
อยากให้ทีมงานเดินสายจัด Road show ตามสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาต่างๆ ในแต่ละภาค เพื่อปลุกกระแสการใช้ในระดับอุดมศึกษาก่อน
ผมรู้จัก Linux ครั้งแรกตอนใช้ Redhat (จำไม่ได้แล้ว นานมาก พร้อมๆ กับ Win95 เริ่มตอนอ่านหนังสือ IT-SOFT ฉบับแรกๆ) แต่ไม่ได้จับอย่างเอาจริงเอาจัง เพราะ
ในวิทยาลัยที่ผมเรียนใน ปวส.คอม ปี พ.ศ. 38-39 มีแค่ dos 6.22 windows 3.11 win95 netware 3.x ส่วนลินุกซ์ไม่ต้องพูดถึง แต่ถ้าพูดในปัจจุบันนี้ เด็กนักเรียนระดับอุดมศึกษาสายคอมพิวเตอร์บางคน (เน้นว่าบางคน) ไม่รู้จักระบบปฏิบัติการอื่นเลย นอกจาก Windows
เรื่องนี้ไม่ใช้เรื่องธรรมดานะครับ เป็นเรื่องน่าตกใจมาก
ในการจัด Road show อาจไปตามจังหวัดใหญ่ๆ ในแต่ละภาค เน้นภาคละ สองสามจังหวัด แล้วมีการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้านานๆ หน่อย อย่างผมอยู่ ศรีสะเกษ หรือสุรินทร์ มุกดาหาร อาจไปชมงานที่จังหวัดอุบลราชธานี หรือผู้ที่อยู่บุรีรัมย์ สารคาม ร้อยเอ็ด มาชมที่โคราช ทำนองนี้ครับ
นักเรียนระดับประถม หรือมัธยม จะได้มีโอกาสเข้ามาสัมผัส ถ้าจะจัดแข่งแล้วเอาผู้ชนะมาที่กรุงเทพเลย มันจะไม่ปลุกกระแสการใช้งานโอเพนซอร์สเท่าไรครับ จะมีเฉพาะในวงผู้ที่ศึกษาเท่านั้น คนทั่วๆ ไปจะไม่รู้จักเลย อย่างเพื่อนๆ ครู ที่เห็นหน้าจอ ทะเล 8 ในเครื่องผม ที่ลง beryl ไว้ก็บอกว่าสวยดี ผมถามว่าจะเอามั้ย จะลงให้ลองใช้ แบบไม่กระทบกับ M$ เดิมเลย ส่วนใหญ่จะตอบว่า ไม่กล้าใช้ กลัวกระทบกับงานที่อยู่ในเครื่องเดิม (ทั้งๆ ที่ XP ที่ใช้อยู่ สามวันดีสี่วันไข้ ไวรัสกินประจำ)
หุๆ ตอนนี้ลูกคนแรกของผม สามขวบกว่าๆ กำลังจะเข้าอนุบาล ผมสอนให้เปิดเครื่อง และปิดเครื่องคอม เข้าเล่นเกมส์ Gcompris Tuxpaint นายมันฝรั่งได้เอง แล้ว ไว้เก่งๆ กว่านี้จะขุนให้เก่งๆ ไปลุยกะลูกคุณสมเดช

อยากให้ทีมงานเดินสายจัด Road show ตามสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาต่างๆ ในแต่ละภาค เพื่อปลุกกระแสการใช้ในระดับอุดมศึกษาก่อน
ตอบ เอางั้นเลยเหรอครับ เอ จะจัดได้ไม้เนี่ย ต้องปรึกษาผู้ใหญ่ก่อนครับว่าเป็นไปได้ไม้ ถ้าให้ไปแข่งขันรอบต่างจังหวัดเนี่ย ... ผมเคยเสนอผู้ใหญ่ไปแล้วครับ ติดขัดหลายอย่างเลย ลำบากครับ ทางรัฐมองว่า หน่วยงานเราเป็นหน่วยงานทำเทคโนโลยี ส่วน SIPA เป็นหน่วยงานส่งเสริม ก็เลยทำโครงการประมาณนี้ลำบากหนะครับ
ผมเองก็มีโอกาสใช้ Linux ครั้งแรกสมัยเรียน ป. โท (ก่อนมี Windows 95 เล็กน้อย) ให้เพื่อนช่วยลงที่เครื่องให้ เพื่อจะไว้เขียนโปรแกรม (การบ้าน) ส่ง อ. (แทนที่จะต้องไป telnet ที่มหาวิทยาลัย) หลังจากนั้นก็ไม่ได้เล่นอีกเลย จนมาได้เล่นอีกทีตอนเป็น TLE 4.1 หนะครับ โห มันต่างจากสมัยนั้นแบบว่าคนละเรื่องเดียวกันเลยครับ ....
แต่ก็อย่างว่าแหละครับ ผมถือว่าผมเป็นคนโชคดีที่มีโอกาสใช้หลายๆ แบบ ก่อนที่ Windows 95 จะครองโลก สมัยนั้น ที่ม. มี OS/2 Netware Mac และ 3.11 แล้วก็พวก Unix Server ไปเลย เครื่อง Windows เนี่ยแรกๆ ไม่ค่อยมีคนใช้มากครับ เพราะช่วงนั้นกำลังเห่อ OS/2 กัน หลังๆ ก็มีคนใช้มากขึ้น ส่วนเครื่อง Mac ตอนนั้นเป็นเครื่องเข้ามาใหม่ มี feature boot เป็น Windows ได้ด้วย แต่ไม่ค่อยมีคนเล่นกัน ผมเลยได้เล่นหลายอย่าง ชอบที่สุดก็ Mac รองมาก็ OS/2 ครับ ส่วน 3.11 เนี่ย ตอนหลังๆ ก็ค่อยๆ มีมากขึ้นครับ
ถ้าผมไม่เคยได้เล่นหลายๆ ตัวมาอย่างนี้ และถ้าผมไม่ใช่คนชอบลองเล่นของใหม่ๆ ก็คงไม่ได้มีโอกาสเล่นไปแบบสารพัดแบบตอนนี้หนะครับ ... อันนี้ถือว่าเป็นโชคดีของผม
เฮ้อ ไม่ใช่ว่าไม่อยากไปจัดต่างจังหวัดนะครับ แต่ไม่รู้ว่าจะทำงัยดี เอาไว้หาทางได้ก็จะไปครับ (เมื่อก่อนเคยจัดครับ ไปซะทั่วเหมือนกัน แต่ตอนหลังๆ มานี่ ชักลำบากครับ)
ตอนนี้ เครื่องผมที่ Office (อีกเครื่องนึง ไม่ใช่เครื่องนี้) มี Windows XP, Ubuntu, TLE8 และ MacOSX ครับ ตอนนี้พยายามใช้ Mac อยู่ (แต่เครื่องทำงานหลัก คือเครื่องนี้ ซึ่งมี TLE8 อย่างเดียวครับ)


เรื่อง open source ที่จะให้โรงเรียน และนักเรียนมาร่วม
ได้เข้าไปสนใจเรื่องการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของประเทศไทยมาราว 4-5 ปีแล้ว
๑ รร มีประมาณ 3 หมื่นกว่าโรง รร ที่ใช้ windows นั้น บอกได้ว่า mean + 2 sd ( แปลว่า คลุมไปได้เลยครับ) 95-98 % ของรร ใช้ pirated copies ( แปลว่าใช้แต่ windows )
๒ บุคคลากรทางด้านคอมพิวเตอร์ ยังขาด หาประเภทช้างเผือก ยังน้อย ( exception rather rule ) และจะน่าแปลกใจว่า ไม่น้อยเลยที่เป็นครูสาขาอื่น ที่เข้ามาทำ
( คือด้วยความสนใจ และทำได้ดีด้วย ) ยกตัวอย่าง บางคน จบการศึกษา วิชาเอก ภาษาอังกฤษ และทำได้ดี เพราะสนใจ ( เจอคนเดียว แปลกใจมาก ติดตั้งใช้ SIS ใน รร ด้วย )
๓ ขาดความสามารถในการอ่านตำรา ( ภาษาอังกฤษ ) อันนี้เห็นใจเพราะระบบการสอนภาษาบ้านเรา ( คงจะโทษตัวครูไม่ได้ เพราะระบบมันแย่มาเป็นสิบๆปีแล้ว )
๔ หรือไม่ก็ที่เจอก็คือ ใกล้เกษียณ ( 50+) พวกนี้ ไม่ค่อยจะอ่าน ( บอกได้ว่า เจอลูกน้องบ่นเรื่องผู้ใหญ่ - ผอ - ไม่สนใจ กันแยะ) คือว่า ไม้แก่ ไม่ใช่ดัดยาก ไม่ยอมดัดเอาเลย
ก็มีบ้างแหละที่สนับสนุน ( ทุกอย่างมันก็มียกเว้น แต่น้อย )
(เพราะเราไม่เคยได้สร้างความคิดกันเลยว่า การอ่านหนังสือ ก็เป็นงานอดิเรกอย่างหนึ่งได้เช่นกัน งานอดิเรกของคนทั่วไป คงจะเป็นถองเหล้ามากกว่า)
๕ ทัศนคติในการชอบอ่าน หรือศึกษา ไม่ค่อยแยะ
ข้อ ๔ และ ๕ คิดว่า ปัญหามันขึ้นกับระบบมากๆ เพราะคนดี ( เก่ง ) ไม่ได้ดี หรอก ต้องโน่นพวกคอยรินเหล้าให้นายโน่น ถึงจะได้เลื่อนขึ้นไปข้างบน
อาจารย์ คณิต หรือวิทย์ พวกนี้ เลียไม่เป็น ฉนั้น จะเจอว่า ครูพละ จะขึ้นไปเป็นผอ ค่อนข้างหนาหูหนาตา
( ข้อสังเกตุที่ว่า ผอ เป็นพวกที่ไต่มาจาก สาระพละมากนี้ พบว่าสังเกตุเห็นตรงกับ รศ ท่านหนึ่งที่ มข ที่เข้าไปมีกิจกรรมกับนักเรียน คือ เป็นตัวแทน สวทช จัดแข่งขันโครงการวิทยาศาสตร์ )
( ที่ว่ามานี้ คงไม่ทุกคน แต่บอกได้ว่า mean + 1-2 SD เป็นแบบนี้ )
จากสภาพที่ไปสัมผัสมา เช่นนี้ แล้วจะให้หาเด็ก หรือ รร ไปแข่ง ได้ที่ใหนละ
ทางกลุ่มเราพยายามไป "อาสาสมัคร" สอนให้ฟรี แก่ กลุ่ม ครู และ รร ใช้ open source แต่ก็ได้ระดับหนึ่ง
แต่ไปได้ไม่กี่น้ำ เพราะ ทุน ค่าใช้จ่าย จะหาแหล่ง สนับสนุน ทาง SIPA ก็ท่าทาง จองหอง หรือไง ก็ไม่ทราบ
คงเพราะไม่ได้ขาย หรือ ไม่ได้เงินหรือไง ไม่ทราบ ( มันก็เข้าหลัก ไม่ได้ผลประโยชน์ ) ก็ไม่ต้องไปทำมันมาก เดาเอา
เพราะหลักเศรษฐศาสตร์เขาว่า ทุกอย่างมันต้อง incentive นำหน้าครับ
หากมีโอกาสเราจะพยายามหาทุนจาก เอกชน มาช่วย เผือฟลุ้กหาได้ ก็จะเริ่มทำกันใหม่อีก
ก็จากมุมมองของผมที่ไปสัมผัสมา
พอจะเข้าใจแล้วนะครับว่า ทำไม ไม่มีแหล่งส่งนักเรียน หรือเยาวชน เข้าแข่ง
samira samilan

อยากให้เดินสายทัวร์ทั่วประเทศครับ เพื่อเป็นการโปรโมตและปลูกฟังเยาวชนให้ตระหนักถึงคุณค่าของโอเพ่นซอร์สก่อนครับ (ยิ่งปั๊มแผ่นแจกด้วยถ้าโปรโมตดีๆ มีสิทธิ์ work) ไม่งั้นถ้าแค่รู้จักกันในวงการ หรือ กลุ่มบุคคลที่สนใจ ชุมชนเหล่านี้จะมีประชากรน้อยมากๆ (เมื่อเทียบกับคนทั้งประเทศ) แล้วอีกอย่าง กลุ่มคนทีสนใจยังไงเขาก็ต้องหาทางค้นคว้าจนได้กันอยู่แล้ว ในขณะที่กลุ่มคนนอกวงการเขาจะไม่รู้เรื่องอะไรเลย (ฟังคล้ายๆ ถูกปิดหูปิดตายังไงชอบกล)
พอเดินสายสร้างชุมชนผู้ใช้ได้กว้างขวางขึ้น อะไรๆ มันก็จะง่ายขึ้นตามมาหมดครับ
ส่วนเรื่องจัดวันสำคัญ "Opensource Day" สนับสนุนให้ตั้งเป็นวันสำคัญเลยครับ (ทีวันสำหรับคนถนัดซ้ายยังมีเลยง่ะ เราก็ต้องมีได้สิ) แล้วก็จัดเป็นแฟร์สำหรับโอเพ่นซอร์สโดยเฉพาะ ขอย้ำว่า "โอเพ่นซอร์ส" ครับ เอาทุกๆ อย่างที่เกี่ยวกับโอเพ่นซอร์สมาลง (จะได้เข้าถึงชีวิตประจำวัน และงานของคนทุกด้านทุกกลุ่ม) จัดซัก 1 สัปดาห์ น่าจะดี แล้วก็จัดการแข่งขันอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับโอเพ่นซอร์ส (เอาหลายๆ รายการเลยครับ) เอาบูทหนังสือ กะ ซอฟต์แวร์มาลงก็ดีครับ (เพราะปกติแถวบ้านผมนี่หายากมากมายมีแต่วินโดวส์ จนรู้สึกเหงายังไงชอบกล)
แนะนำ - ช่วงต้นเดือน ก.ย. อาจจะไม่สะดวกสำหรับนักเรียนและครูเท่าไหร่ครับ เพราะจะสอบมิดเทอมกันแล้ว ช่วงเวลาที่จัดผมแนะนำว่าซักประมาณกลางๆ เทอมกำลังดีครับ (เพราะนักเรียนส่วนใหญ่ถ้าเลือกได้มักไม่ค่อยอยากไปตอนใกล้สอบครับ) ช่วงที่ผมแนะนำโรงเรียนส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้นักเรียนทำอะไรมาก (นอกจากกีฬาสีกับการเรียนที่สามารถขอทำเรื่องกับทางโรงเรียนได้)

คิดว่า จะทำโครงการหรือนโยบายระดับประเทศ เราต้องศึกษา หรือรู้ว่า ปัญหามันอยู่ตรงใหน ทำไมมันจึงเป็นอย่างที่เป็นอยู่ เมื่อทราบปัญหา หรือมีข้อมูลแล้ว ถึงเข้าไปแก้
ไม่ใช่นึกจะทำอะไร ก็ทำ อย่างนี้มันก็พัง เปลือง
ของพรรค์นี้น่าจะมาเริ่มจากระดับล่าง คือ รร ก่อน
จากที่ได้เข้าไปเห็นปัญหาของ รร ต่างๆในต่างจังหวัดพบว่า ปัญหาสำคัญ คือ ฝ่ายบริหารไม่เห็นความสำคัญของการใช้ technology ที่ถูกต้อง อย่างที่เล่ามาข้างบน ส่วนใหญ่ยังใช้ pirated OS อยู่
ยิ่งไปกว่านั้น โปรแกรมที่ รร ได้มาจาก กระทรวงเพื่อใช้ในงานธุรการ ของ รร ก็มีปัญหามา อย่างน้อย สามรุ่นแล้ว ก็ยังมีปัญหา
ถามว่า เคยมีการทำโครงการนำร่องก่อนหรือเปล่า การทดสอบก่อนเอาไปให้ รร มีผลอย่างไรบ้างไม่มีใครรู้
จะอย่างไรก็ตาม ทางส่วนกลางเล่นโยนให้ ทาง รร ทั่วประเทศใช้ ผลก็คือ มีปัญหากันทั่วประเทศ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อ รร ในเรื่องเวลา ที่ ครูผู้รับผิดชอบต้องใช้
ปัญหาเรื่องการส่งเสริม Software ให้ รร ใช้ของที่ถูกต้องตามกฎหมายนั้น ส่วนใหญ่ รร จะไม่สน( เพราะไม่มีเงินจะจ่าย แต่ที่ใช้ เพราะมันทำงานได้ดี ) ก็ยังใช้ของขโมยกันหน้าตาเฉย
สิ่งหนึ่งที่น่า จะกระตุ้นให้ open source ได้ใช้กันมากขึ้นใน รร ก็คือ การประกาศสนับสนุนให้ รร ใช้ Open source ให้มากที่สุด
( ในทีนี้ ระดับแรก แค่เอาเข้าไปใน computer lab ใน รร ก่อน ซึ่งหากอ่านจะงานที่ครู centrino14 เล่ามา ใช้ได้ดีมาก )
ปัญหาที่สำคัญอีกอันคือ ฝ่ายบริหารของ รร ไม่ให้ความสนใจของผู้รับผิดชอบเรื่อง IT กล่าวคือ คนทำได้แต่ภาระ แต่ความดี ไม่ค่อยได้ ใครรับภาระเรื่องข้อมูล ก็กลายเป็นภาระต้องรับผิดชอบไป ทำนอกเวลาด้วยเพือให้เสร็จและทันเวลา
ในหลายๆ รร เรืองงานด้านนี้ ไม่เกี่ยวกับการพิจารณาความดีความชอบ ฉนั้นงานทาง IT ครูจึงไม่ค่อยสนใจ เพราะเป็นงานเพิ่มภาระโดยไม่จำเป็น
หลังจากที่ไปสัมผัสกับ รร สิบกว่าโรง หลายๆจังหวัด พบว่า ความสำเร็จในการนำ technology เข้าไปแนะนำ จะขึ้นกับฝ่ายบริหารเบื้องบนของ รร เป็นอันมาก ว่าสนใจจะสนับสนุนให้มันเกิดใน รร หรือไม่
คิดว่า น่าเสาะหา รร ที่สนใจ แล้วเข้าไปขุนให้ รร นั้นมีความสามารถ แล้วให้ รร นั้นเป็นศูนย์ที่จะขยายแพร่ความรู้ออกไปยังบริเวณรร ใกล้เคียง หรือ
หากมีชมรมที่สามารถรวมกันได้ แล้วให้อาสาสมัคร หรือ หน่วยงานรับผิดชอบในการส่งเสริม Open Source เข้าไปช่วย อมรม ฝึกสอน
เมื่อ รร หนึ่งๆ ใน ชมรม ประสพความสำเร็จแล้ว ก็จะเป็นตัวอย่างที่ดี ให้ รร ในชุมชนหรือ แถบนั้น เดินตาม ซึ่งจะเป็นวิธีการโฆษณาที่ดีที่สุด
คิดว่า การเผยแพร่ในระดับประเทศ ต้องมีการศึกษาปัญหา แล้วต้องวางแผน มากกว่าจะมาทำแบบ ดึงแผนมาจากอากาศ โดยไม่ได้มีหลักการ หรือศึกษาให้ถี่ถ้วนก่อน
samira samilan
Posts: 3894
Joined: 26-01-2004