แต่น้อยก็จะทำให้ Super Server หรือลูกพี่ใหญ่เริ่มต้นทำงานไม่ได้เลย ดังนั้นหากมีไฟล์อะไรก็ตามหลงเข้ามาปะปนในพื้นที่นี้ การแปลความหมายก็จะเข้าใจว่าเป็นไวยกรณ์ที่ผิดปรกติ และส่งผลให้ไม่สามารถทำงานต่อไปได้ในที่สุด บริการเซิร์ฟเวอร์ทั้งหลายภายใต้ Xinetd ก็พลอยได้รับผลกระทบตามไปด้วยนั่นเองกรณีปัญหาที่เกิดจากไฟล์ “ขาดหาย” ไม่ครบตามปรกติคงเป็นปัญหาที่แสนธรรมดามากเมื่อเทียบกับปัญหาที่มีไฟล์ “เกิน” เข้ามาในระบบเช่นนี้

จุดตายที่ 10 ยังไม่ถึงตาย...แค่หายใจติดขัด

ปัญหาบางลักษณะที่เกิดขึ้นกับเซิร์ฟเวอร์ลีนุกซ์ของเรา บางครั้งจะไม่ถึงขนาดที่รุนแรงนัก เพียงแต่สร้างความไม่ปรกติให้เห็นได้ หรือส่งผลกระทบกับบางเรื่องเท่านั้น แต่ถ้าไม่เตรียมการป้องกันไว้ก็จะเกิดปัญหาขึ้นบ่อยๆ หรือหากเกิดปัญหาขึ้นก็จำเป็นต้องเร่งแก้ไขอยู่ดี ดังนั้นหากจะนับรวมเป็นอีกหนึ่ง “จุดตาย” ก็คงไม่ผิดกติกาตัวอย่างของอาการปัญหาประเภทนี้ ได้แก่ ปัญหาเนื้อที่ดิสก์เต็ม (Disk Full) ในบางจุด โดยเฉพาะที่พบบ่อยมากๆ คือ พื้นที่ /tmp และ /var เนื่องจากโปรแกรมบางตัวไม่มีระบบป้องกันตัวเองเมื่อพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเกิดความขัดข้อง ทำให้ไม่สามารถบันทึกหรือเขียนข้อมูลได้ เช่น โปรแกรมประเภทเว็บที่เขียนด้วยภาษา PHP หรือโปรแกรมในกลุ่มฐานข้อมูล อาจจะออกแบบให้พักข้อมูลที่ /tmp เมื่อใดก็ตามที่พื้นที่นี้เต็มหรือไม่สามารถเขียนข้อมูลลงไปได้ ก็จะมีอาการผิดปรกติขึ้นทันที และเป็นเช่นนั้นไปจนกว่าจะได้รับการแก้ไขปัญหาทำนองเดียวกันนี้จะพบได้ในเรื่องของการจัดเก็บบันทึกไฟล์สถานะหรือ Log ต่างๆ อีกด้วย เช่น พื้นที่ /var/log เกิดอาการเต็มขึ้นมาระบบจะไม่สามารถบันทึก log ต่อไปได้ อาจมีผลทำให้โปรแกรมต่างๆ หยุดทำงานได้เช่นกันหนทางป้องกันก็คือ ควรตรวจดูว่าแต่ละโปรแกรมที่เราใช้งานนั้นมีการพักข้อมูลที่ใดบ้าง ควรจัดสรรให้มีเนื้อที่เพียงพอต่อการทำงานของระบบและโปรแกรมต่างๆ ทั้งหมด บางโปรแกรมจะสามารถกำหนดค่าในคอนฟิกได้ว่าจะย้ายไปใช้พื้นที่อื่นๆ หรือไม่ ซึ่งมีประโยชน์มากเมื่อต้องการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง หรือขยับมิให้โปรแกรมหลายๆ โปรแกรมมาใช้พื้นที่เดียวกันมากจนเกินไป และสมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะนำโปรแกรมที่ช่วยบริหารจัดการดิสก์ ระบบจัดการเกี่ยวกับบันทึก Log File ได้แก่ Log watch ,Log Rotate และ SysLOG มาช่วยจัดการก็จะลดภาระผู้ดูแลระบบไปได้มาก

ถึงเวลา..สำรวจจุดตาย

ผู้เขียนได้ชี้ “จุดตาย” ในระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ให้ได้ทราบกันแล้วถึง 10 จุด พร้อมเสนอแนะแนวทางการป้องกัน ตลอดจนเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง ในทางปฏิบัติแล้วผู้ดูแลระบบควรตั้งอยู่บนความไม่ประมาท ควรศึกษาหาความรู้ และมีกำหนดการที่จะตรวจตราดูสภาพการทำงานของระบบทั้งหมดอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้เซิร์ฟเวอร์ลีนุกซ์ของเราต้องตกอยู่ในสภาพ “เฉียดตาย” แล้วจึงจะหาทางแก้ปัญหา เพราะเมื่อถึงเวลานั้นมันอาจจะสายเกินไปแล้วก็ได้                                                                                                                                                  โดย ธีรภัทร มนตรีศาสตร์,RHCEหวังว่าคงจะไม่เกิดปัญหาความผิดพลาดทางเทคนิคเมื่อได้อ่านบทความนี้ครับเป็นกำลังใจให้ LINUX SIS จงเจริญก้าวหน้าเพื่อพวกเราและคนไทยครับ
รูปภาพของ Pradi
Pradi
Rating 4
Posts: 255
Joined: 10-02-2004
Re: ชี้ 10 จุดตาย..ระบบปฏิบัติการลินุกซ์

ขอบคุณที่นำข้อมูลมาเผยแพร่ให้รู้กันครับ ยังไงคำสอนของพระพุทธเจ้าก็เป็นจริงเสมอ เมื่อรู้แล้วก็ไม่ประมาท ดีกว่าไม่รู้ภายในเลย นอกจากทำตามอย่างเดียวที่มีใน M$Kiss

แต่ยังไงผมเป็นผู้ใช้ ก็มั่นใจลินุกซ์กว่าM$ เพราะลินุกซ์พัฒนาโดย hackers

โดยตระหนักว่า การพัฒนาใหม่ๆก็อาจเกิดช่องโหว่ได้ นอกจากไม่มีการพัฒนาแล้วช่องโหว่ตรงไหนมีก็โดนอุดหมดแล้ว ก็แล้วแต่ว่าจะอยากใช้ตัวไหน

--
อยากใช้ทะเล ก็อย่าลังเล เพราะก็รู้อยู่ว่าทะเลมันกว้าง ไม่มีวันจบสิ้น
รูปภาพของ จักรนันท์
จักรนันท์
Rating 6
Posts: 491
Joined: 10-12-2004
ไม่เอาๆ... ตีข่าว ใส่สี

กำลังจะเตรียมตัวออกเดินทางไปมาเลเซียแล้วเชียว ผ่านมาเห็นอันนี้แล้ว โอย...ตาย ไม่อาจปล่อยให้ผ่านไปได้ เลยเจียดเวลามาออกความเห็น/ชี้แจงเสียหน่อยดีกว่า

ผู้ตั้งกระทู้ถามกว่า "ผมไม่รู้ว่าพี่ได้แก้ปัญหานี้หรือยัง" ผมตอบได้เลยครับว่า "ยัง" และจะ "ไม่แก้" ด้วยครับ มันไม่ใช่ "ปัญหา" สักหน่อย ทำไมต้อง "แก้" ครับ มาเลยครับ มาอ่านที่ผมจะชี้แจงเลยดีกว่า ในฐานะ "นักพัฒนา/Developer" ไม่ใช่ในฐานะ "RHCE/ช่างซ่อม" (หรือจะอะไร CE ก็ตามทีเถอะ)

การใช้คำว่า "จุดตาย" นั้น ผมไม่เห็นด้วย ควรใช้แค่คำว่า "จุดพลาดง่ายๆ ของผู้กำหนดระบบ" เพราะทั้ง 10 ประการ (ที่จริงมันควรจะมากกว่านี้นับร้อยประการ) อ่านแล้ว มันเป็นข้อควรระวังของผู้ Config ระบบทั้งนั้น โดยเฉพาะพวกสอบ RHCE (หรือ Cert ของค่ายไหนๆ ก็ตาม) และทั้ง 10 ประการเมื่อทำพลาดไปแล้วก็เป็นเพียงปัญหาธรรมดาๆ เรียกได้ว่า "ขี้หมูขี้หมา" เลยทีเดียว การใช้คำว่า "จุดตาย" กลับเป็นการขยายความเกินไปเพื่อดึงดูดความสนใจ (Marketing) สร้างความสำคัญให้แก่ตนเอง (ผู้ประกาศหัวข้อ) หรือจะเพื่อเป็นการโจมตีก็อาจเป็นได้ เมื่ออ่านแล้วเห็นได้ชัดว่า ผู้ประกาศรู้ดีในเรื่องการ Config ระบบดีกว่าผู้ใช้ทั่วไป แต่ไม่ดีพอที่จะเข้าใจได้ว่า "ผู้ใช้ทั่วไป" ไม่มีโอกาสเจอปัญหาเหล่านั้นเลยนอกจากข้อแรก (MBR) และเข้าใจได้ทันทีว่า ผู้ประกาศไม่ใช่ผู้ที่เข้าใจ OS และ "เครื่องจักรคำนวน" อย่างถ่องแท้ (ย้ำว่า OS ซึ่งหมายถึงทุกตัว ไม่ใช่แค่ Linux)

ทีนี้ มาอ่านคำอธิบายไอ้ "จุดตาย" ทั้ง 10 ที่ว่ามากัน ว่ามัน "ธรรมดาๆ" ตรงไหน? อย่างไร?

จุดที่ 1 MBR

ทุกๆ OS มี MBR ทั้งนั้นครับ ในทุกๆ "เครื่องจักรคำนวน" (Computer) ด้วย ไม่ว่าจะ โทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์รุ่นใหม่ๆ เครื่องซักผ้ารุ่นใหม่ๆ ถ้า MBR เสีย ทุกๆ "เครื่องจักร" ก็ Boot ไม่ได้ทั้งนั้นแหละครับ ปัญหาแสนจะธรรมดา ปัญหานี้เกิดได้ทั้งนั้น ถ้าเครื่องจักรนั้นบรรจุ Boot record ไว้ใน Dynamic storage device ครับ เพราะมันสามารถเขียนซ้ำได้ ถ้าอยู่ใน Static storgae device อย่าง ROM หรือ DVD-ROM หรือ CD-ROM ล่ะ มันจะเจ๊งได้อย่างไรครับ? สำหรับ Linux นั้น MBR จะเจ๊งได้ก็ต่อเมื่อ Harddisk เสียตรงนั้นพอดี และ OS อื่นไปเขียนทับมัน และ Software บน Linux นั้น ถ้าไม่ได้ Execute โดย root แล้ว ไม่มีสิทธิไปเขียนทับได้เลยครับ ไม่เหมือน OS กิ๊กก๊อกบางราย ใครก็ Fdisk ได้ ใครก็ Format ได้ การทำแผ่น Boot ไว้ก่อนนั้น ก็เป็นการแก้ปัญหาธรรมดาๆ เหมือนๆ กันทุกๆ OS ในโลก ไม่มีอะไรพิสดารเลยสักนิดครับ ท่านดูโทรศัพท์มือถือสิครับ ผู้ใช้ทั่วๆ ไป ใครเขาจะ Flash โทรศัพท์กันเป็นว่าเล่นครับ มีแต่ “ช่าง” เท่านั้นที่ทำ สำหรับผู้ใช้ทั่วไปนั้น การ Flash โทรศัพท์ไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดา แต่สำหรับ “ช่าง” แล้ว “หมู” มากใช่ไหมครับ? ความเสียหายของ GRUB นั้น ย่อมเกิดได้ง่ายเหมือนเช่น MBR ของ OS อื่นๆ แหละครับ Harddisk ทั่วไปมักเกิดปัญหา Track 0 bad บ่อยๆ เสมอทั้งนั้นแหละครับ เพราะทุกครั้งที่เปิดเครื่อง ตรง Boot record จะถูกใช้งานเสมอ ไม่เหมือนจุดอื่นๆ ใน Harddisk ที่ไม่ได้ทำงานทุกครั้งเสมอๆ ดังนั้น มันก็เรื่องธรรมดาๆ อีกเช่นกัน ว่าแต่... เอางี้ดีกว่า... เมื่อ Harddisk เสียแล้ว ระหว่าง Linux กับ Windows XP ใครกู้ง่ายกว่ากัน? สรุปว่า “จุดที่ 1 MBR” นั้น เป็นปัญหาธรรมดาสำหรับผู้เป็น “ช่าง” ขึ้นไป แต่ไม่ใช่ปัญหาของ “ผู้ใช้” เลยสักนิด เพราะไม่ว่าจะเป็น Linux หรือ OS อื่นใดก็ตาม เมื่อปัญหานี้เกิดขึ้นแล้ว “ผู้ใช้” ทั่วไป ก็ต้องส่ง “ช่าง” เหมือนๆ กันครับ

จุดที่ 2 ถึง 9

เฮ้อ... ทั้ง 8 ข้อนี้ ผู้ประกาศ “จงใจ” จะทำให้ “ผู้ใช้” ตระหนกหรือเปล่าหนอ ก็ในเมื่อทั้งหมดนั้น อยู่บนเงื่อนไขที่ว่า ผู้ที่จะกระทำ “พลาด” เหล่านั้น ต้องเป็น “root” เสมอ หรือพูดง่ายๆ ว่าต้องเป็น “ช่าง” ต้องเป็นพวกที่มี “ใบ Cert” แต่ไม่มี “ความเป็นเซียน” เพราะทั้ง 8 ข้อนี้ ก็เป็นปัญหา “เด็กๆ” ของผู้ที่รู้ชัดแล้วทั้งนั้น ไม่มีอะไรน่ากลัวเลยสักนิด มันควรเป็นแค่ข้อเตือนใจของพวกที่มีแต่ Cert ซึ่งรู้คร่าวๆ เพื่อไปสอบให้ได้ “RHCE” เท่านั้น ในขณะที่ “ผู้ใช้” ธรรมดา ไม่มีสิทธิไปแก้ไขไฟล์เหล่านั้นได้เลย ผู้อ่านความเห็นผมทุกท่านลองดูได้เลยครับ เมื่อท่านไม่ใช่ root แล้ว ท่านลองดูได้เลยครับ ว่าท่านจะทำอะไรได้ ลองเลยครับไม่ต้องกลัว จะพยายามแก้ไข ลบ ย้าย หรืออะไรก็ลองเลย เพราะท่านจะทำไม่สำเร็จครับ ไม่เหมือน OS กิ๊กก๊อกบางราย (ขอเหน็บอีกนะ) ไม่ว่าใคร ก็ลบอะไรๆ ของระบบได้ทั้งนั้น แก้ไข โยกย้าย อะไรตรงไหนก็ได้ เจ๊งกระบ้งกันไม่เป็นท่า แล้วก็ต้อง “ลงใหม่” เท่านั้นด้วย ต่อให้ผู้มี “MSCE” ยังไม่มีปัญญา “ซ่อม” กลับมาโดยไม่ลงใหม่เลย...

จุดที่ 10

ปัญหาธรรมดาๆ ของทุกๆ OS เช่นกันเหมือน “จุดที่ 1” ที่กล่าวไปก่อน ผมจึงไม่เข้าใจว่า มันจะเป็น “จุดตายของ Linux” ยังไง กล่าวเหมือนกับเป็น “ปัญหาของ Linux” ไปเสียอย่างนั้น

สรุปว่า หากผู้เขียน จงใจที่จะโจมตี Linux แล้ว ท่านคิดแทบตาย ท่านยังเจอปัญหา “ธรรมดาๆ” แค่นี้เองหรือครับ? แถมยังเป็นปัญหาที่ไม่มีโอกาสเกิดกับ “ผู้ใช้ธรรมดาๆ” เลยเสีย 8 จุด (2-9) ท่านป้องกันบทความของท่านเองด้วยการกล่าวในตอนท้ายเท่านั้นว่า “ในทางปฏิบัติแล้วผู้ดูแลระบบ....” เพียงแค่นี้ที่เดียวที่บ่งได้ว่า ทั้งหมดที่ท่านยกมานั้น เป็นข้อมูลสำหรับ “ผู้ดูแลระบบ” แต่ก่อนจะถึงจุดนี้ “ผู้ใช้” อ่าน 10 จุดของท่านจบไปก่อนแล้ว และตระหนกตกใจไปก่อนแล้วถึง 10 เฮือก กระนั้นก็ตาม ทั้ง 10 จุดของท่าน ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายใดๆ เลย ล้วนแต่เป็นจุดย้ำให้ “ผู้ดูแลระบบ” ฝึกฝนให้ชำนาญทั้งนั้น เรื่องที่ “ผู้ดูแลระบบ” พลาดได้จริงๆ ท่านกลับไม่เอามาพูดถึง ซึ่งผมอ่านแล้วรู้ว่าท่านเองก็ยังไม่ทะลุปรุโปร่งจริงๆ เช่นเรื่องง่ายๆ อย่าง .bash_history ท่านก็ไม่เอามาเตือน ทั้งๆ ที่พลาดได้ง่ายๆ จริงๆ แม้แต่ผู้ที่คุ้นเคยกับ Linux มาเป็นเวลานานๆ (เฉพาะในหัวผม ยังมีอีกหลายสิบอย่าง) หลายๆ จุด ที่ถ้าไม่รู้ในระดับ Developer แล้ว “ผู้ดูแลระบบ” เองก็ยังพลาดได้ง่ายๆ เสมอๆ

ผมขอให้ผู้อ่าน อย่าตระหนก ใช้ความเข้าใจในการอ่านให้ดี หรือถ้าไม่เข้าใจ ก็อย่าไปใส่ใจครับ สำหรับ “ผู้ใช้ทั่วไป” แล้ว “จุดตายที่ 2-9” นั้นเป็นเรื่อง “ไร้สาระ” ครับ

พอก่อนนะครับวันนี้...

สำหรับความเห็นของผมอันนี้ ขอย้ำว่า ผู้ใดจะนำไปใช้ต่อหรืออ้างอิงต่อ ท่าน “จำเป็น” จะต้องอ้างชื่อผมนะครับ อ้างมาที่ opentle.org นี่เลยดีกว่าครับ จะได้มาต่อยอดความเห็นที่นี่เลยตรงๆ เพราะถ้าท่านไม่ทะลุปรุโปร่งจริงๆ ท่านอาจมีปัญหาได้ครับ เรื่องนี้มันอยู่ที่ “ขอบเหว” ของ “อัตตา” ของคนครับ ดังนั้น ถ้าท่านไม่แน่ใจในตัวท่านเอง ท่านควรต้องอ้างมาที่ผม ไม่เช่นนั้น ท่านอาจเจอ “อัตตา” ของผู้อื่น (ที่เหนือกว่าท่าน) ล้มทับได้ครับ

ไปก่อนล่ะครับ วันที่ 3 จะกลับมาครับ

รูปภาพของ Pradi
Pradi
Rating 4
Posts: 255
Joined: 10-02-2004
Re: ชี้ 10 จุดตาย..ระบบปฏิบัติการลินุกซ์

 ผมก็นึกภาวนาให้ผู้รู้ได้มาไขข้อข้องใจทีเถอะ โล่งใจครับ ทำให้ตระหนกไปเหมือนกัน  จขกท.ไม่รู้ว่าไปเจอ จุดดับ ของ M$ มาด้วยหรือเปล่า

ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพครับ

--
อยากใช้ทะเล ก็อย่าลังเล เพราะก็รู้อยู่ว่าทะเลมันกว้าง ไม่มีวันจบสิ้น
รูปภาพของ somdej
somdej
Rating 10
Posts: 3595
Joined: 26-01-2004
ผมเห็นด้วยกับคุณจักรนันท์ครับ

จริงๆ แล้ว ผมว่า computer มันก็มี "ข้อจำกัด" ของมันในส่วนของ hardware  และการออกแบบครับ ดังนั้น บางเรื่อง ไม่ว่า os ไหน ก็อาจจะมีปัญหาได้ทั้งนั้น

ส่วนข้อที่อาจจะเป็นปัญหากับ admin ได้ เพราะถ้าผิดพลาดแล้วระบบจะล่มนั้น อันนี้ก็พูดยากครับ ระบบที่ออกแบบมาให้ปรับแต่งได้สารพัด ดังนั้น ก็อาจจะปรับให้แข็งมากๆ หรือนิ่มมากๆ ก็ได้ แต่ที่แน่ๆ พื้นฐานของมันก็แน่นพอสมควร ถ้าเทียบกับอีกระบบนึง ซึ่งปรับแต่งอะไรมากไม่ได้ แถมยังพื้นฐานนิ่มอีกต่างหาก เทียบไปแล้ว ก็เหมือนกับมือถือที่เป็น pda กับ มือถือธรรมดาแหละครับ (เห็นเขาเทียบมือถือ ผมเลยเอาบ้าง) ถ้าใช้ pda ไม่เป็นแล้ว ผมว่า pdaphone เนี่ย ใช้ยากกว่ามือถือธรรมดาเยอะเลยนะครับ (ผมพยายามให้พี่สาวผมสองคนลองแล้ว ไม่ไหวครับ) แต่ถ้าใช้เป็นแล้ว ผมว่า มันคนละเรื่องกันเลยครับ (ผมใช้มือถือธรรมดาไม่ได้แล้วครับ ตอนนี้)

แต่ที่แน่ๆ ไม่เห็นด้วยกับการที่จะทำให้คนตกอกตกใจอะไรกับข้อมูลแบบนี้ ถ้า จขกท ต้องการเตือน admin ทั้งหลาย ก็น่าจะเขียนไปในทำนองเตือน ไม่ควรเขียนให้เขาตกอกตกใจไปเปล่าๆ หรอกครับ :) 

--
ช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลง แต่งงานพร้อมปลูกบ้าน มีลูกพร้อมย้ายสายงาน เปลี่ยนรถใหม่พร้อมกับ Notebook ใหม่ (ที่มาพร้อมกับ OS ใหม่ MacOSX) แต่ยังไง ก็ยังใช้ TLE-Ubuntu อยู่ดี :)
-----------------------------------------
ขายรถไปแล้วครับ ... เสียดายครับ ;)
-------------------------------------------------
คำแนะนำสำหรับมือใหม่ครับ เชิญที่นี่ครับ -> http://wiki.opentle.org/Newbie_README
คำแนะนำสำหรับผู้สนใจลินุกซ์ซิส (มือใหม่) เชิญที่นี่ครับ -> http://wiki.opentle.org/SIS-NewBie
คำแนะนำเรื่องความปลอดภัยของ LinuxSIS เชิญที่นี่ครับ ->  http://wiki.opentle.org/SIS5-Security
Upgrade - Bug fix ของ SIS เชิญที่นี่ครับ -> http://wiki.opentle.org/SIS-Upgrade-Bugfix
รูปภาพของ demon-x
demon-x
Rating 4
Posts: 179
Joined: 19-10-2006
อ่านแล้วตระหนก
เหมือนกับพยายามโจมตีลีนุกซ์ ลองอ่านแล้วทำความเข้าใจทีละข้อผมว่าอ่อนมากทีเดียวที่หยิบปัญหาเหล่านี้มา ถ้าเทียบกับโอเอสค่ายอื่นที่ไม่ใช่ลีนุกซ์ผมว่าลีนุกซ์แข็งกว่ามาก ยิ่งเกี่ยวกับ MBR ที่ผมเจอแล้วมันเจ๊งบ่อยกลับเป็นค่ายอื่นนะ เป็น FAT32/ntfs ลีนุกซ์ยังไม่เจอ หรือเป็นเพราะว่าผมใช้โอเอสค่ายอื่นบ่อยและมากกว่าลีนุกซ์เลยเจอปัญหามันเยอะกว่า
รูปภาพของ Foggy_Ritchy
Foggy_Ritchy
Rating 4
Posts: 179
Joined: 29-12-2005
ขอบคุณที่แนะนำ

ก่อนอื่นต้องขอบคุณนะครับที่แนะนำแต่ผมไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรเลย

เพราะไอ้การที่คุณไปแก้อวัยวะภายในได้นั้นต้องเป็นหมอซึ่งเทียบไ้ด้กับ

การเป็นช่างซ่อมเครื่อง แน่นอนคนปกติคงไม่นอนให้หมอผ่าเล่นๆหร๊อก

คุณอ่านมาจากไหนน่าจะบอกกันด้วยนะครับ

 

ปล.ผมชื่นชอบคำตอบของคุณจักรนันท์มากๆ ทีเดียว "มี cert แต่ยังไม่เซียน"

 

--
ปตท. พลังไทย เพื่อใคร (ผู้ถือหุ้น) ??
รูปภาพของ kron50
kron50
Rating 2
Posts: 23
Joined: 05-03-2007
เป็นเรื่องปกติของสังขาร
ถือเป็นเรื่องปกติครับ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่ว่า มนุษย์หรือเครื่องจักร ล้วนเป็นไปตามกรรม  และกาลเวลา
รูปภาพของ จักรนันท์
จักรนันท์
Rating 6
Posts: 491
Joined: 10-12-2004
กลับมาเล่าปัญหาที่เจอ

หลังจากที่ต้องไปปล้ำกับปัญหาที่มาเลเซียมา เห็นว่ากลับมาเล่าไว้ในนี้หน่อยก็น่าจะดี

ปัญหาที่ผมได้รับรายงานจนถึงกับทำให้ต้องไป Solve ด้วยตนเองนั้น เกิดกับ Fedora 7 ครับ เมื่อวันที่ 26 Fedora ได้ Release Update ล่าสุดออกมา เอาขึ้น repo หัวค่ำวันที่ 28 (บ้านเรา) ใครที่ Update ด้วย yum ตามปกติธรรมดาจะไม่เจอปัญหาครับ แต่ใครที่ต้องติดตั้ง Package พิเศษนอกเหนือจาก Extras ที่ Fedora ทำไว้ รวมทั้งที่ต้อง Compile บางส่วนเองจะเจอปัญหาแน่นอนครับ เนื่องจาก Binary package ทั้งหมดรวมทั้ง Kernel นั้น Include Kernel 2.6.23.1-10 แต่ Source package ทั้งหมดใน repo ดันเป็น 2.6.23 ถ้วนๆ ซึ่ง *น่าจะ* เกิดจากคนทำคนละกลุ่ม เลย Snap มาไม่ตรงเวลากัน (ดูจะผิดกันไปหลายวันนะนั่น) ผลก็คือ Source RPM นำมาแก้ไขแล้ว Compile ใหม่แล้ว แต่พอติดตั้งในระบบจะมีปัญหา Version ไม่ตรง และมีปัญหาในการ Interface/Insert กับไฟล์ .so และ .ko ในบางกรณี

ผมแก้ปัญหาผ่านไปแล้ว ด้วยการเอา CVS Snapshot  มาทำแทน แต่กว่าจะเจอต้นเหตุ ก็เล่นเอางมอยู่ข้ามคืนเลยทีเดียวครับ 

รูปภาพของ Foggy_Ritchy
Foggy_Ritchy
Rating 4
Posts: 179
Joined: 29-12-2005
แหล่งที่มาของเนื้อหา

http://www.itdestination.com/articles/10-danger/

เว็บนี้ผมก็ชอบ free tips เขาน่ะ แต่ก็เก่าไปบ้างจนกระทั่งเจอบทความนี้แหละทำให้ผมรู้สึกแย่ลงกับสำนักนี้เลย

--
ปตท. พลังไทย เพื่อใคร (ผู้ถือหุ้น) ??
รูปภาพของ iBeta
iBeta
Rating 2
Posts: 48
Joined: 25-12-2005
Linux
Linux ต้องอยู่กับ Community น่ะ ถึงจะพัฒนาได้ ฉะนั้น มีข้อบกพร่องตรงไหน ไม่ดีอย่างไร ก็ต้องรายงานให้ผู้พัฒนารู้ แต่ผมว่า MSW.ก็ยังมีข้อบกพร่องหลายประการที่เรายังไม่รู้ Innocent (อยากเห็นคนไทยใช้ลินุกซ์อย่างแพร่หลายจัง เสียดายตรงที่ลินุกซ์ตีตลาดไทยได้น้อย ฉะนั้นถ้าอยากให้คนไทยใช้ลินุกซ์ก็ต้องปลุกฝังตั้งแต่เด็ก)Laughing
--

และในที่สุดคุณก็จะได้สัมพัสUbuntu 8.04 Hardy Heron LTS แล้ว
ดาวน์โหลด (Desktop Edition)
Ubuntu >> http://th.releases.ubuntu.com/8.04/ubuntu-8.04-desktop-i386.iso

ubuntu 64 bit >>  http://th.releases.ubuntu.com/8.04/ubuntu-8.04-desktop-amd64.iso

LinuxTLE 9.0 >> http://ftp.opentle.org/pub/linux-tle/9.0/iso/linuxtle-9.0-i386.iso 

ลีนุกซ์ ไม่ใช่แค่ฟรี ไม่ใช่แค่เร็ว แต่มันให้อะไรที่มากกว่า Windows และ Mac ให้เราได้

Syndicate content