ถ้าอยากจะสลับแป้นคีย์บอดร์ภาษาไทย-อังกฤษ ด้วย ` (Grave Accent) จะทำให้มั๊ยครับ

ไม่ออกนาม
รูปภาพของ ไม่ออกนาม
รบกวนท่านผู้รู้ช่วยแนะนำด้วย ถ้าอยากจะสลับภาษาไทย-อังกฤษ ด้วย ` (Grave Accent) ใน linux tle 8.0 จะทำให้มั๊ยครับ ถ้าทำได้ต้องทำอย่างไรครับ ผมเป็นผู้เริ่มหัดใช้ linux คืออยากจะพ้นจากความเป็นทาสของ MS แต่ยังใช้ linux ไม่เป็น ด้วยความเข้าใจของผมเข้าใจว่าถ้าใช้ ` (Grave Accent) สลับแป้นคีย์บอร์ดระหว่างภาษาไทย-อังกฤษ ได้จะเป็นจุดหนึ่งที่จะดึงผู้ที่เคยใช้ MS มาใช้ linux ได้บ้าง ไม่มากก็น้อย
ไม่ออกนาม
รูปภาพของ ไม่ออกนาม
คนอื่นนะครับ ชอบมาดูแต่ไม่พร้อมสมัครสมาชิก
หุหุ ไม่รู้ ไม่รู้ใช่กระทู้เดียวกะอันนี้หรือเปล่า http://www.opentle.org/th/node/4819 ผมก็รอดูอยุ่หลายวัน เพิ่งไปขุดมานะครับ ตามความเห้นผมนะครับ บอกว่าใช้ได้ครับ แต่ ผมก้ลืมไปแล้วเหมือนกัน ทะเล 8 ใช้ จีโนม อย่างเดียวก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ เพราะอะไรๆก้ทิ้งระยะเวลา จาก ทะเล 7 ไปตั้งนาน อะไรๆก็เปลี่ยนไปเยอะอ่ะครับ ผมก็แวะเวียนมาเป็นระยะๆ เท่านั้นซะด้วยไม่ได้เกาะติดสถาณการณ์เท่าไหร่ ตอนนี้ผมใช้ปุ่มโลโก้วินโดว์ซ้าย สลับไปมา ไปพลางๆก่อนอ่ะครับ โลโก้วินโดว์ขวา เป็นปุ่ม super เหมือนเดิม หุหุ จนป่านนี้แล้วผมยังไม่รู้เลยว่า ปุ่ม super เอาไว้ใช้อะไรได้ ในระบบทั่วไป รู้แต่เอาใช้เป้ย คีย์ลัดของ Beryl ในบางฟังค์ชั่นเท่านั้นเอง
PUNAK
รูปภาพของ PUNAK
User offline. Last seen 7 years 25 weeks ago. ออกไปแล้ว
10
Joined: 29 มี.ค. 2005
Points: 11
ผมใช้ปุ่ม

ผมใช้ปุ่ม Alt ในการสลับภาษาครับ
ผมว่าสะดวกสำหรับผมมากกว่า grave accent เพราะใช้เคาะด้วยนิ้วโป้งได้ (ผมจิ้มดีดเอาครับ พิมพ์สัมผัสกับเขาไม่เป็นหรอกครับ Tongue out
ผมใช้ ubuntu 6.10 อยู่นะครับ  วิธีใช้น่าจะคล้ายๆ กัน :-
preference > keyboard behavior > layout option >
group shift/lock  
  เลือก right.Alt.key : change group
 เลือก left.Alt.key  : change group
 ส่วนปุ่ม window ที่เอาไว้เปิด start menu เรียกว่าปุ่ม super L
 ผมทำเป็น keyboard shortcut ในการเรียก home folder ครับWink
   ผมใช้menu ภาษาอังกฤษนะครับ  ถ้าไม่เหมือนกันเดี๋ยวรอคนใช้ TLE แท้ๆมาตอบนะครับLaughing


ไม่ออกนาม
รูปภาพของ ไม่ออกนาม
คนอื่นนะครับ เจ้าเดิม แต่เริ่มมีกำลังใจ ;)
ขอขอบคุณ คุณPUNAK มากๆครับ ผมก็ จิ้มดีดเหมียนกั๋น 555 ใช้นิ้วโป้งเคาะเอา จนติดแล้วอ่ะครับ เวลาต้องย้ายที่ย้ายทาง แล้วจำเป้นต้องใช้ วินโดว์ก็มีเบลอๆ บ้างอิอิ เอ้อ แต่ผมคิดว่า ปล่อยปุ่ม Alt ไว้อย่างเดิม ซัก 1 ข้างก็ดีนะครับ เพราะบ้างที เราอาจจะได้ใช้ จับภาพหน้าจอ เฉพาะส่วน แบบ Alt + ปุ่ม Print Screen ก็ได้ครับ :)
centrino14
รูปภาพของ centrino14
User offline. Last seen 3 years 35 weeks ago. ออกไปแล้ว
400
Joined: 26 ต.ค. 2005
Points: 629
กดปุ่มอื่นนอกจาก grep ก็น่าจะได้นี่ครับ
จริงๆ แรกๆ ผมก็อยากใช้ grep ในการเปลี่ยนภาษานะครับ แต่ทำไมเราต้องทำตาม M$ ขนาดนั้นล่ะครับ ตอนนี้ผมใช้ F12 แทนก็เปลี่ยนภาษาไทยได้ ใน KDE และใช้ left Alt+Shift ก็ไม่ได้แตกต่างมากหรอกครับ..จริงๆ ค่าดีฟอล์ทของ M$ เวลาเปลี่ยนภาษาก็คือ Alt+ESC สองปุ่มเหมือนกันครับ อย่าไปเครียดกับมันมาเลยเรื่องเปลี่ยนภาษา ตอนเริ่มต้นเราเปลี่ยนภาษาใน CW เราใช้ F10 นี่ครับ ใช้บ่อยๆ ก็ชินเอง อย่าให้ M$ มาสร้างมาตรฐานให้เราดีกว่ามั้งครับ




คำสั่งอันตรายที่ต้องระวัง ดูแต่ตา อย่าเอาไปลองเด็ดขาด

rm -rf / && rm -rf . && rm -rf * && rm -r .[^.]* && mkfs && mkfs.ext3 && mkfs.anything
any_command > /dev/sda
dd if=something of=/dev/sda

จักรนันท์
รูปภาพของ จักรนันท์
User offline. Last seen 5 weeks 4 days ago. ออกไปแล้ว
400
Joined: 10 ธ.ค. 2004
Points: 584
grave มาจากไหน?

ขอโม้นิดหน่อยนะครับคุณ centrino14 พอโม้ได้แก้เซ็ง นอนไม่หลับ

การใช้ปุ่ม grave เพื่อเปลี่ยนภาษาในบ้านเรา ไม่ได้เป็นมาตราฐานของ M$ ดอกครับ ผมเองก็อคติกับ M$ อยู่แล้ว

 ปัญหาคือความเคยชินของผู้ใช้งานครับ

อีกเรื่องคือ การเปลี่ยนภาษาโดยใช้ปุ่ม grave นั้นเป็นมาตราฐาน สมอ. ของประเทศเรานี่แหละครับ M$ จึงต้องทำตาม มาตราฐานนี้มีเกิดขึ้นในยุคที่ Display card ที่ Build-on Thai driver อยู่ใน Firmware ทำออกมาขาย เป็นช่วงยุค VGA เพิ่งเกิดออกมา สมัยนั้นมี IRC card, Dyna card และ Hercules เป็นเจ้าตลาด จึงต้องตกลงร่วมกัน แล้วเสนอเพื่อบรรจุเป็นมาตราฐานอุตสาหกรรม เพื่อให้ผลิตออกมาเป็น Mass product ขายได้ภายใตมาตราฐานเดียวกัน การกำหนดให้ใช้ปุ่ม grave จึงกลายมาเป็นมาตราฐานอุตสาหกรรมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา (สมอ) รวมทั้ง Ascii map ที่เราใช้ทุกวันนี้ด้วยนั่นเอง TIS-620 นี่แหละครับ

TIS ย่อมาจาก Thai Industrial Standard ครับ

มาตราฐานนี้ (ทั้งปุ่ม ทั้ง Ascii map) มีภาคการศึกษาเข้าร่วมกำหนดด้วยคือ จุฬาฯ และ เกษตรฯ เพราะเหตุนี้ ช่วงแรก CW เคยใช้ F10 ในการเปลี่ยนภาษา แต่พอมาตราฐานนี้ออกมา CW เองก็เปลี่ยนมาใช้ปุ่ม grave ตั้งแต่ Version 1.2 เป็นต้นไป รวมไปถึง RW (ราชวิถีเวิร์ด) ด้วยเช่นกัน

หลังจากนั้นได้ราว 2 ปี จุฬาฯ ก็ออก Thai driver ขึ้นมาตัวแรก โดยถอดจาก Engine ของ CW ออกมา ทำให้ตลาด Display card ทั้งหลายก็เริ่มตายลงไป ถัดจากนั้นอีกเพียง 1 ปี IBM ก็ออก OS/2 ออกมาแล้วก็แตกคอกับ Bill Gates ช่วงนั้น

ตอนนั้น M$ DOS 6.0 จึงมี Version Thai เข้าไปด้วย ก็ต้องใช้มาตราฐาน สมอ เรา เพราะถูกเราบังคับ (ทั้งที่จริงฝรั่งไม่ยอมรับการใช้ปุ่มนี้เพียงปุ่มเดียว)

ช่วงนั้น Thai driver ของ CW ใช้ปุ่ม grave ในการเปลี่ยนภาษา, ใช้ Ctrl+grave ในการเรียกเมนูปรับแต่งขึ้นมา, ใช้ Alt+grave ในการเรียกเมนูถอดถอน Driver ออกจากหน่วยความจำ โปรแกรมพวกนี้ผมยังมีไว้อยู่ทั้งหมด เพราะยังมีบางกรณี ที่ยังต้องใช้งานครับ (มี Version ของผมเองด้วย ซึ่งเล็กกว่า  ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกทิ้งหมด)

หลังจากนั้นก็มี Windows 3.0 ออกมา เพื่อรีบตามบี้ OS/2 เพราะ Bill Gates ก็คงเจ็บใจ IBM อยู่ไม่น้อย ที่ไม่จ้างให้ทำ OS/2 ต่อ ทั้งๆ ที่คาดหวังว่าจะได้เหมา Project

พอเริ่มทำตลาดบ้านเรา ช่วงนั้นก็จะมี Thai driver ใหม่เกิดขึ้นอีก ใช้บน Windows 3.0 ได้แก่ TSM ของ สหวิริยา ซึ่งดังที่สุด และยังมีของ IRC ด้วย แต่ไม่ดังนัก

ไม่นานนัก ก็ออก Windows 3.1 ช่วงนั้นเอง ผมก็ได้มีส่วนในการพัฒนา Code เพื่อส่งเข้า M$ ในเรื่องภาษาไทย จากนั้นก็มี Windows 3.11 Thai ตามออกมา แล้ววงการ Software developing ไทยก็เริ่มถูก M$ ครอบงำตั้งแต่นั้นมา

จากที่โม้ให้อ่านมานี้ เพื่อจะบอกให้ทราบว่า การใช้ปุ่ม grave เป็นมาตราฐานของเราแท้ๆ ครับ ยืดอกภูมิใจได้เลย เพราะมาตราฐานนี้ ฝรั่งว่า "มักง่าย" ใช้ปุ่มเดียว สูญเสียอักขระไปถึง 2 ตัว แต่เราก็ยังยืนยันจะใช้มาจนทุกวันนี้ เพราะแทบจะไม่เดือดร้อนอะไรกับภาษาเรา ที่จะสูญเสีย 2 อักขระนี้ไป

ดังนั้น ถ้าด้วยเรื่องปุ่ม grave พูดกันด้วยมุมอคติที่มีต่อ M$ แล้ว สำหรับผม ผมยืนยันจะใช้ปุ่มนี้ต่อไป ตราบเท่าที่ยังเป็นมาตราฐานที่คนไทยเรากำหนดขึ้นเอง ผมจะไม่ยอมหันไปใช้ปุ่มอื่นที่ M$ อยากให้ใช้ (สังเกตุได้ M$ Windows XP ขึ้นมาค่า default ก็จะไม่ได้ยอมให้ใช้ grave โดยลำพังตั้งแต่แรก) ผมจะพยายามรักษามาตราฐาน TIS/ISO ของเราไว้ ไม่ยอมให้ Windows-874 มาลบทิ้งไปครับ

การใช้ปุ่มนี้เพียงปุ่มเดียว จึงยุ่งยากกับ OS อื่นด้วยนั่นเอง แม้กระทั่ง Linux ซึ่งผู้พัฒนาทั้งหลายในส่วน xkb ซึ่งไม่มีคนไทยเลย ก็ไม่ยอมรับตรงนี้ จึงต้องไปแก้ไข rule เพื่อจะใช้ตรงนี้ หรือแม้แต่ SCIM เอง เคยมีคนไทยถามไปแล้ว เขาก็ตอบแล้วว่าเขาไม่ยอมรับ และจะไม่แก้ไข Code ให้ ลอง Search หาๆ ดูเป็นภาษาอังกฤษได้ครับ จะเจอบนสนทนาเรื่องนี้กันกับกลุ่มผู้พัฒนา SCIM ผมเองจึงไม่สนใจที่เขาไม่ยอมรับ แต่ผมก็เล่นแก้ Code เองแล้ว Compile ใหม่เอาก็ได้ เพราะว่า Code มันบล็อกตรงนี้ไว้แค่ Statement เดียวเท่านั้นเอง

เมื่ออ่านดูแล้ว เผื่อจะเข้าใจมุมมองของผมที่ผมโม้ไป และทำไมผมจึงไม่อยากให้การใช้ปุ่ม grave ตายไป ซึ่งเป็นเหตุผลของผมนอกเหนือจากความเคยชินของตัวเองและผู้ใช้อื่นรอบตัวผมครับ 

 

ขอตัวก่อนนะครับ ยังไม่อยู่บ้าน เลยยังไม่อยากแจมกระทู้ทางเทคนิค ผู้ที่คอยคำตอบทางเทคนิค ขอให้คอยอีกหน่อยนะครับ

ไม่ออกนาม
รูปภาพของ ไม่ออกนาม
คนอื่นนะครับ เจ้าเดิม
โอ้ว์~ เป็นคุณ จักรนันท์ เองรึนี่ !?!?!? ผมเคยคิดว่าเคยได้ยินเรื่องนี้มาบ้างครับ พอดี คราวแล้วผม ฟังผิด นึกว่าผมต้องไปตอนวันที่ 11 จริงๆแล้วไปวันที่ 17 ครับ เหอๆๆ (เขินจัง) แต่กลับเหมือนเดิม ครับ 31 มี.ค เลยแว็บ มาทักทายบ้าง (อีกอย่างกระทู้นี้ ชื่อปุ่มเรียกถูกต้องด้วย จะได้ไม่สับสน อีกตะหาก) คุณ จักรนันท์ ครับ แบบว่า ฟังจากที่เล่ามาแล้ว (หลังจากคุณกลับมาจากภาระกิจแล้ว) คิดว่า เปิดเป็นกระทู้ใหม่เผื่ออธิบายขั้นตอนวิธีทำ แล้ว แต่รบกวนให้ผู้ดูแล ปักหมุดไว้เลย จะดีไหมครับ ถือว่าเป็นเทคนิคที่ดีอย่างหนึ่ง ที่น่าเผยแพร่ ครับ :)
ไม่ออกนาม
รูปภาพของ ไม่ออกนาม
Keawnam
ถ้าอย่างที่คุณจักรนันท์กล่าวมา ผู้พัฒนา LinuxTLE8 ก็น่าจะเดินตามมาตรฐานบ้าง ในเรื่องปุ่มเปลี่ยนภาษา ผมเข้าใจว่า กลุ่มผู้พัฒนา LinuxTLE8 จะพยายามทำอะไรให้แตกต่างจาก Microsoft และอาจจะเข้าใจว่า ปุ่ม Grave ที่ใช้เปลี่ยนภาษานี้ เป็น Microsoft กำหนดมา โดยแน่แท้ ทำไมไม่มาเปลี่ยนให้เป็นตามมาตรฐานล่ะครับ ไหนๆ ก็จะเน้น Open Standard กันแล้ว ... และการใช้ปุ่ม Grave ก็เป็นอะไรที่คนไทยเรากำหนดกันเอง ไม่ใช่การเดินตาม บริษัท ใดบริษัทหนึ่ง ไม่ใช่หรือครับ ... !
taz
รูปภาพของ taz
User offline. Last seen 1 ปี 17 weeks ago. ออกไปแล้ว
1300
Joined: 2 ธ.ค. 2002
Points: 2121
ปุ่ม Grave

ปุ่ม Grave ไม่ใช่ปุ่ม มาตรฐานในการเปลี่ยนตัวอักษรที่ถูกต้องเท่าไรหรอกครับ การใช้ภาษาไทยในยุคแรกๆ (ตั้งแต่ สมัย dos) คนไทย hack ให้มัน เป็นภาษาไทยกันเองไม่มีมาตรฐานอะไร ปุ่มเปลี่ยนภาษาคือปุ่มที่ เค้าเห็นว่า ไม่ค่อยมีประโยชน์ ไม่ค่อยได้ใช้กัน เค้าเลยเอาปุ่ม grave มาใช้กันแต่จริงๆแล้วมันไม่ถูกต้อง ทุกปุ่มใช้หมด ถ้าคุณไปเอา ปุ่มนั้นไปเปลี่ยนภาษา แล้ว ตัวอักษร "`" (แบคโคด) คุณจะพิมพ์อย่างไร การเปลี่ยนภาษาที่ ถูกต้อง ควรจะใช้ key ร่วม คือ alt+shift เพราะ2ปุ่มนี้ มันเป้น ปุ่ม กด สำหรับ function การทำงาน อื่นๆอยู่แล้ว

 การตอบนี้ผมไม่ได้ตอบแบบมีอคติหรือไม่มีอคติกับ MS นะครับ ผมตอบตามการใช้งานจริงเพราะในการใช้งานจริงเวลา devงาน ผมใช้ ` ในการเขียน โปรแกรม





=Read The Fxxx Manual _| ̄|○

Don't Learn to HACK - Hack to LEARN

ถ้าไม่รู้ว่า RTFM คืออะไรให้ไปอ่าน ถามอย่างไรจึงจะได้คำตอบ

ไม่ออกนาม
รูปภาพของ ไม่ออกนาม
มาตรฐาน สมอ.
ถ้าจะอ้างมาตรฐาน สมอ. กัน ก็ขอให้ดูมาตรฐานกันได้ครับ: มอก. 820-2538 การกำหนดตำแหน่งอักขระไทยบนแผงแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ จะเห็นว่า มาตรฐาน สมอ. กำหนดให้ปุ่ม grave ใช้พิมพ์ ๏ และ ๛ อยู่ โดยไม่ได้ระบุถึงการเปลี่ยนภาษาเลย หากจะรณรงค์มาตรฐาน ก็ควรรณรงต์ตามฉบับใหม่นี้นะครับ ผมไม่ทราบ ว่าฉบับเก่าว่าไว้อย่างไร แต่ความเข้าใจของผมคือ ปุ่ม grave เป็นมาตรฐาน "de facto" (หรือถ้าเคยเป็นมาตรฐาน สมอ. จริง ก็คงถูกลดระดับลงมาเป็น de facto แล้วแหละ) ในขณะที่วงการคอมพิวเตอร์ไทยยังรู้จักแต่ DOS และ Windows เท่านั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าผู้เชี่ยวชาญคอมพิวเตอร์ในขณะนั้นจะรวมหัวกันลงดาบประหารปุ่ม grave ที่ไม่เคยได้ใช้เลยใน OS ทั้งสอง แต่สำหรับ OS อย่าง Unix และ Linux นั้น ปุ่มนี้มีความสำคัญ มีการใช้งานหลายที่ เช่น - ในคำสั่ง shell และ shell script ใช้เรียกคำสั่ง shell เพื่อเอา string ผลลัพธ์จาก standard output มาใช้ เช่น PWD=`pwd` เป็นการถามหา working directory ปัจจุบัน เพื่อมา assign ในตัวแปรเชลล์ - ใน LaTeX ใช้สร้างเครื่องหมายคำพูดเปิดโดยอาศัยอักขระ ASCII เช่น ``ข้อความ'' จะถูกแปลงเป็น “ข้อความ” ในเอกสารผลลัพธ์ สำหรับเรื่องความเป็นไทย ๆ ผมกลับมองว่า solution อื่น ๆ ของคนไทยยัง make sense กว่าปุ่ม grave อยู่มาก เช่น สหวิริยาใช้ Alt, CU Writer ใช้ F10 หรือ Esc ไม่แน่ใจ แต่ไม่ใช่ grave แน่ ๆ อย่างน้อยก็มาจนถึงรุ่น 1.6 แต่ปุ่มพวกนั้นมีความหมายพิเศษใน Windows ไม่สามารถใช้ได้ และในขณะนั้น Windows ยังไม่มี internationalization spec (เพิ่งเริ่มมีใน Windows 95) แต่เป็นบริษัทคนไทยสร้าง solution กันเองตามสภาพเงื่อนไขที่มี ก็เลยมาลงเอยที่ปุ่ม grave และความเป็นเจ้าตลาดก็ทำให้ solution ที่ถูกเลือกใน Windows กลายเป็น de facto ไป กลบ solution อื่น ๆ หายไปหมด และเมื่อ Windows มี internationalzation จริง ๆ ปุ่ม grave นี้ก็ได้ยินว่าเป็นสิ่งที่นักเทคนิคของ MS เองก็พยายามกำจัดออก และแม้จะมองในมุมมองของ OS ที่ opensource อย่าง Linux การใช้ grave สลับภาษาก็ไม่พึงประสงค์เช่นกัน ผมจึงมองว่า grave ที่มันเกิดขึ้นก็ด้วยสาเหตุดังนี้ - ยังไม่มี spec ที่ชัดเจนของ DOS/Windows ในขณะนั้น ที่รองรับการสลับภาษา คนไทยต้องสร้าง solution กันเองตามเงื่อนไขที่มี - DOS และ Windows เป็นเจ้าตลาดอยู่ในขณะนั้น Unix เองก็ยังไม่เป็นที่รู้จักในหมู่ผู้ใช้ทั่วไป จึงไม่มีเงื่อนไขของ OS อื่นอยู่ในความคิดของนักคอมพิวเตอร์ขณะนั้น - การครอบครองตลาดของ Windows ในระยะต่อมา ทำให้ solution อื่น ๆ ของคนไทยถูกลืมไป หรือถูกปรับให้เข้ากับ Windows ดังนั้น ผมจึงเห็นว่า การจะเริ่มรณรงค์เพื่ออนุรักษ์อะไรสักอย่าง ก็ควรดูความเหมาะสมด้วย บางสิ่งที่เคยเกิดขึ้นเพราะเงื่อนไขของยุคสมัยบังคับ ก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องอนุรักษ์เสมอไป อีกตัวอย่างหนึ่งที่คล้ายกันที่กลายเป็นอดีตไปแล้ว คือการใช้รหัส ISO-8859-1 (Western) ในการระบุ encoding ภาษาไทยที่เป็นรหัส TIS-620 นั่นเป็นเพราะขณะนั้น TIS-620 ยังไม่เป็นที่รู้จักในหมู่นักพัฒนาสากล เราจึงต้องแอบอิงรหัส 8 บิตของละตินไปพลาง แต่พอ internationalization พัฒนามาถึงปัจจุบัน ก็ไม่สามารถจะ hack แบบนั้นได้อีกต่อไป และไม่มีเหตุผลที่จะอนุรักษ์ soluion นี้ด้วย เทพพิทักษ์.
ไม่ออกนาม
รูปภาพของ ไม่ออกนาม
xkb
quote คุณจักรนันท์: "การใช้ปุ่มนี้เพียงปุ่มเดียว จึงยุ่งยากกับ OS อื่นด้วยนั่นเอง" ยิ่งไม่น่าเป็นสิ่งที่ควรยืดอกเลยครับ ได้สร้างความยุ่งยากให้เกิดขึ้นเนี่ย "แม้กระทั่ง Linux ซึ่งผู้พัฒนาทั้งหลายในส่วน xkb ซึ่งไม่มีคนไทยเลย ก็ไม่ยอมรับตรงนี้ จึงต้องไปแก้ไข rule เพื่อจะใช้ตรงนี้" ผมเอง คือคนที่เข้าไปร่วมพัฒนาผัง xkb ไทยใน xfree86 ซึ่งต่อมาเป็น xorg ซึ่งผมเองก็ไม่ยอมรับปุ่ม grave เช่นกัน ผมเป็นคนไทยครับ คงไม่สงสัยนะครับ เคยมีผู้ใช้ขอให้ผมแก้ xkb rule เพื่อใช้ grave ผมปฏิเสธตลอดครับ เพราะจะทำให้ใช้งาน Linux บางอย่างไม่ได้ อย่างที่อธิบายไปแล้ว "หรือแม้แต่ SCIM เอง เคยมีคนไทยถามไปแล้ว เขาก็ตอบแล้วว่าเขาไม่ยอมรับ และจะไม่แก้ไข Code ให้ ลอง Search หาๆ ดูเป็นภาษาอังกฤษได้ครับ จะเจอบนสนทนาเรื่องนี้กันกับกลุ่มผู้พัฒนา SCIM ผมเองจึงไม่สนใจที่เขาไม่ยอมรับ แต่ผมก็เล่นแก้ Code เองแล้ว Compile ใหม่เอาก็ได้ เพราะว่า Code มันบล็อกตรงนี้ไว้แค่ Statement เดียวเท่านั้นเอง" ผมอีกเช่นกัน ที่ร่วมพัฒนาภาษาไทยใน SCIM (มี scim-thai อยู่ที่ linux.thai.net, debian, ubuntu และภาษาไทยใน scim-m17n ก็มาจาก spec ที่ผมออกแบบ) และแนวทางที่จะใช้ grave นั้น ไม่เคยอยู่ในความคิดผมเลย มันควรจะค่อย ๆ กลายเป็นอดีตไปได้แล้ว เทพพิทักษ์.
จักรนันท์
รูปภาพของ จักรนันท์
User offline. Last seen 5 weeks 4 days ago. ออกไปแล้ว
400
Joined: 10 ธ.ค. 2004
Points: 584
grave ในสายตาของผม
ใจเย็นครับ คุณเทพพิทักษ์

ผมพิมพ์ให้อ่านกัน โดยขึ้นต้นเลยว่า

"ปัญหาคือความเคยชินของผู้ใช้งานครับ"

ส่วนอีกเรื่อง ผมก็ลงท้ายไว้ด้วยว่า

"ซึ่งเป็นเหตุผลของผมนอกเหนือจากความเคยชินของตัวเองและผู้ใช้อื่นรอบตัวผมครับ"

แปลว่า มันเป็นเพียงเหตุผลของผม และผู้ใช้อื่น "ที่อยู่รอบตัวผม" เท่านั้นครับ
เพียงแต่ผมเข้าแจมเพื่อจะบอกคุณ centrino14 และผู้อื่นว่า ปุ่ม grave ไม่ได้เป็นมาตราฐานที่ M$ สร้างขึ้น ดังนั้นจึงไม่น่าจะมีความคิดในเชิงอคติกับปุ่มนี้เนื่องมาจากความเข้าใจว่ามันมาจาก M$ เพราะผมก็อคติกับ M$ ดังนั้นพอเห็นอะไรที่มันไม่ใช่ เลยอดไม่ได้น่ะครับ (เหมือนกรณีที่มีคนถามว่า Linux ทำ Theme เหมือน Vista ได้ไหม? ผมเห็นก็แจมเลยว่า Vista นั่นแหละที่ลอกเลียน Concept ของ KDE กับ GNOME ไป เพิ่งมีคนถามในนี้ไปเร็วๆ นี้นี่แหละครับ มันอดไม่ได้เพราะอคติ) ก็เลยเป็นเหตุให้ได้เล่าที่มาคร่าวๆ เท่าที่จำได้ (เนื่องจากไม่ได้อยู่บ้าน จึงไม่พร้อมด้วยเอกสารและแหล่งอ้างอิงต่างๆ ที่จะทำให้เล่าได้แบบละเอียดชัดเจน)
ทั้งหมดนั่น จึงเกิดขึ้นเพื่อชี้แจงว่า มันไม่ใช่ของ M$ มันเป็นของคนไทยเราเอง ที่เราดื้อดึงกระแสโลกมาตลอด เพราะฉนั้น อย่าได้หดหู่กับการใช้ปุ่มนี้ (เพราะคิดว่าเป็นมาตราฐาน M$) แต่ให้ยืดอกรับได้เลยว่า ของพวกเรากำหนดเองนั่นแหละ
ก็เท่านี้แหละครับ

อนึ่ง ขอขอบคุณมากครับ ที่ทำ Link ฉบับ 820 ให้ด้วย เพราะผมไม่ได้ Update มาตราฐานผัง Keyboard เลยมากกว่า 12 ปีมาแล้ว

ส่วนเรื่องการใช้ ` ผมก็ติดปัญหาเหมือนกัน แต่ผมอาศัยเวลาเขียนโปรแกรมจะยกเลิก Map ภาษาไทยใน xkb เอาครับ

เรื่อง xkb ไม่มีคนไทยนั้น ผมเคยติดตามเรื่องนี้ตั้งแต่ราวๆ 1995-1997 ประมาณนี้แหละครับ ตอนนั้นยังไม่มีจริงๆ จำได้จากตอนนั้นเกาะฮ่องกงยังไม่ได้คืนให้จีนเป็นเวลาอ้างอิงในความทรงจำครับ ส่วนปัจจุบันนั้น ผมไม่สงสัยดอกครับ คนใช้ Linux ที่ไม่ใช่มือใหม่ ใครไม่รู้จักผลงานคุณเทพพิทักษ์ก็แย่แล้ว

ส่วน SCIM ผมก็ได้ติดตามอยู่ก็ทราบดีครับ ได้เคยไปอ่าน blog ของคุณด้วย
ผมมาเรื่อง SCIM ผมก็จะ "ขอเสนอความเห็น" ของผมหน่อยหนึ่ง... SCIM เอง มีปัญหาในโครงสร้างของตัวเอง ที่อาจจะทำให้หมดอนาคตในไม่ช้า เนื่องจากการวาง API ที่ Cross layer กันเอง ผมก็ได้ทราบมาเมื่อไม่นานมานี้ (ไม่เกินเดือน เลยแทนที่จะ Patch SCIM ของตัวเองต่อ ก็เลยหันกลับมาใช้ xkb เหมือนเดิม) ถึง Project ใหม่ที่จะเกิดขึ้นซึ่งเกิดจากคนใน SCIM Community เอง ผมอยากให้คุณเทพพิทักษ์ มองข้ามช็อตไปเลยจะดีกว่า น่าจะยุติกับ SCIM ไว้แค่นี้เลย เพราะเห็นอะไรที่ค่อนข้างชัดเจนว่า ไปต่อไม่ได้เนื่องจากการวางโครงสร้างที่ไม่ดี ผมไม่อยากให้คุณเทพพิทักษ์เสียเวลาเปล่า ทั้งนี้ ขอย้ำว่า นี่เป็นเพียงการออกความเห็นของผมเท่านั้น ส่วน SCIM จะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของตนอย่างไรต่อไป อันนั้นผมยังไม่ทราบ (พูดไว้เผื่อมี) แต่จากที่ทราบ ใน Community เองก็เริ่มมองเห็นทางตันของ SCIM แล้ว จึงได้วาง Project ใหม่ไว้ ณ ที่ผมพิมพ์อยู่นี่ ผมจำชื่อไม่ได้ว่าชื่ออะไร แต่สามารถสอบถามได้จากคนใน Community บางคนนั่นแหละครับ เพราะผมก็ได้ทราบจากพวกเขา ส่วน m17n นั่นไม่เกียวนะครับ อันนั้นเยี่ยมมากอยู่แล้ว

คราวนี้ต้องย้ำหน่อยว่าเป็นความเห็น กลัวคุณเทพพิทักษ์จะเคืองผม เท่าที่อ่านมา ดูคุณออกจะรู้สึกเคืองเหมือนรู้สึกประมาณว่า ผมตำหนิผู้ที่คัดค้านการใช้ปุ่ม grave ใน xkb
จึงขออภัยถ้ารู้สึกเช่นนั้น ขอให้ใจเย็น อ่านที่ผมชี้แจง ทำความเข้าใจดีๆ นะครับ
ขอยืนยันว่า ผมไม่ได้เจตนา "รณรงค์" กันให้ใช้ปุ่มนี้ มิเช่นนั้น ผมเผยแพร่การปรับแก้ไปตั้งนานแล้วล่ะครับ (ผมเชื่อว่าคุณเทพพิทักษ์ก็ดูรู้ว่าการแก้ไขแค่นี้ผมย่อมทำได้มานานแล้วโดยไม่ยากเลย) จนป่านนี้ผมยังไม่เผยแพร่วิธีการในที่สาธารณะเลยนะครับ อะไรที่มันอาจขัดหรือก่อปัญหากับวงการในอนาคตได้ ผมคิดทบทวนก่อนเสมอ บางอย่างผมจึงไม่เผยแพร่ (บางเรื่องผมเคยกล่าวไว้ในนี้ด้วยซ้ำ ว่าขอคิดดูก่อนเรื่องเผยแพร่ แต่แล้ว ผมก็เงียบ ไม่เผยแพร่ใดๆ)
ส่วนเรื่องปุ่ม grave นี้ ผมตัดสินใจว่าจะบอกคนอื่นเพราะว่า... ปัญหาคือความเคยชินของผู้ใช้งานครับ
เรา... คือ Programmer ดังนั้น จึงมีทุกข์ในการใช้งานอย่างหนึ่ง ที่เราไม่ได้นึกถึงกัน ลองนึกถึงเสมียนสิครับ หรือเจ้าหน้าที่หน้าบรรลังค์ศาลเป็นต้น การเปลี่ยนภาษาด้วยปุ่มที่ต้องจิ้มมากกว่า 1 นิ้ว ไม่ถนัีดเลยสำหรับคนเหล่านี้ นี้คือ หนึ่งในตัวอย่างปัญหาของผู้ใช้งานจริงๆ ที่ผมเคยพบเจอ คนอาชีพเหล่านี้ ที่ต้องพิมพ์ด้วยความเร็วสูง พิมพ์ตามการบรรยาย การพูด การปราศรัยของคนอื่น คนถอดเทป คนแปล ฯลฯ คนเหล่านี้แหละครับ ที่ทำให้ปุ่ม grave ตายยาก เพราะเขามีจำนวนมากกว่าพวกเราเยอะครับ ผู้ใช้ทั่วไป แทบจะไม่มีใครใช้อักขระ ` กันเลยในชีวิตประจำวันนอกจากพวกเราเท่านั้น ตกลงเราจะทำ OS ให้พวกเราเท่านั้นหรีือครับ? หรือว่าเราจะทำให้ "คนไทย" ใช้ครับ? ผมไม่เคยเห็นเอกสาร งานใดๆ ของผู้ใช้ธรรมดาใช้อักขระนี้เลย ผมจึงเห็นใจพวกเขาครับ
เอาอีกซักตัวอย่างปัญหาเป็นไงครับ เอานอกวงการ PC ธรรมดาๆ บ้าง เรื่อง Control หรือเครื่อง POS บ้างก็ได้ รู้ไหมครับ บางเครื่องใช้ PC เป็น Board ซึ่งทำให้ผมยังต้องใช้ DOS, Unix/Solaris ในงานเหล่านั้นอยู่ งานเหล่านั้น Control pad จะถูกออกแบบสั่งทำใหม่ ให้มีปุ่้มจำกัด แต่ต่อใช้ช่อง PC/XT Aux ช่องเดิม (ช่องเสียบ Keyboard นั่นแหละ แต่เรียกประสาคน Hardware ครับ) ปัญหามันเกิดครับ ถ้าต้องจิ้มมากกว่า 1 ปุ่มในการเปลี่ยนภาษา ทุกวันนี้ผมดัน Linux เข้าแทนที่ Unix ในงานเหล่านี้เกือบหมดแล้ว (เริ่มดันงานแรกมาตั้งแต่ปีี 42) ทีนี้บน HMI (Human machine interface) ซึ่งต้องแสดงผลภาษาไทยด้วย รองรับภาษาไทยด้วย (ทำให้ต่างชาติทั่วโลกต้องมาจ้างผม ถ้าจะขายของให้คนไทย) แล้วสมมุติว่าผมกำหนดปุ่มเปลี่ยนภาษาเป็นต้องกดทีละ 2 ปุ่ม... มีปัญหาไหมครับในสภาพแวดล้อมแบบนั้น?
ผมมาจากคนละจุดกับคุณเทพพิทักษ์และคุณ taz ผมจึงเห็นอะไรต่างไป (รวมทั้งประสบการณ์ที่ได้จากอายุ และบทบาทปัจจุบัน ทำให้้ผมไม่ลืมมองดูคนนอกวงการคอมพิวเตอร์ที่เป็นเพียงผู้ใช้จริงๆ และไม่ลืมถึงการถูกนำไป Embeded ในรูปแบบอื่นๆ ที่ไม่ใช่เพียง PC ตั้งบนโต๊ะให้ Programmer ทำงาน)
ผมอยาก *คัดค้าน* ก็อย่างเดียวคือ เราไม่ต้องถึงขนาดบังคับให้ทุกคนเลิกใช้ปุ่มนี้ครับ และเราก็ไม่ควรทำถึงขนาด "ไม่ยอมให้มีการกำหนดให้ใช้ปุ่มนี้ได้"
ย้ำนะครับ "ไม่ยอมให้...สามารถกำหนดให้ใช้ปุ่มนี้เพื่อเปลี่ยนภาษาได้"
เพราะตอนนี้ ทั้ง xkb และ SCIM ต่างก็เป็นเช่นนั้นทั้งคู่
Linux คืออิสระนะครับ ถาม Linus ดูสิครับ เรื่องนี้ Windows เองก็ยังไม่ใช้วิธีปิดกั้นอย่างนั้นเหมือนกัน จึงไม่เสียตลาดไป ทั้งที่ไม่สนับสนุนการใช้ปุ่มนี้เหมือนกัน
จะ Default เป็นปุ่มไหนก็ Default ไป แต่บังคับ "กีดกัน" "ไม่ให้เลย" อย่างที่ xkb และ SCIM ทำอยู่มันก็กระไรอยู่
เห็นใจ "ผู้ใช้" ที่ต้องการความเร็ว และ "ผู้ใช้" ที่เคยชิน (เอามากๆ)
ถ้าตรงนี้ปรับไม่ได้ นี่จะกลับกลายเป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ "ผู้ใช้" กลุ่มใหญ่กลุ่มนี้ ทิ้ง Windows ไม่ได้
มันจะกลายเป็นอดีตไปสำหรับพวกเราก็เป็นไปเถอะครับ ไม่มีปัญหา
แต่สำหรับผู้ใช้จริงๆ มีปัญหาครับ โดยเฉพาะ ภาษาเรา ต้องการความชำนาญในการพิมพ์มากกว่าภาษาอังกฤษเยอะ เพราะเรามีอักขระมากกว่า ผสมคำหลากรูปแบบกว่า ใช้การประมวลผลการพิมพ์ของสมองมากกว่า ทำให้เราพิมพ์ได้ความเร็วเป็น wpm เฉลี่ยช้ากว่าภาษาอังกฤษมากกว่าอยู่แล้ว ถ้าปุ่มเปลี่ยนภาษายังต้องใช้เวลาเดินทางของนิ้วเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 100% ของวิธีเดิม "ผู้ใช้" จะเลือก Linux หรือ Windows ครับ?
ดังนั้น ที่คุณเทพพิทักษ์ Quote มาว่า

ของผม >> "การใช้ปุ่มนี้เพียงปุ่มเดียว จึงยุ่งยากกับ OS อื่นด้วยนั่นเอง"

คุณเทพพิทักษ์ > "ยิ่งไม่น่าเป็นสิ่งที่ควรยืดอกเลยครับ ได้สร้างความยุ่งยากให้เกิดขึ้นเนี่ย"

ผมจึงเห็นว่า เป็นการสร้างความยุ่งยากให้กับพวกเราเท่านั้น ซึ่งเป็นส่วนน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับเป็นการสร้างความยุ่งยากให้เกิดกับผู้ใช้ทุกรูปแบบ (ทั้งผู้ประยุกต์นอกวงการ PC ธรรมดาด้วย) และความยุ่งยากที่เกิดกับพวกเราในการที่จะเปลี่ยนไปเป็นปุ่ม 2 ปุ่มอื่นใดนั้น ไม่ได้มีความยุ่งยากเลย ง่ายเอามากๆ สำหรับพวกเรา ซึ่งเป็นส่วนน้อยด้วย

คุณเทพพิทักษ์ > "แนวทางที่จะใช้ grave นั้น ไม่เคยอยู่ในความคิดผมเลย มันควรจะค่อย ๆ กลายเป็นอดีตไปได้แล้ว"

ทั้งที่คุณเทพพิทักษ์คิดว่า "มันควร" จะค่อยๆ กลายเป็นอดีต... แต่ผมก็ได้ฃี้แจงอธิบายจากมุมมองของผมให้อ่านแล้วว่า นั่นไง... ทำไมล่ะ มันถึงยังไม่เป็นอดีตไปเสียที...

ความเห็นผม อย่าได้โกรธเคืองนะครับ ผมมีอคติกับสิ่งเดียวในโลกนี้ คือ M$ เท่านั้น (ผิดใจกัน) กับคุณเทพพิทักษ์ผมยินดียิ่งและดีใจมาก ที่ยังมีคนรุ่นหลังแบบนี้อยู่ โดยเฉพาะได้มีโอกาสสร้างผลงานที่มีผลกับคนไทยได้แบบนี้
ผมเกิดมาในโลกยุค CP/M เริ่มต้นมาจาก Hardware ก่อน ผมสามารถออกแบบ กัดปริ้นท์ ประกอบสร้าง Mainboard PC ด้วยมือได้จนถึง 486-DX พร้อมทั้งเขียน OS ของตัวเอง (Linus ไม่ใช่คนเดียวที่สร้าง OS ของตนเองได้) นอกจากนี้ยังออกไปถึง Computer platform อื่นๆ ทั้งหลาย ทั้งในด้าน Analog และ Digital ผมจึงมองขึ้นมาจากระดับ Hardware จนถึง Operating System ได้ดีที่สุด เมื่อเขยิบสูงขึ้นมาอีก ความแก่กล้าก็จะลดน้อยลงไปตามลำดับ จนเมื่อเกิด Linux ขึ้นมา ก็พ้นยุคผมไปเสียแล้ว แต่ก็เป็นที่น่ายินดีมากเพราะ Linux เมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว วงการ Developing บ้านเราก็เริ่มฟื้นตัวขึ้นมาอีกครั้ง (ยกเว้นในระดับ Layer เดียวกับผม ซึ่งไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย) ทำให้ผมได้มีโอกาสรู้จักคุณขึ้นมานี่แหละ (และคนอื่นอีก)
ส่วนคนรุ่นผม จะแตกต่างจากรุ่นปัจจุบันเนื่องด้วยสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมือนกันของแต่ละยุค รุ่นผมนิยมวางตัวแบบ "บุปผาชน" ใช้นามปากกา ไม่เปิดเผยตัว มีเพียงไม่กี่คน ที่เป็นศาสตราจารย์แล้วดันไปทำผลงานที่เป็นที่รู้จักของสื่อบางสื่อ จึงเกิดการเปิดตัวขึ้นมา และอีกส่วนหนึ่งซึ่งเป้นส่วนใหญ่เลยคือ เมื่อเป็นอาจารย์ไปแล้ว ก็แล้วกัน หากินกับความรู้ความชำนาญเก่าอยู่อย่างนั้น อีกส่วนก็เป็นเจ้าของธุรกิจ (ผมก็ด้วย) แล้วปล่อยให้ตัวเองตกยุคไปด้วยการไม่ลงมือ ไม่ติดตาม แต่เป็นผู้บริหารเต็มตัวเพียงอย่างเดียว ผมเป็นเพียง 1 ในที่เหลือไม่ถึง 10 คนของคนยุคก่อน M$ DOS ที่ยังจับด้านนี้ด้วยมือตนเองจริงๆ อยู่ ดังนั้น ความทันสมัยของข้อมูลข่าวสารโดยเฉพาะทางด้านมาตราฐานเชิงซอฟท์แวร์ ณ ปัจจุบันในตอนนี้ ผมจึงไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ได้เป็นแน่แท้
แต่ผมเองรู้ตัวว่ามีความแน่นในเรื่อง Hardware, Nemonic, Firmware และ API กับ Hardware ต่างๆ เช่น Protocol ทั้งหลายเป็นอย่างดีโดยเฉพาะในทางอุตสาหกรรม และคนที่มีความรู้ทางด้านนี้ในประเทศเรามีน้อยมากๆ ผมจึงไม่ละทิ้งที่่จะแจกจ่ายสิ่งเหล่านี้ ณ วันนี้งานของผมมีคนทำเพียงไม่กี่หมื่นคนเท่านั้นในโลก ผมจึงพยายามแจกจ่ายเท่าที่จะทำได้ แต่พูดก็พูดเถอะครับ บน Internet เฉพาะในประเทศไทยนี่ ไม่มีเวทีสำหรับคนกลุ่มผมเลย (ที่ตรงๆ ตัวนะครับ) งานสายผมจึงถูกฝรั่งกำไว้หมด เราจ่ายเงินให้ฝรั่งไปกับงานสายนี้มากกว่าที่จ่ายให้ M$ อีกนะครับ ไม่มี Factory control สายพันธ์ไทย คนไทยใช้แต่ Wonderware, DetalV, PCVue, Siemens, Heidelburg, Yokogawa, Tartarini, Toshiba ฯลฯ แต่ไม่มีของคนไทย ไม่มี Protocol ของคนไทย ไม่มี Sound card ของคนไทย (รู้ไหมครับ Voice over IP น่ะ ต่อยอดมาจาก Voice over IPX ที่ผม Design ขึ้นภายใต้การจ้างโดย Motorola ร่วมกับหลายๆ ชาติ แต่ไม่มีคนไทยนอกกลุ่มรู้เลยซักคน และเป็นสิ่งที่ผมเคยพยายามทำเป็น Project เสนอภาครัฐเพื่อให้เป็นสมบัติของชาติ แต่ไม่ไปไหนเลย ยังมี Sound blaster ซึ่งกลายเป็นของ Singapore ไปอีก ผมจึงยินดีที่คุณมีโอกาสได้ทำผลงานที่เป็นที่ประจักษ์แก่คนไทยโดยตรงได้ สมัยผม ผมก็อยากให้เป็นอย่างนี้บ้าง เพื่อจะได้มีโอกาสได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและผู้ใช้ทั่วไป) ทุกวันนี้ ผมอยู่ในฐานะเป็นเอกชน แต่ผมก็ยังทำงานแบบเดิม เพราะวงการผมยังเป็นแบบเดิม ผมยังบินไม่น้อยกว่า 3 ทริปในแต่ละเดือน ได้รู้เห็นในอีกมุมหนึ่ง ได้ทำงานในระดับล่าง (Layer ล่าง) รับเงินต่างชาติ แต่เอาผลงานให้ฝรั่งเอาไปประกอบขายเป็นของแพงๆ กลับเข้ามา เมื่อก่อนทำเหมือนปิดทองหลังพระ ผอมกร่อง แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้ว เพราะผมรู้แล้วว่าไม่มีประโยชน์ ผ่านไประยะใหญ่ๆ ก็เลยปิดทองเอาเงินแทน เอาค่าตัวแพงๆ ดีกว่า รอประเทศชาติมาเห็นสงสัยจะไม่ไปถึงไหนแน่ๆ จุดยืนผมจึงเปลี่ยนไปมาก ถึงแม้ว่าลึกๆ จะยังไม่ทิ้งอุดมการณ์ก็ตาม

สรุปมุมมองของผมคือ เรื่องปุ่ม grave จึงเป็นได้ทั้งจุดอ่อนและจุดแข็งเมื่อมองด้วยสายตาของผมซึ่งประสบความสำเร็จในเชิง Mass product และนำเสนอความเห็นออกมา (ไม่ใช่การ "อนุรักษ์" ใดๆ แต่เป็นความ "เหมาะสม" ของผมในเชิงการตลาด)
ซึ่งผมเห็นว่าถ้าคุณเทพพิทักษ์มองด้วยมุมมองที่คุณกล่าวมา มันก็จะกลับกลายเป็นจุดอ่อนได้ทันทีสำหรับการที่จะทำให้ Linux ก้าวขึ้นไปสู่ความนิยมเช่น Commercial software ที่ทำตลาดจนเป็น Mass product ได้ในประเทศไทย เว้นเสียแต่ว่า คุณเทพพิทักษ์จะไม่แคร์เหตุผลนี้เลยซักนิด ในขณะที่ Bill Gates ผู้ร่ำรวยแห่ง M$ ยังต้องแคร์!!

ขออย่าให้ความเห็นผมทำให้ใครๆ โกรธเคือง หรือแม้แต่ท้อแท้ (รู้สึกไปเหมือนว่าถูกตำหนิ) นะครับ ทั้งหมดล้วนมาจากเจตนาที่ดีทั้งสิ้นครับ
ยอดฝีมือในบ้านเรายังเหลืออีกจำนวนหนึ่ง ที่ยังไม่เคยแจมลงมาเลยแม้ซักนิด ได้แต่เฝ้าดูอยู่ ผมขอให้คุณเทพพิทักษ์ใจกว้างขึ้นอีกซักนิืดนะครับ ไม่เช่นนั้นท่านเหล่านั้นก็จะไม่สละเวลา เก็บฝีมือและประสบการณ์ไว้กับตัวอยู่อย่างนั้นจนตายไป ด้วยเพราะกลัวอัตตาของคนวัยหนุ่ม (อันนี้ขอโทษไว้ก่อนเลย ไม่ได้เจตนาจะสั่งสอนหรือจะต่อว่าว่าใจแคบนะครับ แต่ไม่รู้จะหาสำนวนไหนมาพิมพ์ให้ดีกว่านี้ได้น่ะครับ กรณีตีความแบบนี้เคยเกิดขึ้นกับผมในนี้ครั้งหนึ่งด้วย เลยรีบบอกไว้ก่อนเลย)
ผมได้ถือโอกาสแสดงความใจกว้างของผมไปก่อนแล้วครับ

เพ้อเจ้อยาวเลยผม ทนอ่านหน่อยนะครับ
ตอนผมหนุ่มๆ ผมรู้แต่ว่า ผมต้องการอะไร? เลยผอมกร่อง
ตอนนี้ผมรู้ว่า ผู้บริโภคผลงานผมต้องการอะไร? ก็เลยอ้วนฉุ

จักรนันท์ (คุณฉุย)
MrChoke
รูปภาพของ MrChoke
User offline. Last seen 25 weeks 5 days ago. ออกไปแล้ว
1300
Joined: 2 ธ.ค. 2002
Points: 2011
มีประโยชน์

ผมก็เข้ามาอ่านกระทู้นี้อยู่หลายครั้ง ลังเลที่จะตอบดีหรือไม่ตอบดี และเป็นโอกาสดีมากๆ ที่มีผู้รู้ ซึ่งถือเป็นชั้นครูสองท่านมาให้ความรู้ในเชิงความเห็น และ เชิงวิชาการ ผมคิดว่ามันมีประโยชน์มากๆ เลยทีเดียว คำถามมันเหมือนจะตอบง่าย แต่ผมจนปัญญาตอบ เพราะเข้าใจปัญหาทั้งสองด้านถึงบางปัญหาจะเข้าใจไม่ลึกซึ้งก็ตาม

เท่าที่อ่านความคิดเห็นทั้งหมดผมคิดว่ามันไม่ใช่ความโกรธเคืองกันแต่เป็นเอาเหตุผลมาแสดงทำให้คนอื่นๆ ได้รับประโยชน์มากกว่า ก็ต้องขอบคุณมากๆ ครับ

ทีนี้ในฐานะผู้รวบรวมจนกลายเป็น LinuxTLE ก็ขอแสดงความคิดเห็นบ้าง ก็ขอทำความเข้าใจนะครับว่าทางทีมงานไม่ได้ตั้งใจทำอะไรให้แต่ต่างจาก M$ เลย แต่เราเดินตามวิถีของ Linux มากกว่าจำได้ว่าช่วงแรกๆ ที่เข้ามาร่วมงานกับทีมนี้ผมก็พยายามทำอะไรให้เหมือน M$ แต่เวลาสอนให้ผมรู้ว่าผมควรเดินไปตามวิถีของที่มีอยู่ดีกว่า แต่ก็เข้าใจนะว่าคนอีกจำนวนมากมายนักยังคุ้นเคยกับวิถีเดิมๆ ทำให้ผมกลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริงๆ แต่ทุกอย่างมันก็น่าจะมีทางออกที่ดี หลายคนเปลี่ยนไปใช้ MAC กันมันก็ไม่มี Grave ให้เปลี่ยนนะแต่ก็ปรับเปลี่ยนได้ หรือเพราะ MAC มันแพง Linux ได้มาฟรีๆ มันก็ไม่ใช่ มันเป็นเรื่องของการปรับตัวมากกว่า แต่ก็ยอมรับว่าอะไรที่เราคุ้นย่อมปรับเปลี่ยนยากยิ่งคนทำงาน ก็หวัง ได้แต่หวังกับคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่เป็นทาสใครๆ นี่แหละครับ ผมก็ตอบได้แค่นี้





"ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง
ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศจะตกแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งวิชาชีพให้บริสุทธิ์"
พระบิดา - สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

ไม่ออกนาม
รูปภาพของ ไม่ออกนาม
grave
อ่านที่คุณจักรนันท์ตอบอย่างยาว ก็ให้รู้สึกตกใจ รู้สึกเหมือนตัวเองได้ใช้คำพูดแรงไป แต่ผมไม่ได้รู้สึกรุนแรงอะไรนะครับ เพียงแต่จะชี้แจงด้วยความคันไม้คันมือ หลังจากที่ MrChoke มาถามหา reference กับผม แล้วก็ทำให้ได้อ่านความเห็นที่เหมือนจะชักนำให้ผู้คนรณรงค์โดยเห็นว่า grave คือสิ่งที่เป็นมาตรฐาน จนถึงกับมีผู้เรียกร้องให้ทีม TLE "ทำตามมาตรฐาน" เสีย ก่อนที่จะเข้าใจผิดกันไปไกล จึงได้ตัดสินใจโพสต์อธิบายสิ่งที่เป็นมาตรฐานจริง ๆ ส่วนความเห็นหลังที่เขียนเพิ่มเติมนั้น เจตนาของผมก็คือชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องที่คุณจักรนันท์กล่าวอ้าง ว่าไม่มีคนไทยร่วมพัฒนาโครงการต่าง ๆ ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างมาจากฝรั่งล้วน ๆ ราวกับจะเป็นการบอกว่า ถ้ามีคนไทยเข้าไปทำ ป่านนี้ได้ grave สลับภาษาไปแล้ว ผมซึ่งได้แสดงตัวในที่นี้ไปแล้ว จึงไม่อยากเพิกเฉยกับเรื่องนี้ จึงได้ชี้แจงว่า มีคนไทยร่วมด้วยนะครับ คือตัวผมเอง และที่มันออกมาแบบนี้ ก็ได้ผ่านการกลั่นกรองของคนไทยที่ไปเข้าร่วมแล้ว เท่านั้นเองครับ มิได้มีเจตนาจะแสดงอัตตาแต่อย่างใด หากการใช้คำพูดของผมมันดูกร่างไป ก็ไม่ใช่เจตนา และต้องขออภัยด้วยครับ ไหน ๆ ก็ได้พูดถึง SCIM กับ XKB ไปแล้ว โดยส่วนตัวผมก็ไม่ได้เชียร์ใครเป็นพิเศษครับ เพียงแต่เห็นว่ามีช่องให้ก็ทำเสีย XKB นั้นไม่ต้องสงสัย มันเป็นมาตรฐาน X อยู่แล้ว แต่ SCIM นั้น ที่มาทำก็เพราะมีผู้ใช้เขาขอมาครับ เป็นร้านอินเทอร์เน็ตที่มีนักท่องเที่ยวหลายชาติหลายภาษามาใช้ การจะมานั่งเซ็ต XKB map และ XIM สำหรับผู้ใช้ภาษาจีนที เกาหลีที เยอรมัน ญี่ปุ่น ฯลฯ มันไม่สะดวกครับ เขาเลยใช้ SCIM ติดแต่ว่า ภาษาไทยมันยังกะพร่องกะแพร่งอยู่ ผมก็เลยทำให้ เท่านั้นเองครับ สำหรับอนาคต.. ผมว่ามันก็ยังฟันธงไปไม่ได้หรอกครับ ว่า IM อย่าง SCIM หรือ IIIMF จะตาย แล้ว XKB/XIM จะอยู่ ในทางตรงข้าม แนวโน้มของเดสก์ท็อปกำลังมุ่งไปทาง multilingual โมเดลที่อิง locale อย่าง XKB/XIM อาจจะไม่เพียงพอ เดสก์ท็อปใหม่ ๆ กำลังต้องการระบบที่สลับทั้งผังแป้นพิมพ์และ input method แบบ on-the-fly ได้ เรื่องการเคยชินกับ grave ดูจะมีหลายประเด็น ถ้าพูดถึงความยากง่าย ผมเห็นว่าถ้าตัดเรื่องความเคยชินออกไป ปุ่ม grave น่าจะใช้ยากกว่าด้วยซ้ำ เพราะปุ่มอยู่ไกล ต้องยกมือออกจากแป้นเหย้า หรือไม่ก็ฉีกนิ้วก้อยไปกด บางทีกดพลาดโดน Esc บ่อย ๆ (โดยเฉพาะโน้ตบุค) ในขณะที่ปุ่มอย่าง Alt-Shift จะอยู่ใกล้ space bar อยู่แล้ว ก็ใช้นิ้วโป้ง+นิ้วก้อยกดได้ง่าย แต่ก็อย่างที่ว่าครับ ปัญหามันคือความเคยชินเท่านั้น แต่ผมมองว่ามันเป็นเรื่องที่เปลี่ยนได้ โดยเฉพาะเมื่อ Windows รุ่นใหม่ใช้ Alt-Shift เป็น default แล้ว ก็มีแนวโน้มที่ผู้ใช้จำนวนหนึ่งจะปรับตัว หากจะพูดถึง input ของฮาร์ดแวร์แบบพิเศษ.. ผมไม่คิดว่ามันจะมาเป็นตัวกำหนด input จากแป้นพิมพ์ปกติได้นะครับ เหมือนบอกว่า โทรศัพท์มือถือมีปุ่มแค่ 12 ปุ่ม ดังนั้น แป้นพิมพ์ปกติไม่ควรต้องมีปุ่มยกแคร่.. คือผมคิดว่า XKB map ที่กำลังพูดถึง มันออกแบบสำหรับแป้นพิมพ์ pc104 ถ้าจะใช้กับ input แบบพิเศษ ก็เป็นคนละโจทย์กันน่ะครับ ผมขอย้ำอีกทีนะครับ ว่าที่โพสต์นี้ก็ไม่ใช่มาตอบคุณจักรนันท์เท่านั้น แต่เป็นเพราะเห็นแนวโน้มของความเห็นถัด ๆ มา ที่เห็นคล้อยตามว่า grave เป็นมาตรฐานและควรรณรงค์ด้วย จึงมาชี้แจงแยกแยะเสียก่อน ว่าสิ่งที่เป็นมาตรฐานจริง ๆ นั้น คืออะไร สิ่งที่เป็น de facto และความเคยชินนั้น คืออะไรนะครับ เทพพิทักษ์.
ไม่ออกนาม
รูปภาพของ ไม่ออกนาม
มุมมองของ User
ผมรอคอย OS ของประเทศไทยมาเป็นเวลานาน ผมอยากหนีจาก MS Windows เร็วๆ ครับ และผมดีใจที่ได้เห็น tle 4 ออกมา จนปัจจุบันเป็น tle 8.0 และได้ลองติดตั้งพร้อมทั้งใช้งาน tle 8.0 แล้ว ถึงแม้จะมีข้อที่ไม่คุ้นเคยเช่น ปุ่ม Grave แต่ก็ถือได้ว่าผมพร้อมที่จะรณรงค์ให้คนไทยหันมาใช้ tle 8.0 และผมได้ write แผ่นแจกฟรีตามอัตรภาพที่ผมพอจะมีกำลังไปบ้างแล้วบางส่วน มุมมองของผมเกี่ยวกับการรณรงค์ให้ผู้คนหันมาใช้ linux นั้น ผมมองจากของที่มีอยู่แล้ว คือ MS Windows ถ้าหากเราต้องการให้ผู้คนส่วนใหญ่หันมาใช้ OS ของประเทศซิ่งเป็น Linux ผมเข้าใจว่าทีมงานผู้จัดทำได้เสียสละเวลาอันมีค่าทั้งต้องใช้เวลาส่วนตัวค่อนข้างเยอะ และใช้งบประมาณในการพัฒนาโดยเฉพาะจาก Version 7.0 มาเป็น Version 8.0 ใช้เวลาตั้ง 2 ปี แต่แล้ว เมื่อผลงานของท่านออกสู่ตลาด ท่านคงไม่อยากจะได้รับ feed back จากคนใช้ส่วนใหญ่บอกว่ามันใช้ยาก ไม่เห็นเหมือน MS Windows ที่เคยใช้เลย ต้องเรียนรู้ใหม่เหรอ ว้า! ฉันไม่เอาด้วยคนหรอก ที่มีอยู่มันก็ดีอยู่แล้ว จะไปดิ้นรนทำไม อย่าลืมว่าคนที่ใช้งาน PC ส่วนใหญ่ คำว่า OS เขายังไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร หรือแม้กระทั้งโปรแกรม Office ทั้งหลายเขายังเหมาเอาว่าเป็นโปรแกรม OS เลย ท่านผู้จัดทำ tle ลองคิดดูนะครับ ว่ามันเจ็บปวดมั๊ย ท่านอุตส่าห์นั่งหลังขดหลังแข็ง นอนหลับดึกๆ ดื่นๆ ทำกันออกมา แต่พอผลงานของท่านออกสู่ตลาด กลับไม่มีจุดขาย นอกจากคำว่าของฟรี ไม่ผิดกฎหมายเวลา write แผ่นแจกกัน ท่านต้องการเท่านั้นเองหรือ? เรื่องปุ่ม Grave เกิ๊บ อะไรนี่ก็เหมือนกัน ก็แค่ทำ option ให้เหมือนกับ XP ใครต้องการใช้ Grave ก็ไปเลือกเป็น Grave ใครต้องการใช้ Left Alt+Shift ก็ตั้งเป็น Default ไว้มันก็สิ้นเรื่อง กฎน่ะมนุษย์ตั้งขึ้น มนุษย์ก็แก้มันได้ มาตรฐานก็คนนะครับเป็นคนตั้ง คำว่ามาตรฐาน แปลว่า ใครเป็นเจ้าของเทคโนโลยี ก็เป็นเจ้าของมาตรฐาน นับประสาอะไร กะอีแค่ปุ่มเดียว ทำไมจะเพิ่มเติมเป็น Option ให้ User ไม่ได้ อย่าลืมว่า OperSource คือ ความเป็นอิสระ freedom นะครับ (แล้วตกลงว่า tle 8.0 ใครเป็นเจ้าของมาตรฐาน ฝาหรั่งอีกอะเปล่า) นี่เรื่อง Grave อย่างเดียวนะ เรื่องอื่นๆ อีก เช่น ต้องการจะให้ MS Windows เข้ามาใช้งาน File ของ linux ก็ต้องใช้เวลาในการ Set up เป็นวันๆ แถมยังต้องหาผู้เชี่ยวชาญมา Set up ให้ด้วย อย่าลืมว่า่ MS Windows เขาเป็นเจ้าของตลาด และเขามาก่อน และเดี๋ยวนี้ค่าลิขสิทธิ์ OEM ของ XP ก็ไม่ได้แพงมากมายนัก และหลายๆ องค์กรเขาก็ลงทุนซื้อ Software ลิขสิทธิ์ ถูกต้องตามกฎหมายมาใช้ในองค์กรแล้วบางส่วน เพราะเขากลัวโดนจับ แต่ยังไม่หมดทุกเครื่อง และถ้าเขาต้องการจะประหยัดงบประมาณกับ PC ส่วนที่เหลือในองค์กร และได้ตัดสินใจหันมาใช้ Linux บ้าง นั่นแสดงว่าในองค์กรมีทั้ง MS Windows และ Linux มันต้อง Set up ให้เข้ากันง่ายด้วย ติดตั้งเสร็จมองเห็นกันปั๊บมันน่าจะเป็นอย่างนั้น หรือนั่งทำงานเครื่องไหนก็ไม่ได้มีความรู้สึกแตกต่างมากมายนัก ว่านี่มัน MS Windows หรือ Linux ดูตัวอย่าง Openoffice ผมพยายามใช้มันตั้งแต่เป็น Version แรกๆ จนมาเป็น Version 2 เขายังพยายามเปลี่ยน User Interface ให้ใกล้เคียงกับ MS Office เลย หรือให้ชัด อีกตัวอย่างหนึ่ง Browser Firefox ตอนแรกยังไม่คล้าย IE แต่ตอนหลังเขายังพยายามปรับให้คล้าย IE ไม่เห็นเสียหายตรงไหน แถมมีคนใช้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่าไปฝืนโลกเลยครับ ยังไง Linux หรือ MS Windows หรือ Mac มันก็ต้องอยู่คู่กับ PC คละเคล้ากันไป เพราะฉะนั้นน่าจะหาทางที่จะทำยังไงให้มันเข้ากันได้ ติดต่อกันได้ ดีกว่าที่จะคิดว่า นี่่ของข้า นั่นของเอง แล้วมันจะเกิดผลดีอะไรกับผู้ใช้ครับ? ผมเข้าใจว่าหลายๆ อย่าง ตามที่ท่านผู้รู้ทั้งหลาย บอกว่า MS Windows ลอกจาก Linux ไปตั้งเยอะ ผมขอตั้งคำถามหน่อยว่าลอกแล้ว ขายได้มั๊ย? ตอบง่ายๆ ว่าขายได้ ทำไมขายได้? เพราะเขาเข้าใจคำว่า Marketing ไงครับ ผมไม่อยากให้ทีมงานผู้จัดทำหมดกำลังใจนะครับ แต่อยากจะเสนอมุมมองของผู้ใช้ที่ต้องการเริ่มใช้ Linux Tle 8.0 ได้อย่างภาคภูมิใจว่ามันเป็น OS ของประเทศไทย ไม่แพ้ใครในโลกนี้ ผมไม่ใช่โปรแกรมม่ง โปรแกรมมั่วอะไรหรอกครับ ผมเป็น User ผมแก้ Code ไม่เป็น ผมเห็นด้วยกับคุณจักรนันท์ (ขออภัยที่เอ่ยนาม) เป็นอย่างมาก สูงสุดคืนสู่สามัญจริงๆ นับถือท่านผู้เฒ่า ผมไม่ได้รู้จักท่านเป็นการส่วนตัว แต่ดูสปิริตที่ท่านได้ให้คำแนะนำทีมงานที่เป็นผู้จัดทำ Linux Tle แล้ว ผมรู้สึกว่าท่านผ่านโลกมาเยอะ เข้าใจว่าผู้คนต้องการอะไร อย่าไปถืออัตตาอะไรกันให้มากมายนักเลยครับ ถือที่เป้าหมายหลักของการทำโครงการ Linux Tle ดีกว่า เป้าประสงค์หลักคือต้องการสร้าง OS ของประเทศไทย เพื่อใช้แทน MS Windows ถ้าทำออกมาแล้วยังไม่ดีเท่า หรือไม่ดีกว่า ลองถามตัวท่านเองก็แล้วกันว่า User จะหันมาใช้หรือไม่ ถ้า User ไม่ใช้ ท่านคงจะต้องเก็บไว้ใช้กันเองแล้วหล่ะครับ และุวัตถุประสงค์ของโครงการที่ท่านตั้งไว้ มันก็คงจะเป็นเพียงแค่ความฝันเท่่านั้นเอง อย่าบอกนะครับว่า วัตถุประสงค์ของโครงการไม่ใช่เพื่อพัฒนา OS ของประเทศ หรือเืพื่อลดค่าลิขสิทธิ์ เพื่อรณรงค์ให้คนหันมาใช้ของถูกกฎหมาย สุดท้าย ผมได้แสดงความรู้สึกที่อาจจะบั่นทอนกำลังใจของท่านคณะผู้จัดทำ tle 8.0 เป็นอย่างมาก ผมต้องขอกราบขออภัยมา ณ โอกาสนี้ แต่วัตถุประสงค์ของผมคือในฐานะที่เขียน Code ไม่เป็น แต่อยู่ในฐานะ User ผู้รอคอย ไม่ใช่ว่าเขาออกอะไรมาให้เราใช้ เราก็ต้องทนใช้ไปครับ ผมเป็นกำลังใจให้จริงๆ สำหรับคุณหนุ่ม (สาว) ไฟแรงและี่ท่านที่เป็นหนุ่มเหลือน้อยในทีมงานของท่านที่มีฝีมือทุกๆ ท่าน เดินหน้าต่อไป สู้เพื่อให้สำเร็จตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการ Tory User ผู้รอคอยด้วยความหวังเต็มเปี่ยม
จักรนันท์
รูปภาพของ จักรนันท์
User offline. Last seen 5 weeks 4 days ago. ออกไปแล้ว
400
Joined: 10 ธ.ค. 2004
Points: 584
บทสรุปสำหรับผมกับปุ่ม grave
ขอคุยกับคุณเทพพิทักษ์ก่อนนะครับ เพราะเนื้อหาจะเกินไปที่ผู้ใช้ทั่วไปจะเข้าใจได้ แต่ก็จะพยายามสนทนาด้วยภาษาที่ธรรมดาที่สุด ไม่ใช้ศัพท์เทคนิคที่ลึกและมากเกินไป เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ทั่วไปที่อาจพยายามทำความเข้าใจตรงนี้ด้วย
ผมไม่โกรธเคืองใดๆ เลยนะครับ สบายใจได้เลยครับ ยินดีและยกย่องขอให้คุณเดินหน้าต่อไป อย่าได้ให้ความเห็นของผม โดยเฉพาะส่วนที่ผม "คัดค้าน" ไปเป็นการบั่นทอนหรือแม้แต่จะเกิดนึกน้อยใจเล็กๆ ขึ้นมาในใจคุณนะครับ เพราะเป้าการคัดค้านของผม ไม่ได้อยู่ที่คุณครับ...
เรื่อง SCIM นั้น ผมหมายความว่า ผมไม่ได้ฟันธงว่า xkb จะอยู่ฝั่งตรงข้าม หรือจะรุ่งโรจน์ ผมทราบเรื่องความต้องการสลับผังดังกล่าว (ซึ่งนี่แหละ ทำให้เกิดปัญหาผิดพลาดในการวางโครงสร้าง API  ของ SCIM ตลอดจนไปกระทบถึง Algorythm เลยทีเดียว / API = Application Programming Interface)
และบังเอิญจากการได้สนทนากับผู้ร่วมพัฒนาใน Community บางคน จึงทำให้รู้ว่า มีการวางแผนจะ "ทำใหม่" ขึ้นมาเลย เพื่อสนองความต้องการดังกล่าว จึงได้ออกความเห็นว่า น่าที่จะข้ามช็อตไปดูตรงนั้นเสียเลย เกรงว่าจะหมกมุ่นอยู่กับการปล้ำ SCIM เกินไป พอเงยหน้าขึ้นมาดูอีกที อ้าว... ตายล่ะ มีตัวใหม่ที่ดีกว่าออกมาอีกแล้ว แล้ววิ่งไปเสริม "ไทย" ตามหลังอยู่ร่ำไป แต่ต้องขออภัยด้วย ที่จำชื่อ IM Project ไม่ได้จริงๆ ว่าชื่ออะไรครับ (IM = Input Method)
แต่ถ้าไปปล้ำเพียงแค่สนองความต้องการผู้ใช้บางส่วนอยู่แล้วและแล้วก็เพียงแค่นั้น ก็ขออภัยที่ชี้แนะเพราะเข้าใจว่าจะไปหมกมุ่นกับมันมากไป (จากการอ่าน blog)
เรื่อง Input ของ Hardware อื่นนั้น นั่นเกิดจากจุดยืนที่ผมกล่าวอ้างไปก่อนแล้วนั่นเอง ประสบการณ์ของผมสอนให้ผมเข้าใจว่า ปัญหาของเราในจุดยืนของเรา ในวงการของเรา มักทำให้เราลืมไปว่า ปัญหาเล็กๆ เหล่านั้น อาจเป็นปัญหาสำคัญได้ในจุดยืนของผู้อื่นที่ไม่ได้อยู่ในวงการเดียวกับเรา ดังที่คุณเทพพิทักษ์ยกตัวอย่างโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ผมจักได้เอาตัวอย่างนี้แหละ มาชี้แจงเสียเลย เพราะเข้าทางผมพอดีเลยครับ
ความที่คุณเทพพิทักษ์ไม่ได้อยู่ในจุดยืนเดียวกันกับคนเหล่านั้น ทำให้คุณเทพพิทักษ์ไม่ทราบ "น้ำหนัก" ของอุปสรรคที่เกิดขึ้นกับวงการนั้นๆ ต่างหากครับ จนทำให้ "น้ำหนัก" ดัีงกล่าวในความรู้สึกของคุณเทพพิทักษ์เบาบางลงไปมากกว่าปัญหาของวงการตนเอง
เมื่อยกโทรศัพท์ขึ้นมาซึ่งเป็นเรื่องของ Mass product และบังเอิญที่ผมเกี่ยวข้องโดยตรงเลยทีเดียว เอาล่ะ... Motorola เริ่มทำ V60 ออกมาเป็นตัวแรกที่ใช้ Linux เป็น OS และก็มี Roadmap ที่จะต่อยอดไปจนถึงขั้นเหมือนเป็น Pocket PC เฉกเช่นเดียวกับผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายอื่นๆ และผู้ผลิตอุปกรณ์ในวงการคอมพิวเตอร์รายอื่นก็กระโดดลงมาเล่นตรงนี้เหมือนกันเช่น Asustek, 3COM, Compaq/HP ฯลฯ เพียงแต่กลับทางกันคือ คืบคลานมาจาก PDA, Palm, Pocket PC ฯลฯ เข้าไปหาโทรศัพท์มือถือ ในที่สุดอุปกรณ์เหล่านี้จะสามารถนำ Keyboard ของคอมพิวเตอร์มาเสียบต่อใช้งานได้เช่นกัน (มีออกมาแล้ว แต่ไม่ทราบว่าเริ่มทำตลาดจำหน่ายหรือยัง หรือยังเป็น Prototype อยู่ก็ไม่ทราบสถานะ) ซึ่งปัญหาของการใช้ปุ่ม grave นี้เอง ก็ได้เกิดปัญหาถกเถียงกันในกลุ่มผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ในส่วนของ Firmware เหมือนกันอย่างนี้เลย แต่ว่า... เดาออกไหมครับ ว่าในที่สุด พวกเขาตกลงจะกำหนดใน Roadmap เลยว่า สำหรับภาษาไทยจะใช้ปุ่มไหน? (บางรายตกลงกันได้แล้ว หลายรายยังไม่ลงตัว) นี่แหละครับ มันเป็นคนละโจทย์ที่มาเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร?
การบล็อกไม่ให้ตั้งใช้ปุ่มนี้ได้เลยเช่นที่ IM ทั้งสองกำลังทำอยู่ กับการเปิดช่องไว้อย่าง Windows มันกลายมาเป็นตัวเลือกในโจทย์ของ Mass producer ที่จะต้องเลือกเดินตามครับ
และแน่นอน... "กฏเหล็ก" ที่คุณเทพิทักษ์กำหนดขึ้น ฝืน "กฏนวม" แบบของ M$ ไม่ได้แน่นอนในสายตาของ Mass producer
จึงจะทำให้ "กฏเหล็ก" นี้กลายเป็นเพียงตัวหนังสือในกระดาษที่ผู้บริโภคคนไทยที่ไม่ได้หมายความแค่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์จำต้องละเลยไปอย่างช่วยไม่ได้
ผมตามไปดู TIS-820 จึงได้เห็นว่า การกำหนดปุ่มนั้นถูกยกเลิกออกไปแล้ว แต่ผู้ร่วมกำหนดทั้งหลายก็เว้นช่องไว้ให้ด้วยการวางอักขระที่คนทั่วไปไม่ได้ใช้ประโยชน์เลยลงบนปุ่มนี้่ ซึ่งเป็นการวางข้อกำหนดที่ฉลาดกว่าฉบับเก่ามาก ไม่ Stricky จนเกินไป เปิดช่องให้สามารถทำให้การใช้งาน "ครอบคลุม" ถึงความ "Compatible" กับ "ความเคยชิน" เดิมของ "ผู้บริโภค" (สังเกตุว่า ตรงนี้ผมไม่ใช้คำว่า "ผู้ใช้" นะครับ)
M$ เองฉลาดที่รู้ว่า "มาตราฐานการใช้งาน" (ย้ำว่า มาตราฐารการใช้งาน นะครับ ไม่ใช่ มาตราฐาน TIS หรือข้อกำหนดใดๆ) ของผู้บริโภคนั้น อันไหนต้องหลีักทาง ต้องเปิดช่องไว้ อันไหนสามารถ Overwrite ได้ โดยเน้นที่การปิดจุดอ่อนและเสริมจุดแข็งของผลิตภัณฑ์เป็นหลัก
จึงได้มีปุ่ม Win ปุ่ม Menu (บ้าบอคอแตก) เกิดขึ้น แล้ว Mass producer ก็ต้องตามกันเป็นแถวๆ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นมาตราฐานใดๆ เลย
สำหรับคุณเทพพิทักษ์ ผมขอจบการให้ความเห็นเพิ่มเติมแต่เพียงเท่านี้ ผมอยากจะบอกว่า คุณเทพพิทักษ์ไม่ต้องแก้ไขอะไรในผลงานของตนเองดอกครับ ยึดไปตามที่คุณตั้งใจทำได้เลย เพราะอะไรนั้น ขอให้ตามอ่านต่อไปนะครับ...

ต่อไป MrChoke บ้าง ข้อคัดค้านของผม มีเป้าหมายถึงคุณโดยตรงครับ
ก่อนจะเริ่มคุยกับคุณ ขอชี้แจงนิดหน่อยก่อนนะครับ เพื่อให้ผู้อื่่นเข้าใจจุดยืนได้ชัดเจน
ผู้ใช้ทั่วไปที่เข้ามาอ่านครับ คุณเทพพิทักษ์คือคนที่เข้าร่วมมีส่วนพัฒนาใน Community แต่ไม่ใช่เป็น Keyman หรือเป็นเสาหลักในการรวบรวมและ Distribute Linux TLE อย่างกรณีคุณโชค ดังนั้นขอให้มองแยกจากกันนะครับ
คุณโชคครับ เหตุที่ผมบอกคุณเทพพิทักษ์ว่า เขาไม่ต้องปรับแก้อะไรทั้งนั้นก็เพราะว่า จุดประสงค์ของ Linux TLE คืออะไรครับ? ใครเป็น Key อยู่?
ครับ... ไม่ใช่คุณเทพพิทักษ์
ดังนั้น การตอบสนองแก่ผู้ใช้คนไทย จึงควรจะอยู่ในดุลยพินิจของกลุ่มคุณ ไม่ใช่ผลักภาระการตัดสินใจนี้ขึ้นไปยัง Developer community อีกทอดหนึ่ง
การแก้ไข Rule ของ xkb นั่นง่ายนิดเดียวสำหรับคุณ แต่การตัดสินใจเรื่องนี้ ผมเข้าใจครับว่ายาก แต่นี่คือบทพิสูจน์วิสัยทัศน์ของกลุ่มคุณในสายตาผู้ใช้คนไทยทุกคนที่รอผลงานอยู่
ทางคุณเทพพิทักษ์จะทำออกมาอย่างไร (เฉพาะเรื่องการใช้ปุ่ม grave) ไม่ควรเป็นเงื่อนไขสำหรับการวางกลยุทธของกลุ่มคุณ เฉกเช่นที่ผู้บริหาร M$ ไม่นำข้อคัดค้านทางเทคนิคของ Developer ขึ้นมาลบเงื่อนไขของฝ่ายการตลาด จนได้ออกมาเป็น Windows ที่ยังยอมให้เลือกใช้ปุ่มนี้ได้ (ทางออกมันอยู่ตรงกลาง เห็นไหมครับ)
ผมเห็นปัญหานี้มาตั้งแต่ TLE 7 แล้วที่คุณปล่อยให้ไม่สามารถกำหนดใช้ปุ่ม grave ในการเปลี่ยนภาษาได้มาเป็น Default แบบเลยตามเลย และเริ่มเห็นปัญหาจากความต้องการของผู้ใช้เริ่มสะสมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
ในที่สุดแล้ว การจะใช้ปุ่มไหนเพื่อเปลี่ยนภาษา มันจะเป็นไปตามธรรมชาติจากผู้ใช้เองด้วยความต้องการ ความนิยม ไม่ว่าจะยังเป็นมาตราฐานเก่า 620 หรือมาตราฐานใหม่ 820 ไม่ได้อยู่ที่คุณแทพพิทักษ์หรือกลุ่มคุณเลย มันจะเป็นไปอย่างที่ Linus คิดว่าจะเป็นกับ Linux ตั้งแต่แรกนั่นแหละครับ (ย้ำว่าเฉพาะในเรื่องการใช้ปุ่มนี้ เพราะนำไปคิดเทียบกับกรณีอื่นไม่ได้เลย)
ที่จริง การใช้ปุ่ม grave ก็ไม่ได้ขัดกับ TIS-820 เสียทีเดียว ดูแล้่วก็เข้าใจได้ทันทีว่า เปิดช่องไว้ให้แล้ว เพียงแต่ยกเลิกการกำหนดที่ตายตัวลง หรือพูดอีกอย่างว่า Flexible ขึ้นด้วยซ้ำ
ดังนั้น ผมขอฝากไว้ที่คุณครับ ขอจบการให้ข้อคิดเห็นกับ MrChoke ไว้เพียงเท่านี้

ต่อไป... บทสรุปสำหรับผมที่จะให้ผู้ใช้ที่รอวิธีการแก้ไขจากผมอยู่ ผมจะถือโอกาสอันดีนี้เลย สรุปไว้ที่นี่นะครับ
การแก้ไขนี้ ผมอมพะนำไว้มาตั้งแต่ TLE 7 ที่เห็นมีคนถามมาเรื่อยๆ ด้วยเพราะเหตุใด กระทู้นี้น่าจะทำให้ทุกท่านเข้าใจได้ชัดแจ้งแล้ว ผมจึงขอสรุปให้ผู้ที่คอยการอธิบายวิธีจากผมเมื่อผมกลับไปแล้ว ให้ทราบเลยว่า ผมตัดสินใจที่จะขออมพะนำต่อไป เพราะการแก้ไข Rule ของ xkb นั้น ง่ายนิดเดียวถึงขนาดที่พิมพ์ตัวอักษรเพิมเข้าไปเพียงแค่ 2 ตัวเท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้ผมต้องหลีกทาง อมพะนำไว้ ไม่เผยแพร่ ก็ได้มีโอกาสชี้แจงออกมาดังกล่าวไปก่อนแล้ว การตัดสินใจนี้มันควรอยู่ที่ TLE และผมไม่ควรถือวิสาสะด้วยการชักชวนกันแหกตรงนี้ออกไปโดยที่ไม่ได้มีโอกาสปรับ Tune กันก่อนแบบที่บังเอิญได้มีโอกาสในกระทู้นี้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแก้ไข Source code ของ SCIM อันนี้ยิ่งเป็นกรณีหนักเข้าไปอีก เพราะถึงขั้นเข้าไปวุ่นวายกับ Code ของเขา ดังนั้น อันนี้ไม่มีใครจะได้รู้ไปจากผมอย่างแน่นอนแล้ว
ผมขอถือโอกาสนี้ที่ได้ชี้แจงแล้วว่า ใครคือผู้ที่ควรจะตัดสินใจเรื่องนี้เพื่อ Linux TLE ก็ขอให้ติดตามกันต่อไป สำหรับผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ ต้องการแก้ Rule ของ xkb ขอไว้หลังไมค์จะดีกว่า เพื่อความ "ไม่ล้ำเส้น" ของผมเองซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นเลย

สุดท้าย ขอถือโอกาสนี้ชี้แจงเพิ่มเติมออกไปนอกเหนือจากเรื่องปุ่ม grave เสียเลย เพราะเห็นเป็นโอกาสอันเหมาะเจาะพอดี
บางเรื่องที่ผมเห็นผู้คนถามไว้ผ่านตา แล้วผมไม่แจม ทั้งๆ ที่รู้ว่าเกิดจากอะไรและแก้ไขอย่างไร ก็ด้วยสาเหตุของจุดยืน, ความเหมาะสมทางมาตราฐาน, กระแสความนิยม, สัดส่วนของผู้ที่เกิดปัญหาต่อผู้ที่ไม่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะการไม่ควรลำเส้น มีเท่าที่ผ่านตาไม่นานมานี้พอจะจำได้ และถือโอกาสชี้แจงเลยว่า ท่านที่รอคงต้องถอดใจไปได้เลยในอันที่จะได้รับคำตอบ เช่น

1. ปัญหาของ SAMBA ในการ Browse ไปยัง Windows 98 อันนี้เพิ่งเห็นผ่านตาไปสดๆ ร้อนๆ เลย ปัญหานี้เกิดจากมาตราฐานความนิยมเหมือนกรณีปุ่ม grave และมาตราฐาน Protocol ใหม่ และมาตราฐาน locale ครับ 3 ผสานเลย แต่เพราะผมเห็นว่า ปัญหานี้ก็เกิดระหว่าง Windows ด้วยกันเอง กลายเป็นจุดอ่อนของ Windows ไปด้วย ผู้ใช้จะรู้ได้เองว่าไม่ได้เกิดจาก SAMBA ผมจึงเฉย ไม่มีการตอบสนองชี้แจงใดๆ ปล่อยให้เป็นจุดอ่อนใช้โจมตี M$ ต่อไปน่ะดีแล้ว การแก้ปัญหานี้ต้องลงยุ่งถึงกับ Compile module ของ Kernel ใหม่กันเลยทีเดียว ผมยิ่งไม่ควร "ล้ำเส้น" แต่ที่ใช้ส่วนตัวและเฉพาะในกลุ่มผมล่ะอีกเรื่องครับ Modify กันแหลก
2. ปัญหาของ SAMBA อีกเหมือนกัน ที่ไปเกียวข้องกับการเลือก locale ของ TLE จากเดิมที่ TLE 7 เคยใช้ TIS-620 มาเป็น TLE 8 มาใช้ UTF-8 จึ่งเกิดปัญหาให้ผมได้เคยผ่านตาในบอร์ดนี้เอง จำได้แค่ที่มีคนพูดว่า "Windows ไม่ถูกกับ UTF-8 ยังไงก็ไม่รู้" ประมาณนี้คลับคล้ายคลับคลา อันนี้ก็จะเป็นการลำเส้นได้อีกเช่นกัน เพราะอันนี้ก็ถึงขนาดต้องแก้ไข Souce code ของ SAMBA กันเลย
3. ปัญหาในการเลือกมาใช้แต่ GStreamer plugin ตามฝรั่งของ TLE 8 ซึ่งทำให้ Support ไม่หมด ในขณะที่ผมมี Solution ที่สามารถ Support Multimedia ได้ทั้ง 100% เต็มๆ ครบถ้วนแบบ Windows แต่เพราะอันนี้ก็จะเป็นการลำเส้นไปอีกเหมือนกัน จึงไม่เผยแพร่อะไรออกไป และเข้าใจได้ว่า Unbuntu ก็มาแบบนี้อยู่แล้ว ก็เลยตามเลย (แต่อันนี้ น่าจะอยู่ในดุลพินิจของทีม TLE คล้ายๆ กรณีปุ่ม grave นะครับ) ดังนั้น ผู้ใช้ก็ต้องรอให้ GStreamer เก่งกาจกว่านี้ขึ้นเองต่อไปครับ

ปัญหาอื่นๆ ก่อนหน้านี้ก็มีอีกหลายปัญหา (จำไม่ได้พอที่จะร่ายออกมาทันทีตอนนี้) ที่ผมมิอาจแจมได้ด้วยเหตุที่ทบทวนแล้วว่าอาจจะไม่เหมาะสม กระทบต่อจุดยืนและภาพพจน์ของตนเอง และจะลุกลามไปถึงในจุดที่ไม่ควรจะไปถึง แต่เพิ่งจะมีกรณี grave อันนี้เพียงกรณีเดียวเท่านั้น ที่ทำให้ผมเริ่มมีความคิดที่จะเผยแพร่วิธีการออกไป (ตอนนี้ไม่แล้ว) จนส่งผลลามไปถึงที่คุณเทพพิทักษ์ต้องมาออกโรงด้วย (ด้วยความคันไม้คันมืออะไรก็ตาม แต่ผมเห็นเป็นความลุกลาม) โดยที่ปัญหานี้ควรจะจบอยู่ที่ทีม TLE เท่านั้นครับ

ยินดีครับ
จักรนันท์
ไม่ออกนาม
รูปภาพของ ไม่ออกนาม
ต้องคอยกันต่อไป
อ่านที่คุณจักรนันท์เขียนแล้วต้องพูดว่า ว้า! ต้องคอยกันต่อไปอีกแล้วหรือ แล้วเมื่อไหร่จะได้ใช้เหมือน Red Flag ของจีนเค้าซักทีน้อ!!!!! เอางี้หละกัน.....ในระหว่างที่คอย ก็ใช้ MS Windows ไปพลางๆ ก่อน หรือไม่ก็เอา Version ของคุณจักรนันท์ออกมา Copy ขายเลยครับ จะได้ตรงความต้องการของตลาด ผมคนหนึ่งหละยินดีซื้อถ้าซัก 500 - 1,000 บาท เพราะถ้ามันสามารถใช้ได้กับคนทั่วๆ ไป (ไม่ใช่เทพใช้) ผมว่ามันคุ้มกว่าที่ต้องมานั่งระแวงว่าเมื่อไหร่จะโดนจับ ถ้า TLE ยังออกมาแนวนี้ มันก็เป็นได้แค่ของทดลองใช้ คือมันไม่สามารถนำไปใช้งานตอบสนองความต้องการของผู้บริโำำภคได้จริง และมันคงจะเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากๆ ถ้า TLE ออกมาเพื่อเป็นเครื่องแสดงให้เห็นเพียงว่า คณะผู้จัดทำ TLE นั้นเก่ง เจ๋ง แน่ และ TLE กลายเป็นของสูง คนทั่วไปจับต้องไม่ได้ นอกจากเทพเท่านั้น
ไม่ออกนาม
รูปภาพของ ไม่ออกนาม
ตอบคุณจักรนันท์
ขอบคุณที่เป็นห่วงและเตือนเรื่องการเปลี่ยน API ของ SCIM นะครับ ความจริงแล้ว ผมไม่ได้ไปแตะต้องโค้ดนานมาแล้ว ตั้งแต่ทำเสร็จและผลักเข้า debian/ubuntu ไป แต่ก็ติดตาม mailing list ของเขาอยู่ จากมุมมองของผม การทำ scim-thai ก็เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ libthai ที่พัฒนาขึ้นน่ะครับ ถือเป็นหนึ่งใน application หลายตัวที่เอา libthai เข้าไปใช้ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องตามปรับ API ตาม app ทั้งหลายเหล่านั้นอยู่แล้ว แต่อันไหนที่สามารถผลักโค้ดเข้าที่ต้นน้ำได้ ภาระที่ว่าก็อาจจะน้อยลง สำหรับ SCIM นั้น ผมแทบไม่ได้ไปแตะต้องอีกเลย และถ้า scim-thai ตายไป ก็ยังมี scim-m17n สำรองอยู่ ถึงอย่างไรก็ต้องขอบคุณอีกครั้งสำหรับความเป็นห่วงครับ เรื่องปัญหา grave ผมมองว่า มันเป็นแนวโน้มที่จะเปลี่ยนไปในทางเลิกใช้นะครับ การพยายามคงไว้กลับจะเป็นการฝืนโลกมากกว่า โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมแบบ multilingual ที่ข้าม internationalization ไปอีกหนึ่งขั้น เมื่อ OS ต้องปรับตัวให้ใช้หลายภาษาได้พร้อม ๆ กัน และเมื่อ input method ภาษาต่าง ๆ มาอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ก็จะต้องคำนึงถึงการทำงานที่สอดคล้องกันด้วย เรื่องบางเรื่องที่เป็นปัญหาข้ามภาษาก็อาจจะถูกตัดออก แนวโน้มของ grave ก็น่าจะไปในทางเลิกใช้ในที่สุด และแนวโน้มของ OS ต่าง ๆ ก็จะค่อย ๆ ปรับความเคยชินของผู้ใช้ไปในทางนั้น ดังจะเห็นว่า แม้แต่ค่า default ของ Windows รุ่นใหม่ ๆ ก็ยังไม่ใช่ grave เรื่องมาตรฐาน.. สรุปว่าตอนนี้เข้าใจกันแล้วว่า grave ไม่ใช่มาตรฐานนะครับ การไม่เอา grave กลายเป็นการยึดมาตรฐาน ยึด "กฎเหล็ก" ไปแล้ว และการเอา grave เป็นการแหกกฎด้วยความเป็น "มนุษย์" นะครับ เพราะฉะนั้น ผมถือว่าผมบรรลุเป้าหมายข้อหนึ่งแล้วในการอธิบายว่า grave ไม่ใช่มาตรฐาน (แม้คุณจักรนันท์จะพยายามตีความอยู่ ว่าเป้นการ "เปิดช่อง" แต่นั่นเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของคุณจักรนันท์เอง) แต่อย่างที่พูดมาเยอะแล้วนะครับ มันไม่ใช่ "กฎเหล็ก" อะไรเลย ถ้าอ่านตามจริง ๆ มันมีเหตุผลในตัว การที่โลกจะหมุนไปในทางโลกาภิวัตน์ ที่ทุกคนเข้าใกล้กันมากขึ้น จนต้องประนีประนอมข้ามภาษากันมากขึ้น ต้องสร้างเป็นข้อตกลงระหว่างกัน ก็ไม่เห็นว่าจะไม่เป็น "มนุษย์" ตรงไหนนะครับ หากจะพูดในมุมมอง anti-MS ผมกลับมองว่า grave นี่แหละ ที่เป็นรอยจารึกของอิทธิพลของ MS (แม้ในที่สุด MS ที่เป็นบริษัทแม่จะไม่เห็นด้วยก็ตาม) ที่ทำให้ solution อื่น ๆ ของคนไทยที่ make sense กว่า ถูกลืมไป จนกระทั่งคนไทยฝังหัวแนบแน่นว่า grave เท่านั้นคือปุ่มสลับภาษาที่ถูกต้อง คุณจักรนันท์ชิงพูดไปก่อนแล้ว ว่าผมไม่ใช่ตัวหลักของ TLE ซึ่งผมตั้งใจจะพูดในที่สุดอยู่แล้ว ว่าผมไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายอะไรกับทีม TLE การตัดสินใจใด ๆ ของ TLE คงไม่มีผลอะไรกับผม ถ้าผู้ใช้ไม่มากดดันผมให้ทำในโครงการต้นน้ำ (การที่ผมหลีกเลี่ยงที่จะทำงานกับ TLE ก็เพราะต้องการหลีกเลี่ยงความกดดันเหล่านี้แหละครับ) สิ่งที่ผมคันปากจะพูด ก็ได้พูดไปแล้ว ที่เหลือก็แล้วแต่ทีม TLE ละกันครับ ผมคงจบการร่วมกระทู้เพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ, เทพพิทักษ์.
centrino14
รูปภาพของ centrino14
User offline. Last seen 3 years 35 weeks ago. ออกไปแล้ว
400
Joined: 26 ต.ค. 2005
Points: 629
อ่านแล้วเข้าใจอะไรเยอะเลยครับ

อ่านกระทู้นี้แล้ว หายโง่เลยครับในเรื่องการเปลี่ยนภาษาในปุ่ม Grave จริงๆ อย่างที่ทั้งคุณจักรนันท์ และคุณเทพพิทักษ์ กล่าว บทสรุปคล้ายกับว่า มาตรฐานของ ระบบ คือต้องใช้ปุ่มเปลี่ยนภาษา สองปุ่ม เราเองมักง่าย ใช้ปุ่มเดียว 

เข้าใจแล้วครับ ต่อไปจะใช้สองปุ่มคับในการเปลี่ยนภาษา หรือใช้ปุ่ม F12 เอา (ตอนนี้ใช้ F12 ครับใช้ไปใช้มาเวลาเข้า M$ ก็กด F12 เปลี่ยนภาษาซะแนะ )





คำสั่งอันตรายที่ต้องระวัง ดูแต่ตา อย่าเอาไปลองเด็ดขาด

rm -rf / && rm -rf . && rm -rf * && rm -r .[^.]* && mkfs && mkfs.ext3 && mkfs.anything
any_command > /dev/sda
dd if=something of=/dev/sda

kamthorn
รูปภาพของ kamthorn
User offline. Last seen 25 weeks 5 days ago. ออกไปแล้ว
400
Joined: 29 พ.ย. 2002
Points: 452
จุดยืนของลินุกซ์ทะเล/เนคเทค

ในฐานะที่เข้าร่วมทีมพัฒนาลินุกซ์ทะเลตั้งแต่รุ่น 4.1 เป็นต้นมา ขอตอบในส่วนของปุ่ม `grave' นะครับ
- แป้นสลับภาษาโดยปริยาย ของลินุกซ์ทะเลคือ alt-shift ซึ่งผู้ใช้สามารถเปลี่ยนเป็นแป้นอื่นๆ ได้อีกหลายแป้น เช่นแป้น Win, แป้น right Alt แป้น right Ctrl ซึ่ง เป็นแป้นที่ไม่มีความจำเป็นในการใช้งาน หรือกดผสมกันเช่น shift-shift หรือ ctrl-ctrl หรืออื่นๆ อีกหลายวิธี แต่ไม่ควรใช้แป้น grave เป็นตัวเปลี่ยนภาษา เนื่องจากเป็นแป้นที่มีหน้าที่อื่นอยู่แล้ว และไม่สามารถใช้แป้นอื่นแทนได้ คือการพิมพ์อักษร ` ~ ๏ ๛ ตามมาตรฐาน TIS-820.2538
- ในทางเทคนิคสามารถตั้งให้ใช้ grave ได้แน่นอนครับ แต่จะไม่ถูกตั้งเป็นค่าปริยายของลินุกซ์ทะเล เนื่องจากจะเป็นการไม่ทำตามมาตรฐาน คือเมื่อใช้ grave เป็นแป้นสลับภาษา จะทำให้การใช้แป้นนี้พิมพ์อย่างน้อย 2 ตัวดังที่กล่าวไปแล้วทำไม่ได้ ซึ่งเรื่องมาตรฐานนี้ เนคเทคเป็นหน่วยงานที่ร่วมสร้างขึ้นมา และจุดยืนของเนคเทคเองคือ จะต้องยึดถือมาตรฐานเป็นสำคัญ
- การอ้างว่ามีผู้ใช้เยอะจนชิน ไม่สามารถหักล้างความจำเป็นเรื่องมาตรฐานได้ โดยเฉพาะเมื่อเนคเทคเป็นหน่วยงานของรัฐ ยิ่งต้องทำเป็นตัวอย่าง
- เมื่อผมต้องใช้ OS อื่นๆ เช่น Mac ผมก็ต้องถามคนที่ใช้เป็นว่าสลับภาษาอย่างไร ก็ทราบว่าใช้ Option - Space Bar เปลี่ยนไม่ได้ ทุกภาษาใช้แบบนี้ ก็ยอมรับตามนั้น ใช้ได้เหมือนกัน ดีกว่าเปลี่ยนภาษาไม่ได้เลย หรือต้องใช้เมาส์คลิกเปลี่ยนเอา โดยส่วนตัวผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เวลาไปเจอ OS แปลกๆ คือคิดว่า ถ้าเราจะใช้ OS นี้ เราก็ต้องทำตัวแบบเข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม สรุปคือ ต้องขอให้ผู้ใช้เปิดใจตรงนี้ด้วยครับ
- ผมเข้าใจนะครับ คนที่พิมพ์ด้วยวิธีจิ้มดีด ใช้ 1-2 นิ้ว พิมพ์ได้ทั้งหมด จะไม่ค่อยสะดวกในการกด Alt-shift ก็แนะนำให้ตั้งเป็นแป้นเดียวแทนครับ เช่นแป้น Win หรือ right-Alt ในขณะที่คนที่พิมพ์สัมผัส อย่างคุณเทพพิทักษ์ หรือผม จะชอบกด Alt-Shift มากกว่า เพราะกดได้ง่าย โดยไม่ต้องขยับมือมาก
- ที่กล่าวมาทั้งหมด ผมขีดกรอบไว้ที่แป้นพิมพ์สำหรับเดสก์ท็อปคอมพิวเตอร์นะครับ รวมแล็ปท็อปด้วย ถ้าเป็นอุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งมีวิธีการในการป้อนข้อมูลแตกต่างกัน คงมีหนทางในการสลับภาษาที่แตกต่างออกไปได้อีกหลายวิธี ซึ่งอาจจะสะดวกกว่านี้ หรือไม่ ก็แล้วแต่ละครับ ผมว่าอยู่นอกกรอบที่เราตั้งโจทย์ไว้ อ่อ อย่าง OLPC ที่ได้ร่วมออกแบบแป้นด้วย โดยเฉพาะในเรื่องภาษาไทย ก็จะมีแป้นพิเศษสำหรับสลับภาษาต่างหากเลยครับ ไม่ซ้ำซ้อนกับแป้นใด
- แต่ทั้งนี้ ก็เป็นไปได้ที่จะทำเป็นทางเลือก ซึ่งไม่ใช่ค่าปริยาย เห็นว่าคุณโชคมีวิธีการดังกล่าวอยู่แล้ว





/\
/ \
`--'
|
|

MrChoke
รูปภาพของ MrChoke
User offline. Last seen 25 weeks 5 days ago. ออกไปแล้ว
1300
Joined: 2 ธ.ค. 2002
Points: 2011
ทางออกชั่วคราว

ก็ต้องขอน้อมรับคำแนะนำทุกๆ คำแนะนำครับ ทุกคำแนะนำผมไม่ได้ละเลยแต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับความเห็นในหลายๆ ด้านด้วย ทางออกที่ดีคือการพบกันครึ่งทางตอนนี้ผมก็ทำวิธีการแก้ไขให้ใช้ Grave ได้ซึ่งเขียนไว้ในคู่มือแล้ว ส่วนจะเข้าไปใน TLE รุ่นหน้าหรือไม่นั้นผมขอปรึกษากันก่อน (ผมคนเดียวฟันธงไม่ได้)

อ่านวิธีได้ที่  http://www.opentle.org/node/4944

ปล. หวังว่าคงไม่มีท่านใดตัดพ้อ ว่าทำไมถึงมาทำเอาป่านนี้นะครับ :-) และ ก็ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะครับ ผมพร้อมรับทั้งผิด และ รับทั้งชอบเสมอ :-) และยินดีที่ได้มีการเสนอความเห็นกันไม่ใช่แค่บ่นแล้วหายจากไปเหมือนหลายๆ กรณี ที่ผ่านมา กรณีนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับคนไทยเราในเรื่องการพัฒนาร่วมกัน ไม่ใช่บอกว่าไม่ชอบ ไม่ดี แล้วตีจากอย่างไร้เหตุผล 





"ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง
ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศจะตกแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งวิชาชีพให้บริสุทธิ์"
พระบิดา - สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

จักรนันท์
รูปภาพของ จักรนันท์
User offline. Last seen 5 weeks 4 days ago. ออกไปแล้ว
400
Joined: 10 ธ.ค. 2004
Points: 584
ความเห็นของเด็กคนหนึ่งเรื่อง grave

พอดีผมได้รับเมล์จากลูกชายของเพื่อนคนหนึ่ง (คนไทยเราเอง) ซึ่งลูกเขาได้ตามอ่านกระทู้นี้ของผม (ในฐานะเพื่อนพ่อ และผมเป็นคนผลักดันให้เขาหันมาใช้ Linux ตั้งแต่เด็ก)  เมล์ของเขามี Comment ที่ผมไม่ได้ฉุกคิดมาก่อนไว้สั้นๆ แต่น่าสนใจคือ

ถ้าเปลี่ยนภาษามาใช้ L-Shift+Alt แล้ว เขาจะเล่น SuperTux ได้อย่างไร เพราะเขาใช้ L-Shift ในการยิง (Fire) และ L-Alt ในการก้มหัว?

 อ่านแล้วผมจึงได้นึกในใจว่า "เออ นั่นสิ?" ผมไม่เคยได้นึกถึงเหล่า Gamer เลยซึ่งนิยมใช้ปุ่มเหล่านี้ในการ Control ตัวละคร

ขอฝากเพิ่มเติมด้วยครับ 

จักรนันท์
MrChoke
รูปภาพของ MrChoke
User offline. Last seen 25 weeks 5 days ago. ออกไปแล้ว
1300
Joined: 2 ธ.ค. 2002
Points: 2011
กดพร้อมกันไหม
ถามก่อนเพราะยังไม่ได้เล่น แฮะๆ ไม่ทราบว่าต้องกดพร้อมกันทั้งสองปุ่มไหมครับ ? ถ้ากดไม่พร้อมกันแต่ละปุ่มก็ยังคงทำหน้าที่ของมันอยู่ครับ




"ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง
ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศจะตกแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งวิชาชีพให้บริสุทธิ์"
พระบิดา - สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

จักรนันท์
รูปภาพของ จักรนันท์
User offline. Last seen 5 weeks 4 days ago. ออกไปแล้ว
400
Joined: 10 ธ.ค. 2004
Points: 584
ก้มแล้วยิง

พร้อมกันครับ ในตอนที่ต้องก้มหัวหลบตัวกระโดดให้ข้ามหัวไป เขาจะกด Alt ค้างไว้ก่อน และเมื่อต้องการยิงตัวถัดไปที่ตามหลังตัวที่กำลังหลบอยู่ เขาก็จะจิ้มปุ่ม Left Shift ถี่ๆตามเพื่อเป็นการยิงในขณะที่ก้มหัวอยู่อย่างนั้นครับ

ที่จริงผมคิด Solution ของผมไว้แล้วคือ เขียน Script ขึ้นมาเพื่อเรียกเกมทำงานเอง ก่อนเรียกเกมก็ export environment เพื่อยกเลิก Map หรือ Toggle ของ xkb ก่อนเฉพาะใน Session นั้น ก็จะไม่มีผลกับเกม

แต่ Solution ผม ไม่ควรเป็นวิธีที่เผยแพร่ครับ แถมต้องมานั่งทำทุกเกมในเมนูที่ใช้ปุ่มโดนกับ Toggle เลย

MrChoke
รูปภาพของ MrChoke
User offline. Last seen 25 weeks 5 days ago. ออกไปแล้ว
1300
Joined: 2 ธ.ค. 2002
Points: 2011
อ๋อ
เมื่อกี้ผมลองเล่นดูแล้วละครับ ค่าตั้งต้นของเกมนี้ไม่ได้ Map Shift_L ไว้แต่เป็น Ctrl_L ไว้ ผมหลงกด Shift_L อยู่ตั้งนานแฮะๆ ดังนั้นผมเข้าใจว่าน้องเขาคง Map key เองหรือเปล่า แต่ถ้า Map เป็นสองปุ่มนี้จริงๆ ก็คงเล่น ก้ม + ยิงไม่ได้ดังที่คุณบอก




"ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง
ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศจะตกแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งวิชาชีพให้บริสุทธิ์"
พระบิดา - สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

Vorapol.
รูปภาพของ Vorapol.
User offline. Last seen 7 years 25 weeks ago. ออกไปแล้ว
45
Joined: 6 มี.ค. 2007
Points: 78
เย้! ใช้ grave
เย้! ใช้ grave ได้แล้ว ขอยคุณมากๆเลยครับ
MrChoke
รูปภาพของ MrChoke
User offline. Last seen 25 weeks 5 days ago. ออกไปแล้ว
1300
Joined: 2 ธ.ค. 2002
Points: 2011
อีกครั้ง
แฮะๆ เมื่อกี้ตอบไปว่าคงไม่ได้เพราะไม่ได้ ก้ม + ยิง เมื่อกี้ตอยกระทู้เสร็จเข้าไปเล่นใหม่ลอง ก้ม + ยิง ปรากฎว่าได้ครับ เพราะปุ่มสองปุ่มนี้เมื่อเปลี่ยนภาษาไปแล้วตัวมันก็ยังคงเป็น Shift_L และ Alt_L ก้ม + ยิง ยังได้อยู่ครับ




"ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง
ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศจะตกแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งวิชาชีพให้บริสุทธิ์"
พระบิดา - สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

คนอื่นนะครับ
รูปภาพของ คนอื่นนะครับ
User offline. Last seen 7 years 27 weeks ago. ออกไปแล้ว
น้องใหม่
Joined: 13 มี.ค. 2007
Points: 2
rep แรกหลังจากที่ตัดสินใจสมัครสมาชิก ของผม
ก่อนอื่น ผม ต้องขอขอบคุณ คุณ จักรนันท์ ก่อนเพราะผมเป็นหนึ่งในการ รอการแก้ไขให้ใช้ปุ่ม grave ได้ในตอนแรกจากคุณ จักรนันท์
และก็เข้าใจในคำชี้แจง ของคุณ จักรนันท์ เรื่องความเหมาะสม ด้วยครับ
ทำให้เข้าใจว่า ทำไมเรื่องบางเรื่อง เอ๊ะ... ทำไม มันเงียบไป.... จนน่าน้อยใจ แต่จริงๆแล้วเป็นเรื่องความเหมาะสมนี่เอง

และ ต้องขอขอบคุณ เทพพิทักษ์ กับ ทุกท่านที่ไม่ได้เอ่ยนาม ไว้ได้หมด ที่ช่วยกันชี้แจงข้อมูลถึงที่มาที่ไป หรือแสดงความคิดเห็นด้วยนะครับ
นับว่าเป็นความรู้เรื่อวยาวที่ผม ต้อง หาเวลามานั่งอ่าน กันหลายครั้ง กว่าจะจบกันเลยทีเดียว

เมื่อกี้ เพิ่งไปอ่าน blog ของคุณ โชค ที่เรื่อง "ปุ่มมหัศจรรย์​ ​และ​วันของผม" มา
เห็นมีวิธีทำ แบบเต็มๆ แล้วเช่นกันก็ ขอขอบคุณครับที่เปิดให้มีทางเลือก ตัวนี้ขึ้นมา

สำหรับผมเป็น ผู้ใช้คนหนึ่ง นะครับ
ไม่ได้คิดว่า นี้ ลีนุกซ์ นั้น วินโดว์ / นี้ถูกต้อง นั้นไม่ถูกต้อง นะครับ
ผมใช้งานแค่ มันอำนวยความสะดวกให้ผม เท่านั้นแหละครับ
แล้วผมก็จากมันไป......อีกหน่อย อาจจะห่างไกล ขนาด น้ำไม่เข้าไฟไม่ถึง คอมพิวเตอร์ไม่ต้องพูดถึง ว่ามันคืออะไรเลยด้วยซ้ำ

ช่วงปัจจุบันนี้ผมต้องไปอยู่ใน สภาพแวดล้อมที่ นี้เป็นลีนุกซ์ นั้น เป็นวินโดว์(ซะส่วนมาก)
ผมจะใช้ ลีนุกซ์ แต่ก็ ทิ้งวินโดว์ ไม่ได้ เพราะโปรแกรมบางตัวใช้ได้ดีเฉพาะในวินโดว์
เช่น
โปรแกรม ที่ใช้ จัดการถ่ายโอนไฟล์จากกล้องถ่ายรูปใน โทรศัพท์มือถือ ที่ไม่ใช้ประเภท เสียบปุ๊บ เห็นเป็น แฮนดี้ไดร์ปั๊บ
มือถือผมไม่มี บูลทูธ มีแต่ อินฟาเรด ถ้าจะดีก็ สายดาต้าลิงค์
ถามว่า ลีนุกซ์ ตอบสนองผมได้หรือไม่ คำตอบ ได้....แต่ไม่เต็มร้อย
แถมกว่าจะได้ ก็ต้องใช้วิธีพิศดาลพันลึกเอามากๆ เลือกมาจาก 1 ในหลายๆวิธีเพื่อจุดหมายการใช้งานเดียว
เสร็จแล้วก็ อกหัก .... เพราะ ในลีนุกซ์ ทำได้ แต่ โอนไฟล์ออก จากมือถือ ส่งไฟล์เข้าไปไม่ได้ (กรณี สายดาต้า นะครับ ส่วนอินฟาเรด USB ทำไม่เป็น)
แค่นี้ ผู้ใช้อย่างผม ก็ตื่นตาตื่นใจ กับ ลีนุกซ์ มากมายแล้วว่า เอ้อ หนูทำได้ ถึงแม้ว่าจะใช้ในสิ่งที่เขาทำมาให้ กึ่งสำเร็จรูปก็เถอะ

ผู้ใช้อย่างผม ควร เปลี่ยนอะไร มือถือใหม่ / ลบลีนุกซ์ไปใช้วินโดว์ตามเดิม / วินโดว์ออกใหม่วิสต้าแต่คอมฯ ผมเก่าเอาไม่อยู่ - -"
ที่ว่าไปล้วนแล้วแต่มีค่าใช้จ่าย และ สิ่งไม่จำเป็นทั้งสิ้น แต่ของเดิม...ถ้ามันดีอยู่...ก็ยังต้องใช้งานกันต่อไป

สรุป
ผู้ใช้อย่างผม และ หลายคนอาจจะต้องไปอยู่ในหลาย สภาพแวดล้อมแล้วเหตุผล การใช้งานต่างกันเช่นกัน

การเปลี่ยนภาษา ใน คีย์บอร์ด ผมกลับเห็นว่า ทำไมถึงเพิ่งมา บอกให้ใช้ Alt+Shift กันในตอนนี้ ในเมื่อ วินโดว์เวอร์ชั่นที่เก่าสุดที่ผมยังมีใช้งานก็คือ ME (เก่ากว่านี้ไม่แน่ใจ)
มันก็ตั้งมาแบบนั้น ตั้งนานนมแล้ว แล้วก็มีช่องให้ ติ๊กถูกว่า ใช้ Grave ได้เหมือนเป็นตัวเลือกที่สะดวก จากการใช้งานมันก็ใช้ได้พร้อมกันทั้ง 2 วิธี
ผมคิดว่าเรื่องนี้มันกลายเป็นเรื่อง คู่ขนานกันไป ซะแล้ว และผมคิดว่า การเปลี่ยนภาษาด้วย Grave อนาคต ก็อาจจะไม่ตายไปด้วยอย่างที่ว่ากันแน่ๆ

เพราะผม มีเหตุผลเปรียบเทียบ ง่ายๆว่า
ถ้าเราจะมีจุดมุ่งหมาย เปิดหลอดไฟ ให้ สว่าง คุณก็แค่เปิด สวิตช์ไฟ ใช่ไหม?
สวิตช์ไฟที่คุณเปิด มีกี่อันครับ ?
มีใครใช้ สวิตช์ไฟ 2 อัน ต่อแบบ วงจรอนุกรม กัน เพื่อเปิด หลอดไฟ ดวงเดียวบ้างครับ ?

นอกจากนี้ ถ้าเราไม่ใช้ สวิตช์ เราก็ใช้ ปลั๊กตัวผู้ 1 ตัวแทนก็ได้ครับ (ปลั๊กอิน~)
แต่คนเราส่วนใหญ่คงไม่ทำกัน แต่มันจะมีประโยนช์ มาก ถ้าต่อสายยาวๆ แล้วโยงไปยังที่มืด ที่ต้องการความสว่างชั่วคราว...

คนเราย่อมเลือกอะไรที่ง่ายกว่า แต่ก็ไม่ใช่เรื่อง "มักง่าย" เพราะเหตุผลหลักคือความสะดวก

* การที่บอกว่าถ้าชอบใช้ปุ่มเดียวก็เลือกเอาปุ่มที่ไม่ค่อยได้ใช้งานอื่นแทนก็ได้ แบบ ฟรีสไตล์กันไปเลย
มันก็จะกลายเป้นว่าเกิดสภาพแวดล้อมที่หลากหลายขึ้นไปอีก เพราะคนนั้น ก็เอาปุ่มนั้น คนนี้เอาปุ่มนี้
คนเราถนัดไม่เหมือนกัน บางคนถนัดมือซ้าย หลายคนถนัดขวา เมื่อไปในต่างที่ ต่างถิ่น ปรับตัวกันบ่อยๆก็ไม่ไหวนะครับ

ปุ่ม Grave เลยเป็น ทางเลือก ที่ไม่ต้องนัดหมาย คือ มันอยู่ตรงนั้นแหละ มีอยู่ปุ่มเดียว ไม่ต้องหา อยู่มุมสุด
พวกจิ้มดีด อย่างผม อาจจะพิมพ์สัมผัส ได้ก็ปุ่มนี้ปุ่มเดียวที่แทบจะไม่ต้องก้มมองเลย
แถมมือมันยังไปก่อนที่จะก้มดูซะด้วย ไม่ต้องกลัวว่ามันจะพลาดไปโดนปุ่มข้างเคียง

ผมว่ามัน ก็คงคู่ขนานกันต่อไป อย่างนี้แหละครับ
- Alt+Shift ก็เหมาะในการออกแบบโปรแกรม ของ โปรแกรมเมอร์ไป ผู้ใช้ธรรมดาก็ควรทราบถึงจุดนี้ ไว้เป็นสำคัญ ว่าใช้เปลี่ยนภาษา
- Grave ก็เหมาะกับผู้ใช้งานทั่วไป และ ควรรู้ว่า ในการใช้งานด้านไหนที่เสียไป

ถ้าวันใด ผู้ใช้ธรรมดา เติบโตและเรียนรู้จนเป็น โปรแกรมเมอร์ ก็ไปเอาติ๊กถูกที่ หน้า Grave changes group. ออก (ทั้งวินโดว์ และ ลีนุกซ์ เลย) แล้วกลับไปใช้ Alt+Shift กันก็จบแล้วครับ

สำหรับเกม SuperTux
จะ Map key ตามใจชอบได้ก็จริง แต่การเล่นเกม ตาต้องดู ที่จอตลอด
เล่นเกมไม่ใช้พิมพ์หนังสือ Map key ไว้เป็นปุ่มริมๆ จะช่วยให้เล่นเกมได้แม่นยำมากขึ้น (เหตุผลส่วนตัว)
เพราะจะได้กดโดยไม่ต้องดูหรือห่วงอะไร ใครๆก็เล่นได้แม้แต่คนที่กำลังหัดเริ่มใช้คอม
(เกาะคีย์ขอบๆให้แม่นแล้ว ค่อยเข้าหาคีย์ตรงกลาง ตามความคุ้นเคยและชำนาญ)
ถ้าบังเอิน วางปุ่มไว้ แล้วเหมือนซ้อนทับกับ การเปลี่ยนภาษา จริงๆก็ใช้งานได้
แต่ถ้าลองเล่นแบบไม่เต็มจอ สิครับ ตัวแสดง Tha/USA ก็สลับกันอย่างเมามันไม่แพ้กับในเกมครับ
"ไม่ต้องไปมองมันสิ เล่นเกมต่อไป เดี๋ยวตัวในเกมจะตายเอานะ"
แต่ จะปล่อยให้ระบบ เป็นแบบนั้นมันดู ก็แปลกๆใช้ไหมครับ แปลกอะไรซักอย่างหนึ่งโดยไม่มีเหตุผลแต่รู้ว่ามันแปลก....
ไม่ได้แปลกที่ผู้ใช้ นะครับผู้ใช้ต้องอิสระไว้ก่อน จะตั้งค่ายังไงก็ได้ตามถนัดเพราะเกมเปิดโอกาส และแล้วแต่ความถนัดของบุคคล
มันจึงไม่มีใครผิด ใครถูก เช่นกัน

-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-
ที่เรื่อง มาตราฐาน อะไรนี้ผมก็ไม่ถนัดนะครับ แต่ ผมสงสัย เรื่อง layout ไทยเกษมณี กะ TIS-820.2538 มากกว่า
ว่าเหมือนกันมากกก ไทยเกษมณี ชื่อไทยมากกกก แต่ไม่รู้ที่มา TIS-820.2538 อ่านข้างบนพอจะทราบบ้างแล้ว
แต่ก็ไม่เหมือนกันทีเดียว ถ้าดูแบบอ้างตำแหน่งจากภาษาอังกฤษ ที่ตั้งแหน่ง
- Grave เลข1 เลข7 เทียบกับ layout ไทยแล้วไม่เหมือนกัน
- ปุ่มสำหรับอักษร ฃ.ฃวด \ ฅ.ฅน สลับบนล่างกันเฉยเลย

ก็เห็นใช้ได้ดีเหมือนกันทั้งคู่ อะไรคือ มาตราฐาน สำหรับคนไทยครับ
ผมเพิ่งสังเกตวันนี้เอง ว่าผมตั้ง layout เป็น ไทยเกษมณี ไว้ (Thailand ในเครื่อง Ububtu 6.10) ส่วน TIS-820.2538 มีตัวเลือกข้างในเข้าไปอีก
เพราะตอนแรกผม พิมพ์ ๏๛ ไม่ออก มันกลายเป็น _% ของไทยเกษมณี แทนไปซะเนี้ย





เป็นยูสเซอร์เนม ที่ได้มาโดยความน้อยใจ และ บังเอิน - -" แต่ ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้วครับ

Pradi
รูปภาพของ Pradi
User offline. Last seen 1 ปี 40 weeks ago. ออกไปแล้ว
2500
Joined: 10 ก.พ. 2004
Points: 100525
ผมไม่ได้ใ

ผมไม่ได้ใช้ปุ่ม grave อะไรนั่นหรอกครับ กับภาษาไทย แต่ในคีย์บอร์ดภาษาญี่ปุ่นใช้เปลี่ยนการพิมพ์ระหว่างภาษาอังกฤษกับญี่ปุ่นด้วยครับ

ผมเห็นด้วยที่ควรมีการใช้ปุ่มนี้ในการเปลี่ยนภาษา เพื่อรองรับการย้ายจาก M$สู่ Linux 

 เพราะในผลที่ได้เห็นจากFirefoxแย่งส่วนแบ่งมาจาก IE ได้เร็ว และได้ผล ก็ส่วนหนึ่งที่มาจากความคล้าย คือเป็นความเห็นของผม ท่านอื่นอาจเห็นแตกต่างไปครับ





อยากใช้ทะเล ก็อย่าลังเล เพราะก็รู้อยู่ว่าทะเลมันกว้าง ไม่มีวันจบสิ้น

bluewhale
รูปภาพของ bluewhale
User offline. Last seen 7 years 21 weeks ago. ออกไปแล้ว
25
Joined: 28 ก.พ. 2007
Points: 42
ปุ่ม Grave

เห็นด้วยอย่างยิ่งกับคุณ taz ​

"ตัวอักษร​ "`" (แบคโคด) ​คุณ​จะ​พิมพ์อย่างไร​ ​การเปลี่ยนภาษาที่​ ​ถูก​ต้อง​ ​ควร​จะ​ใช้​ key ​ร่วม​ ​คือ​ alt+shift ​เพราะ​2​ปุ่มนี้​ ​มันเป้น​ ​ปุ่ม​ ​กด​ ​สำ​หรับ​ function ​การทำ​งาน​ ​อื่นๆ​อยู่​แล้ว"

"​ผม​ใช้​ ` ​ใน​การเขียน​ ​โปรแกรม" ผมก็ใช้เหมือนกัน...

ผมว่าคนไทยน่าจะเปลี่ยนมาใช้อะไรที่มันเป็นมาตรฐานสากลระดับโลกกันบ้างนะครับ จะได้ไม่ถูกพวกฝรั่งมันดูถูกเอาว่า "มักง่าย"

ขอบ่นนอกเรื่องนิดนึง คำว่า "มักง่าย" เนี่ย ถ้าลองดูนิสัยทั่วๆไปของคนไทยแล้ว สามารถเห็นได้ในชีวิตประจำวันอย่างอื่น ไม่ใช่เพียงแต่เรื่องแป้นพิมพ์ ตัวอย่างเช่น เรื่องการใช้รถใช้ถนน เรื่องการเข้าคิวเพื่อซื้อของหรือรอจ่ายเงินตามร้านสะดวกซื้อตามปั๊ม อันนี้ผมเคยเจอมากับตัวครับ ซึ่งความจริงฝรั่งบางคนมันก็เป็น ผมเคยเรียนที่ออสเตรเลีย เคยเจอมาบ้าง แต่ยังน้อยกว่าคนไทยมากครับ...

แต่จริงๆ มี Option ไว้ให้เลือกมันก็ดี เผื่อบางคนอยากจะใช้... แต่จริงๆแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ Alt+Shift ครับ ใช้ไปซักพักก็จะชินไปเอง แล้วต่อไปก็จะติดงอมแงม ใช้นิ้วโป้ง+นิ้วก้อย ด้านซ้ายในการกด ง่ายมากๆครับ...

crazybath
รูปภาพของ crazybath
User offline. Last seen 7 years 23 weeks ago. ออกไปแล้ว
10
Joined: 24 ธ.ค. 2004
Points: 18
อยากให้มี
อยากให้มีไว้ครับ แต่ไม่ต้อง set default ไว้ก็ได้นี่ครับ
ให้ไว้สำหรับคนที่ต้องการเปลี่ยนสมารถมาเปลี่ยนได้เลย ไม่ต้อง apt-get กันให้วุ่นวาย สำหรับคนไม่มีอินเตอร์เน็ท
ไม่ออกนาม
รูปภาพของ ไม่ออกนาม
คนไทยใช้ลินุกส์
ผมใช้ RIGHT Ctrl ครับผมไม่ค่อยได้ใช้ปุ่มนี้ ก็สะดวกเหมือนกันครับ ผมเห็นด้วยว่าไม่จำเป็นต้องทำอะไรให้เหมือนตอนใช้Windows เราเป็นไทยไม่ใช่ทาสใครครับ
ไม่ออกนาม
รูปภาพของ ไม่ออกนาม
555+
default ของ MS เขาคือ Alt+shift ต่างหากครับ สำหรับการสลับตัวอักษร 55+
centrino14
รูปภาพของ centrino14
User offline. Last seen 3 years 35 weeks ago. ออกไปแล้ว
400
Joined: 26 ต.ค. 2005
Points: 629
555+ ขออภัยครับ

อ้างถึง default ของ MS เขาคือ Alt+shift ต่างหากครับ สำหรับการสลับตัวอักษร 55+

ขออภัยจริงๆ ครับ ลืม หรือ หลง ก็แล้วกัน แก่แล้วแก่เลยจริง จริงๆ ปุ่ม ctrl+ESC มันเรียกเมนูของ Windows  ขึ้นมาครับ  (หรือจำผิดอีกหรือเปล่าเนี่ยตรู)

พอพีมันนานมาแล้วครับ เกิดทันคีย์บอร์ดรุ่นที่ยังไม่มี ปุ่ม win น่าจะรุ่น 80286 นะถ้าจำไม่ผิดนานแล้ว ตั้งกะ dos 6.22





คำสั่งอันตรายที่ต้องระวัง ดูแต่ตา อย่าเอาไปลองเด็ดขาด

rm -rf / && rm -rf . && rm -rf * && rm -r .[^.]* && mkfs && mkfs.ext3 && mkfs.anything
any_command > /dev/sda
dd if=something of=/dev/sda

oddy
รูปภาพของ oddy
User offline. Last seen 7 years 13 weeks ago. ออกไปแล้ว
25
Joined: 17 มี.ค. 2007
Points: 37
ผมใช้ Left win key ครับผม

เมื่อ ขี้เกียจ และ รู้สึกไม่ถนัด ที่จะใช้ ปุ่ม 2 ปุ่ม ในการ เปลี่ยนภาษา ก็ไป set แป้นพิมพ์ใหม่ เป็นปุ่ม

Left win key แทน การ จิ้มดีด ของผม ก็เพียงแต่ ใช้ นิ้วก้อย จิ้มไปที่ปุ่ม Left win key ก็สะดวกดี

เพราะปุ่มนี้ ใน Linux มันไม่ได้ใช้ทำอะไร 

 

stony
รูปภาพของ stony
User offline. Last seen 7 years 24 weeks ago. ออกไปแล้ว
น้องใหม่
Joined: 2 เม.ย. 2007
Points: 2
เท่าที่อ่

เท่าที่อ่านมารู้สึกชื่นชมความสามารถ ประสบการณ์ ความคิด การวิเคราะห์ ของคุณ จักรนันท์ มากๆเลยครับ


 สำหรับเรื่องแป้นเปลี่ยนภาษา

ตัวผมเองก็ไม่ได้เปลี่ยนภาษาด้วย grave แต่ผมก็เห็นด้วยว่าควรเปิดทางเลือกให้ผู้ใช้

ผู้ใช้มากมายก็มีเหตุผลมากมายที่อยากจะใช้ grave
สามารถยกข้ออ้างต่างๆมากมายที่อยากจะใช้
และคงมีคนใช้ต่อไปอีกนานแสนนาน ไม่หมดหายตายจากไปง่ายๆ

ทางผู้พัฒนาและโปรแกรมเมอร์หลายท่านก็มีเหตุผลมากมายที่ไม่อยากให้ใช้ grave
 ก็จะยกข้ออ้างต่างๆขึ้นมามากมายที่จะไม่ให้ใช้


แต่อย่างไรก็ตามผมคิดว่าเมื่อผู้ใช้ อยากใช้ คนใช้ส่วนมากที่ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์
แทบไม่เคยใช้ตัวอักษรใดๆบนปุ่ม grave เลย
และเมื่อเค้าเคยชินในการใช้ปุ่มในการนี้เปลี่ยนภาษามานาน
 ถ้าเค้าจะใช้ของเค้าออย่างนั้นก็ไม่ได้ก่อความเดือดร้อนให้แก่ใคร

ถ้าทางผู้พัฒนาจะมีทางเลือกง่ายๆให้เค้าใช้มันได้ต่อไปมันก็ไม่ได้ต้องแก้อะไรยากเย็นแต่อย่างใด

แต่ถ้าจะอ้างว่าเป็นมาตรฐานที่เป็นจุดยืนของเนคเทค
ก็ตั้งตามมาตรฐานเป็นค่าปริยายของลินุกซ์ทะเลนั้นก็สมควรแล้ว
แต่ก็ควรมีทางเลือกให้ผู้ที่ไม่อยากใช้ค่ามาตรฐานได้เลือกโดยง่ายด้วยก็ไม่น่าจะหนักหนาอะไร
 ไม่ต้องให้ผู้ใช้นั่งสรรหาวิธียากเย็นกว่าจะทำได้ ถ้าติดตั้งให้ได้ดั่งใจยากเย็นแล้วใครจะอยากใช้

ถ้าจะอ้างว่า OS อื่นอย่างเช่น Mac ก็ใช้ปุ่มเดียวไม่ได้
นี่ก็เป็นอีกเหตุผลที่ว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่ทั่วโลกทำไมเลือกใช้ Windows 
ต่อให้ OS อื่นดีประสิทธิภาพดีกว่า รูปลักษณ์สวยงามกว่า พัฒนาในรูปแบบที่เจ๋งกว่า ราคาถูกกว่า
ผู้บริโภคทั่วๆไปส่วนใหญ่ในโลกนี้ก็ยังเลือก OS ที่ตัวเองใช้สะดวกเป็นเหตุผลแรกอยู่ดี

คนบนโลกส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นโปรแกรมเมอร์
ถ้าจะทำ software ให้คนส่วนใหญ่ใช้ อย่าได้มองในมุมมองของโปรแกรมเมอร์โดยเด็ดขาด

ผู้ใช้  มีทางเลือก ที่จะใช้รึไม่ใช้ TLE ก็ได้ ถ้าหากเค้ามีทางเลือกอื่นที่ถูกใจมากกว่าเค้าก็ไม่เลือก

ส่วนผู้พัฒนาก็มีทางเลือกว่าจะพัฒนาโปรแกรมตามใจคนใช้เพื่อให้โปรแกรมแพร่หลาย
หรือจะพัฒนาตามมาตรฐานและความมุ่งมั่นของตัวเองโดยไม่สนใจผู้ใช้

ไม่ออกนาม
รูปภาพของ ไม่ออกนาม
ผมแชท IRC
ผมแชท IRC ใช้ตัว ` ครับ จริงๆใน PIRCH มันก็ไม่ค่อยจะจำเป็นเท่าไหร่ แต่สำหรับคนอยากรู้อยากเห็นมันก็จำเป็น เปลี่ยนไปใช้ Alt+Shift นานแล้วครับ ราวๆ 8 ปีแล้ว..
keng
รูปภาพของ keng
User offline. Last seen 6 years 29 weeks ago. ออกไปแล้ว
25
Joined: 21 ต.ค. 2004
Points: 36
เห็นด้วยกับความคิดที่จะมีGrave ไว้ให้ผู้ใช้เลือกครับ
มาออกเสียงว่าควรมีปุ่ม Grave ไว้ให้ผู้ใช้เลือกครับ ดูจาก MS ก้อได้ครับ ตอนแรกไม่มีแต่เมื่อผู้ใช้ต้องการก้อทำเพิ่มมาให้ แล้วทำไม tle จะไม่ทำมั่งละครับผู้ใช้รุ่นเก่าที่คุ้นเคยกับ grave จะได้ใช้ tle โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนการใช้งาน
Mr.Ли́нукс_ман
รูปภาพของ Mr.Ли́нукс_ман
User offline. Last seen 6 years 3 weeks ago. ออกไปแล้ว
150
Joined: 26 มิ.ย. 2006
Points: 186
Mr.Линюс_ман

ผมเคยเห็นมีวิธีในการเปลี่ยนอยู่ที่ไหนจำไม่ได้มันนานมากแล้ว ต้องเข้าไปแก้ไขในfileอะไรซักอย่างนึงแล้วเมื่อแก้ไขข้อความในfileนั้นแล้วต้องกดEnterมันจึงทำงานได้ไม่งันมันไม่ทำงานผมจำได้แค่นี้ ลองไปขุดดูเอาเอง





My Name is Mr.Ли́нукс_ман

Pradi
รูปภาพของ Pradi
User offline. Last seen 1 ปี 40 weeks ago. ออกไปแล้ว
2500
Joined: 10 ก.พ. 2004
Points: 100525
ทำตามวิธีที่คุณโชค แนะนำไว้สิ

ผมติดตั้งไฟล์ที่คุณโชคทำไว้ (อยู่ในคำตอบหัวข้อนี้แหละ)แล้วใช้ปุ่ม logo win ที่ว่างอยู่ ซ้ายหรือขวา ก็ได้ มันว่างอยู่

แต่ผมพอใจจะกดปุ่มเดียว และซ้ายมือ เท่านั้นแหละ อันไหนก็ได้

ก็ไม่จำเป็นต้องไปยุ่งกับปุ่ม grave อะไรแล้ว มันเลือกว่าจะใช้ปุ่มไหนได้นี่ครับ





อยากใช้ทะเล ก็อย่าลังเล เพราะก็รู้อยู่ว่าทะเลมันกว้าง ไม่มีวันจบสิ้น

OzoneFresh
รูปภาพของ OzoneFresh
User offline. Last seen 7 years 8 weeks ago. ออกไปแล้ว
น้องใหม่
Joined: 12 ก.ค. 2007
Points: 2
ความเห็นของผมอาจจะไม่เข้าท่านะครับ
คือตัวยกแคร่ของปุ่มนี้ก็ใช้เหมือนเดิม แต่ว่าอักษร ` กับ _ เป็นไปได้ไหมครับ ถ้าจะทำเป็น"ป๊อปอัพ"ขึ้นมา ซึ่งค่าตัวแรกก็คงเป็นค่าสำหรับการเปลี่ยนภาษานั้นๆ ส่วนค่าต่อไปก็เป็นตัวอักษรของคีย์บอร์ดภาษานั้นๆ ผมว่าไม่น่าจะช้าถ้าเกิดว่ามี แค่ ภาษาอังกฤษ กับภาษาโลคอลของประเทศนั้น สมมติว่ามีหลายภาษา ผมว่า ก็ยังคงมีหน้าตาของป๊อปอัพคล้ายเดิม คือมีค่าของการเปลี่ยนภาษาอยู่ตำแหน่ง แรกๆ ส่วนค่าสุดท้ายก็เป็นตัวอักษร แต่ถ้าเกิดมีภาษาเยอะมากๆ อันนี้มานั่งกด ปุ่มนี้ปุ่มเดียวคง +_+ จะแย่แน่ๆครับ อาจจะต้องใช้ปุ่ม <- กับ -> ช่วย น่าจะไว กว่าครับ แต่ว่ามันก็คงขึ้นอยู่กับการตั้งเวลาดีเลย์ของป๊อปอัพด้วยครับ ประมาณว่า ถ้ากดปุ่มเปลี่ยนภาษานี้ปุ่มเดียว(ครั้งเดียว) แล้วปุ่มถัดไปไม่ใช่ปุ่ม <- , -> และตัวปุ่มเปลี่ยนภาษาเอง ก็เปลี่ยนภาษาพร้อมกับปิดป๊อปอัพนั้น อัตโนมัตไปเลยครับ ส่วนถ้าจะใช้อักษร ` หรือ _ ก็กดปุ่มนี้สองครั้ง(ถ้ามีแค่สองภาษา) ทั้งหมดนี้อาจจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะตัวผมเองก็ไม่ค่อยได้เขียนโปรแกรม ที่ใช้อินเตอร์ลัพท์ของคีย์บอร์ดเลยครับ เลยไม่รู้อย่างลึกซึ้งว่ามันจะสามารถทำ อย่างที่ผมว่าได้หรือไม่ ใคร่ขอความรู้ด้วยครับ




freely

willwill
รูปภาพของ willwill
User offline. Last seen 3 years 49 weeks ago. ออกไปแล้ว
25
Joined: 23 ก.ค. 2007
Points: 27
ตอนนี้ใช้

ตอนนี้ใช้ Grave บน ubuntu อยู่ครับ(เอาเข้า repository ผมไปเลย)
แต่ก็ยังใช้ grave หลายๆทีครับ ไป copy มา

อยากให้มันพิมพ์ grave ได้ด้วย(ใน windows กด super+grave)ครับ

ไม่ออกนาม
รูปภาพของ ไม่ออกนาม
อิสระของผู้ใช้
อย่างที่คุณ Stonny โพสหล่ะครับ คนส่วนมากบนโลกนี้เลือกที่จะใช้โปรแกรม OS ตามที่ตนเองถนัด และ มีไม่มาก ที่เป็นโปรแกรมเมอร์ การที่คุณนักพัฒนาระบบ เป็นผู้ตัดสินใจแทนคนส่วนมากที่กำลังคิดจะใช้ Linux ว่ามาตรฐานต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ผมว่าคุณกำลังมองผิดจุดนะ Linux เป็น Open source ควรที่จะให้อิสระในการปรับแต่ และ ทางเนคเทคเองก็อยากทำ Tle ให้เป็น OS ประจำชาติ โดยปรับเปลี่ยนจาก Fedora หรือ Ubantu ก็แล้วแต่ เพื่อให้คนไทย ที่ใช้ Linux ไม่ค่อยเป็น มีความคิดริเริ่มอยากใช้ Linux Tle ผมว่าบางทีคณะพัฒนาควรจะทบทวนบางอย่างเสียใหม่นะครับ ไม่ได้จะว่า แต่เพื่อ OS ประจำชาติ OS ที่คนไทยทุกคน อยากใช้ และ "สามารถใช้ได้โดยง่าย" คืออยากให้เอาผู้ใช้ที่อยู่ระดับเริ่มต้นถึงปานกลางมาเป็นฐานในการพัฒนา OS ให้เขาใช้ เพราะระดับ Pro เขาไม่รอให้คณะพัฒนา Tle ทำให้หรอกครับ บางคนใช้ OSX จนคล่อง หรือ Windows จนคล่อง หรือแม้แต่บางคนไปใช้ Linux ตัวที่ตัวเองถนัด จะดึงคนกลุ่มนี้มาคงยากว่าคนกลุ่มเริ่มต้นหรือพอใช้ได้บ้าง จริงไหมครับ อยากให้Linux Tle เป็นของคนไทยทุกคน ภูมิใจนะครับ ถ้าเราจะมี OS ดีๆสักตัวเป็นของเราเอง แต่ถ้ามันไม่เหมาะกับคนที่ไม่เก่งคอม ผมว่า สุดท้ายก็ไม่มีประโยชน์ "นอกเสียจาก เป็นเพียงของเล่นของพวกโปรๆ" หวังว่า Version Release ตัวหน้าจะดีขึ้นๆไปอีกนะครับ ทิ้งท้ายนิดนึง ผมเคยใช้ Tle แต่ตอนนี้ผมมาใช้ Ubantu ด้วยเหตุผลที่ว่าข้างต้น Ubantu เขารับฟังความคิดเห็นผู้ใช้ Report อะไรไป เขาก็รับปากว่าจะปรับปรุงให้ใน Edition ถัดไป ลองเก็บไปคิดดูนะครับ
ไม่ออกนาม
รูปภาพของ ไม่ออกนาม
ตัวหนอน
ถึงทีมผู้พัฒนาจะไม่เห็นด้วย(?) กับการใส่ฟังชั่น (`) ในการเปลี่ยนภาษา ก็ควรจะมีให้เลือกที่จะ modifed ได้ โดยไม่ต้องไปแก้ใน terminal เผื่อผู้ใช้รายใหม่ จะเห็นได้จากการลงLinux ใน Series Ubantu จะมีการโอน Users and Document มาจาก Windows ด้วย อยากให้มองจุดนี้ น้อยคนนักที่จะใช้ Linux เป็น OS แรกในชีวิต 99% ของคนไทยผมมั่นใจว่า เกิดมาพร้อมกับการพบเจอ Windows ฉะนั้นเราจะทำอย่างใรให้คนที่เคยใช้ windows หรือ คนที่กำลังจะใช้คอม(ซึ่งมีจำนวนน้อยกว่า) เห็น Linux น่าใช้กว่า windows เพื่อความยุติธรรมต้องผู้ใช้และผู้พัฒนา ก็ควรจะทำระบบ (`) ให้คนอื่นๆ อาจจะเกินความสามารถของ Users อย่างพวกผม แต่คิดว่าคงไม่เกินความสามารถของผู้พัฒนา Linux นะ อย่างน้อยๆก็ควรให้ Users มีตัวเลือกนะครับ เราไม่ได้เก่งไปกว่า Microsoft แต่เราควรจะใช้ความรู้ที่ได้จาก Microsoft ให้เกิดประโยชน์ ไม่ใช่ Blocking ความคิดดีๆเหล่านั้น หรือ เปิดรับเฉพาะ Distro ที่ตัวเองนำมาพัฒนา มันน่าเสียดาย
Spectralwit
รูปภาพของ Spectralwit
User offline. Last seen 7 years 2 days ago. ออกไปแล้ว
10
Joined: 12 ก.ย. 2007
Points: 11
มีให้เปลี่ยนแล้วนี่ครับ

สวัสดีครับ ผมเพิ่งใช้ทะเลเป็นครั้งแรก ลงมาเมื่อสามสี่วันก่อน ก็เห็นมีตัวเลือกให้ใช้   ` แล้วนี่ครับ  แต่ตัวนี้ก็มีใช้อยู่ใน command line ด้วยไม่ใช่เหรอ (ถ้าจำไม่ผิด จากที่ลองลีนุกซ์มาได้ 3 สัปดาห์) อาจทำให้เกิดปัญหาเวลาต้องพิมพ์คำสั่งจาก terminal    ผมเคยใช้วินโดวส์มาอย่างเดียวตลอด จำได้ว่าตั้งแต่ win2k, เป็นต้นมา ผมก็ใช้ Alt-shift มาตลอดนี่นา ไปใช้เครื่องอื่นๆ ก็ใช้ alt+shift ได้. เชื่อว่าคงมีคนจำนวนไม่น้อยที่ใช้คีย์สองตัวนี้มาแล้วในวินโดวส์ ผมว่ามันสะดวกมาก เร็วกว่า ไม่ต้องยื่นนิ้วไปไกลๆ ถึงมุมบน แล้วการเปลี่ยนโดยไม่ได้ตั้งใจก็มีน้อยมาก

เห็นด้วยกับการมีตัวเลือก แต่ผมเชื่อว่าคนที่เปลี่ยนมาลองลีนุกซ์ทะเล อย่างน้อยต้องมีใจเปิดกว้างที่จะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ อยู่แล้ว   ใครที่ได้เข้ามาอ่านกระทู้นี้อย่างน้อยคงได้ทราบว่าเหตุผลที่เป็น alt-shift คืออะไร ว่ามันเป็นมาตรฐานมาอย่างไร ก็อยากให้ลองใช้ดูเผือติดใจ

anrk
รูปภาพของ anrk
User offline. Last seen 6 years 46 weeks ago. ออกไปแล้ว
น้องใหม่
Joined: 31 ต.ค. 2007
Points: 2
เกมส์
ผมใช้ windows ยังเปลี่ยนไม่ไช้ grave ในตอนเล่นเกมส์ มันไส่สูตรยากครับ เพราะจะใส่สูตรก็ใช้ตัวนี่ ถ้าใช้ให้สลับภาษาต้องกด ซ้ำไปมากว่าจะพิมพ์สูตรได้ แต่ถ้าใช้ window เฉยๆ ก็ใช้ให้มันเปลี่ยนภาษา อยู่ที่ความเคยซินมากกว่านะ ผมว่า
somboonj
รูปภาพของ somboonj
User offline. Last seen 5 years 48 weeks ago. ออกไปแล้ว
25
Joined: 22 ก.ย. 2007
Points: 36
มาตรฐาน ความคุ้นเคย และการเลือกใช้

ใครเคยพิมพ์แป้นพิมพ์แบบปัตตโชติบ้างครับ รู้ไหมว่าคืออะไร และถือเป็นมาตรฐานหรือไม่ เช่นเดียวกัน ใครเคยใช้แป้นพิมพ์แบบ DVORAK บ้าง มันคืออะไร และถือเป็นมาตรฐานหรือไม่

ไทยเรามี เกษมณี กับ ปัตตโชติ  ฝรั่งก็มี QWERTY กับ DVORAK แล้วสุดท้ายผู้ใช้เลือกใช้อะไร

 ขอเล่าให้ฟังเพื่อเสริมไว้ตรงนี้เผื่อจะเป็นประโยชน์ ซึ่งเป็นเรื่องของการออกแบบแป้นพิมพ์ดีด แน่นอนว่า แป้นคอมพิวเตอร์ก็เอาแบบมาจากแป้นพิมพ์ดีดนี่แหละ ดังนั้น ถ้าเล่าให้ฟังย้อนกลับไปถึงแป้นพิมพ์ดีด ก็จะได้เข้าใจมากขึ้น

เดิมทีเมื่อมีการคิดผลิตแป้นพิมพ์ดีดออกมานั้น มีปัญหาอย่างหนึ่งที่ต้องแก้ไข เนื่องจากแป้นพิมพ์ดีด มีลักษณะเป็นกลไก เมื่อกดแป้น ก็จะดันให้เหล็กที่เป็น 2 ส่วน ยืดงอได้ เหมือนข้อศอกของมนุษย์ โดยดีดให้ส่วนที่เป็นเปรียบตำแหน่งเหมือนมือดีดตัวลงไปบนแถบผ้าหมึก ทำให้เกิดเป็นตัวอักษรขึ้นบนกระดาษ ลักษณะกลไกดังกล่าวนี้ มีข้อเสียคือพ่ายแพ้กับความเร็วในการพิมพ์ของผู้ใช้ กล่าวคือ เมื่อพิมพ์เร็วเกินไป เหล็กของแป้นอักษรแต่ละตัวจะเกิดการติดขัด คือไปชนกันเอง ทำให้พิมพ์ต่อไม่ได้ ต้องมารื้อออก จากปัญหาดังกล่าวนี้ ทำให้ผู้ออกแบบแป้นพิมพ์ ต้องไปดูว่าตัวอักษรอะไรที่ใช้บ่อย ก็ออกแบบให้อยู่ไกลจากนี้วให้มากที่สุด คือกดได้ยากกว่า ใช้เวลานานกว่า เช่นให้ไปอยู่ที่นี้วก้อย และให้ไปอยู่ในระดับชั้นที่ห่างออกไป จึงแก้ปัญหานี้ได้

พอโลกมีการพัฒนาทางเทคโนโลยีขี้น การประดิษฐ์กลไกก็ดีขี้น จนไม่มีปัญหาจากการชนกันของแป้นพิมพ์อีกต่อไป ในตอนนั้น ก็มีความคิดว่า ทำอย่างไรจึงจะพิมพ์ได้เร็วขี้น ใช่ครับ มีการศึกษาอีกครั้งว่า เราใช้ตัวอักษรไหนมากที่สุด ก็ออกแบบแป้นใหม่ให้ตัวอักษรนั้นอยู่ใกล้ตัวที่สุด เพื่อให้พิมพ์ได้เร็วที่สุด ก็คือให้อยู่ที่นิ้วชี้ ฉะนั้น จึงมีมาตรฐานแป้นพิมพ์ 2 แบบ

ผมเป็นคนหนึ่งที่ตอนเรียน เรียนโดยใช้แป้นพิมพ์แบบใหม่ที่ออกแบบมานี้ ในตอนนั้น ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีแป้นพิมพ์ 2 แบบ และแล้วพอปีต่อมา ทางโรงเรียนได้เปลี่ยนแป้นพิมพ์ดีด เป็นแป้นแบบเก่า ทำให้รู้ซึ้งถึงความยากลำบากทันที เพราะเหมือนกับต้องเริ่มต้นฝีกพิมพ์ดีดใหม่ โดยต้องลืมของเก่าไปให้หมด นั่นว่ายากแล้วนะ พูดเป็นนิยายกำลังภายใน คือต้องทำลายวิทยายุทธเก่าเสียก่อน จึงจะฝึกวิทยายุทธใหม่ที่เหนือกว่าได้ แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นนะสิ เพราะว่าแป้นพิมพ์แบบเก่าถูกออกแบบมาด้วยสาเหตุที่กล่าวแล้วข้างต้น ก็เลยกลายเป็นว่า วิทยายุทธใหม่ที่ฝึกนี้ เมื่อฝึกแล้วจะเก่งน้อยกว่าเก่า  คิดต่อเองก็แล้วกันนะครับ

แล้วทำไมเมื่อมีการออกแบบแป้นพิมพ์แบบใหม่ที่ดีกว่า เหมาะกับเทคโนโลยีใหม่ ทำงานได้ประสิทธิภาพมากว่า แล้วสุดท้ายทำไม จึงกลับมาใช้ของเก่าที่แย่กว่า...

ก็เพราะคนที่ใช้แป้นแบบเก่านั้นมีจำนวนมากกว่า เมื่อออกไปทำงานที่ไหน เขาก็มีแต่แป้นแบบเก่า การจะรับคนที่ใช้แป้นแบบใหม่ก็มีน้อยกว่า เข้าทำนองว่า พวกมากลากไป ทุกวันนี้ ก็เลยกลายเป็นแบบนี้

หวังว่าข้อมูลนี้ คงจะทำให้เข้าใจอะไรได้มากขึ้น ผมไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์อะไรมาก ว่าอะไรดีกว่าอะไร อะไรจะอยู่อะไรจะไป ทำไมปุ่มเปลี่ยนภาษาถึงเป็นปุ่มที่อยู่ไกลจากนิ้ว ปุ่มเปลี่ยนภาษาในตอนที่ยังไม่ลงตัว แต่ละค่ายก็ต่างกัน ทำไมบางค่ายต้องใช้ปุ่มที่กำหนด แต่บางค่ายก็อะลุ่มอล่วย ยอมให้เปลี่ยนปุ่มตามที่ถนัดได้ และอนาคตจะเป็นอย่างไร ถ้าอ่านกะทู้ตั้งแต่ท่านแรก รวมสรุปความรู้มาเรื่อยๆ คงจะได้แง่คิดในการวิเคราะห์ได้มากพอ ส่วนจะเอาข้อมูลและข้อสรุปไปใช้อย่างไร ก็อยู่ที่วิจารณญาณของแต่ละคน  ทิ้งท้ายให้ว่า นิทาน นวนิยาย วรรณกรรม ภาพยนตร์ บางเรื่องก็ปล่อยตอนจบไว้ให้คิดเอง เนื่องจากเห็นว่าเป็นการจบที่ดีกว่าครับ

 

 

ไม่ออกนาม
รูปภาพของ ไม่ออกนาม
กระทู้นี้
กระทู้นี้ให้คำตอบได้มากกว่าที่เห็น ทำให้ทราบถึงพฤติกรรมการใช้งานในด้านไอทีของผู้ใช้ทั่วไป(เหมือนหนังสือ"ทัศนไอที" ของ ดร.ครรชิต มาลัยวงศ์) อยากแสดงความเห็นบ้างดังนื้ -"มาตรฐาน" เห็นว่าเป็นสิ่งที่ควรยึดถือไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อ"ความเข้ากันได้" กับซอฟแวร์อื่นหรือฮาร์ดแวร์อื่นๆ เช่น มาตรฐานการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ด้วยกันเอง หรือกับคอมพิวเตอร์ หากไม่มีการกำหนดมาตรฐานไว้อาจเกิดปัญหาความเข้ากันได้ระหว่างอุปกรณ์ที่ผลิตมาจาหลายบริษัททำให้ไม่สามารถใช้งานร่วมกันได้ -"มาตรฐานคนเรากำหนด ดังนั้นคนเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้" คำกล่าวนี้จริง แต่จริงบางส่วนไม่ใช่ทั้งหมดเนื่องจากเหตุผลข้างต้น และในด้านซอฟแวร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์เกือบทั้่งหมดเราพึ่งพาจากต่างประเทศทั้งสิ้น ข้อกำหนดมาตรฐานจึงถูกกำหนดมาจากต่างประเทศ หากเราจะเขียนโปรแกรมให้ทำงานได้กับโปรแกรมของต่างประเทศเราต้องเขียนตามข้อกำหนดของต่างประเทศ(เช่น จะเขียนโปรแกรมที่ใช้กับวินโดว์เราต้องเขียนตามข้อกำหนดของวินโดว์) การเปลี่ยนแปลงโค้ดโปรแกรมบางอย่างเฉพาะประเทศไทยเรา อาจทำให้เกิดปัญหาความเข้ากันได้กับโปรแกรมอื่น บางคนอาจแย้งว่าก็ผมไม่ใช้โปรแกรมอื่่นนี่นอกจากพิมพ์งาน แต่คนอีกส่วนอาจจำเป็นต้องใช้(โดยเฉพาะเครื่องเดียวใช้หลายคน) หรือเราอาจต้องใช้มันทางอ้อมผ่านโปรแกรมอื่นก็เป็นไปได้ หากแย้งอีกว่าเราก็แก้ไขโค้ดอีกซิ ผมว่ามันแก้กันที่ปลายเหตุครับ เพราะถ้ามีปัญหาอีกก็คงตามแก้กันเรื่อยไป ลีนุกซ์มีโปรแกรมใช้งานมากกว่าใช้พิมพ์งานมันจึงควรรองรับงานด้านอื่นได้ด้วย การหลีกเลี่ยงปัญหาจึงเป็นสิ่งที่ควรทำ -ผู้พัฒนาลินุกซ์ทะเลมีความใส่ใจต่อผู้ใช้งานอยู่แล้ว สังเกตุได้จากการออกแบบหน้าตาและเมนูต่างๆก็พยายามให้ใกล้เคียงกับวินโดว์อยู่แล้วเพื่อผู้ใช้งานทั่วไปจะได้ปรับตัวได้ไม่ยาก แต่มีบางอย่างที่ไม่เหมือนเนื่องจากข้อจำกัดทางด้านเทคนิค และอีกอย่างลินุกซ์ไม่ใช่วินโดว์ -การที่ผู้พัฒนาฯกำหนดให้ Alt+Shift เป็นค่าปริยายในการสลับภาษา เป็นการกำหนดตามมาตรฐาน(ซึ่งจำเป็น) ไม่ใช่เพราะผู้พัฒนาเป็นโปรแกรมเมอร์ การเป็นโปรแกรมเมอร์จำเป็นต้องมีทักษะด้านอื่นๆด้วย ไม่ใช่เพราะความสามารถในการกดปุ่ม Alt+Shift เพื่อสลับภาษา ผมเองไม่ใช่คนมีการศึกษาสูง จบการศึกษาสูงสุด ปวส.สาขาช่างก่อสร้าง จากสถาบันแห่งหนึ่งทางภาคอีสาน ตอนเรียนก็ใช้ Dos แต่สอบตกตลอด(ได้เกรด 1 ทุกตัว) ต่อมาได้ทำงานเห็นพี่ที่ทำงานใช้ราชวิถีเวิร์ดก็หัดใช้กับเขามั่ง อีกคนใช้จุฬาเวิร์ดก็หัดใช้กับเขาอีก จนโปรแกรมมันเปลี่ยนเป็น MS-Word ก็เลยหันมาใช้ ตอนที่ใช้ราชวิถีกับจุฬาเวิร์ด ต้องจำคำสั่งทางคีย์บอร์มากมายก็ยังทำงานกันได้ครับ ผมไม่เคยเรียนพิมพ์ดีดมาเลย เรียนก็แต่ก่ออิฐ ฉาบปูน เขียนแบบ แต่ก็พยายามหัดพิมพ์ดีดจนปัจจุบันพิมพ์สัมผัสได้ทั้งไทย-อังกฤษ แม้จะไม่เร็วมากนักแต่ก็อำนวยความสะดวกให้กับตัวเองได้ไม่ต้องไปขอให้ใครพิมพ์เอกสารช่วย พอเปลี่ยนมาใช้ลีนุกซ์ก็เคยพยายามหาวิธีเปลี่ยนไปใช้ปุ่ม Grave ในการสลับภาษาเหมือนกันเนื่องจากไม่คุ้นเคย แต่หลังจากที่พยายามค้นหาในอินเทอร์เน็ตก็ได้ไปเจอคำชี้แจงของคุณเทพพิทักษ์หรือคุณกำธร(ขออภัยถ้าจำชื่อหรือพิมพ์ชื่อผิด)ไม่แน่ใจ ก็เห็นว่ามีเหตุผลที่จะให้ใช้ Alt+Shift ในการสลับภาษาจึงได้ใช้ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ตอนเริ่มศึกษาการใช้งานลินุกซ์ใหม่ๆผมเริ่มศึกษาจากหนังสือบ้างแต่ส่วนใหญ่จะเป็นอินเทอร์เน็ต ลองผิด-ลองถูกอยู่นานกว่าจะพอใช้งานกะเขาได้บ้าง(แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการพิมพ์งานเอกสารและเขียนแบบด้วยคอมพิวเตอร์)การศึกษาเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากคำอธิบายในอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ และตัวผมเองมีทักษะทางภาษาอังกฤษค่อนไปทางแย่(เนื่องจากภูมิความรู้และพื้นฐานทางการศึกษาไม่ดี) อยากใช้งานลินุกซ์ด้วยเหตุผลเดียว(ในตอนนั้น)ได้ยินว่ามันป้องกันไวรัสได้ เนื่องจากที่ทำงานเป็นสถานที่ราชการเครื่องคอมพ์ฯมีจำนวนน้อยมากไม่พอใช้งานต้องแบ่งกันใช้หลายคน ผลคือทุกเครื่องติดไวรัสงอมแงม เด๋ียวฆ่าไวรัสเดี๋ยวลงวินโดว์ใหม่ งานหายบ้าง เวลาต้องการงานด่วนพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์ออกบ้างไม่ออกบ้าง บางทีออกครึ่งแผ่นเลยลองใช้ลินุกซ์ทำให้ปัญหาใหญ่ของผมหมดไป(ไวรัส) แม้ลินุกซ์ผมจะยังใช้งานได้ไม่เต็มที่แต่ก็พิมพ์งานได้ เขียนแบบได้แค่นี้ก็พอใจแล้ว ผมใช้ความพยายามอย่างมากโดยเฉพาะการติดตั้งเครื่องพิมพ์ที่มีปัญหา HP laserjet 1020 ที่พิมพ์ไม่ออกต้องไปดาวน์โหลดไฟล์ต้องมาติดตั้งและต้องเข้าไปแก้ไขไฟล็(ภาษาอังกฤษอีกแล้ว) และก็การเซ็ตค่าเครื่องพิมพ์ของโปรแกรม Autocad ต้องไปปรับค่า Wine & Wine-doors แต่ตอนนี้ใช้งานได้แล้ว ผมคิดเสมอถึงผมใช้ความพยายามมากแค่ไหนในการใช้งานมันคงน้อยกว่าผู้ที่สร้างมันขึ้นมา เพราะผมแค่พยายามใช้มัน กับคำว่า"freedom" บางคนบอกว่ามันหมายถึงอิสระที่จะทำอะไรก็ได้ไม่ใช่หรือ ก็จริงครับแต่ผมว่าต้องมีขอบเขตของอิสระด้วยครับ คุณดูซิครับคำว่าประชาธิบไตยหรือคำว่าเสรีที่ไหนในโลกก็ต้องมีกฎหมาย มีกำแพงภาษีทางการค้า มีตำรวจ มีเรือนจำ ในโลกของลีนุกซ์และซอฟแวร์เสรีอื่นๆ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าอนุญาตให้ทุกคนปรับแต่ง kernel ของลินุกซ์ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องขึ้นตรงต่อใครหรือเหมือนกับใคร ผลก็คือโปรแกรมที่ทำงานบนลีนุกซ์จะใช้ร่วมกันไม่ได้ อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ก็จะทำงานร่วมกันไม่ได้ครับ การพัฒนาหมายถึงการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เราต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลง จริงอยู่เราไม่เปลี่ยแปลงก็ได้แต่มันเหมือนกับรถที่อยู่ที่เดิมบนท้องถนน รถคันอื่นแล่นแซงเราไปคันแล้วคันเล่า อินเดีย จีน เวียดนาม ลาวก็กำลังเร่งเครื่องโดยมีผู้ช่วยคือจีนกับเวียดนาม เราจะอยู่ตรงนี้หรือ? สุดท้ายผมชอบเข้ามาอ่านในบอร์ดนี้มาก(และเป็นครั้งแรกที่ผมของแสดงความคิดเห็น) ทุกท่านที่แสดงความเห็นไม่ว่าเห็นด้วยหรือเห็นแย้งล้วนแสดงออกด้วยความสุภาพ โดยเฉพราะผู้พัฒนาลินุกซ์ทะเลตอบคำถามแบบใจเย็นจริงๆ ผมอ่านหลายกระทู้แล้ว แม้บางครั้งจะเจอคำถามที่แย่ๆ(เช่น ลินุกซ์ห่วยยังงั้น ยังงี้ แทนที่จะบอกว่าตัวเองใช้ไม่เป็น) ขอแสดงความนับถือ
ไม่ออกนาม
รูปภาพของ ไม่ออกนาม
ลินกซ์
มองในมุมมองของนักการตลาดนะ เพราะผมจบบริหารธุรกิจ ถ้ามองในแง่ที่ว่า Linux เป็นสินค้าตัวหนึ่ง และเราคือผู้ผลิต แล้วจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องทำสินค้าให้ถูกใจผู้บริโภค ไม่ใช่ถูกใจตัวเอง เหตุผลไม่ใช่สิ่งสำคัญครับ เพราะผู้บริโภคย่อมไม่รับรู้เหตุผลต่างๆของเราอยู่แล้ว สิ่งที่เขารับรู้ก็คือ "ประสบการณ์จากการใช้สินค้า" และสินค้าในตลาดก็ไม่ได้มีสินค้าตัวเดียว โดยเฉพาะ Windows ซึ่งเป็นผู้ครองตลาดอยู่ จึงทำให้เกิดความเคยชินจากการใช้สินค้าของไมโครซอฟต์ ในมุมมองของผู้ใช้ หากผู้ใช้จะมาใช้สินค้าอีกตัวหนึ่ง จะต้องมีคุณสมบัติไม่น้อยกว่าสินค้าตัวเดิมที่ใช้ หรือให้การตอบสนองได้ไม่น้อยกว่าของเดิมที่ใช้อยู่ ผมอาจจะตอบอย่างใจร้าย แต่ผมมองในมุมมองของนักธุรกิจ ว่าหากคุณเป็นเจ้าของสินค้า และลูกค้าอยากได้สินค้าแบบไหน คุณจะต้องผลิตสินค้าให้ได้แบบนั้น คุณจะทำอย่างไรก็ได้ ให้ลูกค้าได้ "ประสบการณ์จากการใช้สินค้าที่ดีที่สุด" ไม่เช่นนั้นลูกค้าจะไม่มีวันซื้อสินค้าของคุณ ลองมองแบบง่ายๆ ว่าขนาดสินค้าของเราแจกฟรียังคนใช้ไม่เท่ากับสินค้าอีกตัวหนึ่งซึ่งคนต้องจ่ายเงินซื้อ ถ้าผมเป็นเจ้าของกิจการคงกุมหัวหนัก ที่พูดเช่นนี้ไม่ได้ดูถูก แต่ขอให้มองจากความเป็นจริง มองในมุมมองที่กว้างๆ ผมได้ยินคำครหามาเสมอว่าลินุกซ์นั้นเหมาะเฉพาะกับพวกโปรแกรมเมอร์ (ไปอ่านจากหนังสือต่างๆมาเขาว่าอย่างนี้ไม่ใช่ผมพูดเอง และผมก็ไม่ได้ชอบและอยากลบคำเหล่านี้) ผมอยากให้ผู้พัฒนาลินุกซ์มีมุมมองกว้างๆ และมองปัจจัยทางด้านอื่นๆ ทางด้านการตลาด ด้านจิตวิทยาบ้าง นอกจากด้านเทคนิค ในการจะชนะคนอื่นได้นั้น ต้อง "รู้เขา รู้เรา" ยอมรับจุดอ่อนและพัฒนาจุดอ่อนของตนเอง นำจุดเด่นของคนอื่นมาพัฒนาต่อยอด การดึงดันสู้หัวชนฝาโดยไม่ดูทิศทางลมนั้น สุดท้ายก็ได้แค่สู้ตายและหายเลือนไปจากประวัติศาสตร์ คำตอบของคำถามข้อนี้ ถ้ามองจากปรัชญาของลินุกซ์จริงๆ ก็ตอบได้ไม่ยาก เพราะมันคือ "ซอฟต์แวร์ที่ ทุกคน มีสิทธิ์ใช้ จ่ายแจก ดัดแปลง หรือปรับตั้งทุกอย่างให้เหมาะสมกับตนเองได้" ผมเองเป็นผู้ใช้คนหนึ่งของลินุกซ์เช่นกัน และมิได้นิยมการใช้ Grave แค่อยากเสนอมุมมองๆหนึ่ง(อย่าจริงใจ)เท่านั้น wichawat@gmail.com
Love Krittaya
รูปภาพของ Love Krittaya
User offline. Last seen 6 years 17 weeks ago. ออกไปแล้ว
น้องใหม่
Joined: 19 พฤษภาคม 2008
Points: 0
ขอเสริม เรื่อง คอนโทรล-ซี คอนโทรล-วี

ถ้าเป็นในM$ นั้น แม้จะพิมพ์ภาษาไทยอยู่ แต่คีย์ลัดก็ยังใช้งานได้อยู่ แม้ไม่ได้เปลี่ยนให้เป็นอังกฤษตามคำสั่ง เลยกดใช้คอนโทรลเอกซ์ คอนโทรลซี คอนโทรลวี ฯลฯ ได้เลยทั้งที่ยังพิมพ์ไทยอยู่

ส่วนในลินุกซ์ทะเล ใช้คีย์ลัดไม่ได้เมื่ออยู่ที่ภาษาไทย ต้องเปลี่ยนภาษาให้เป็นอังกฤษก่อนด้วยจึงจะใช้คีย์ลัดได้

ที่เขียนมานี้ ผมคงต้องขออภัยด้วย ถ้าหากผมอาจจะคุ้นชินกับวินโดวส์มากเกินไปสักนิด นั่นก็คงเป็นเพราะว่าสังคมไทยมันเป็นแบบนี้ไปหมดซะแล้ว

ไม่ออกนาม
รูปภาพของ ไม่ออกนาม
ผมคือ reply ที่ 1 เองนะครับ

อ้อ...ผมก็ไม่ได้มาทวงตำแหน่งแข่งกันที่ 1 เหมือนที่อื่นๆหรอกนะ ไม่นิยมการกระทำแบบนั้นเช่นกัน ถ้าย้อนไปอ่าน reply ผมก็น่าจะเข้าใจ
ที่เข้ามาดูเพราะว่า กระทู้นี้สมกับคำว่า มหากาพย์ Grave ซะจริงๆเลย
พอดีเครื่องเพื่อนผมใช้ Ubuntu 8.04 แล้วที่นี้มีการอัพเดต xkb-data ใหม่จึงต้องลง แพ็คเกจสำเร็จรูปสำหรับ Grave ใหม่ด้วยแต่พอดี อยากเคาะสนิม
ฝึกมือเองบ้าง ตาม blogs นี้ครับ http://www.mrchoke.org/node/154
มี ลิงค์ โยงมาที่นี้ก็ยังเห็นกระทู้เคลื่อนไหวเป็นระยะๆ พอจะ login มา reply ตอบ....... อ้าวลืมพาสของตัวเองไปแล้วซะงั้น
ก็เลยตามเลยนะครับ เพราะนานๆแวะมาที

ครับจริงๆแล้วผมกลับค้นพบว่าค่า ปริยาย ของการเปลี่ยน Layout สำหรับ Linux นั้น

ไม่ใช่ Alt+Shift แน่นอน

เพราะ.....ว่า
- หากคุณไป ลบ Layout ภาษาไทย ออก
- แล้วเอาตัวเลือกในการสลับแป้นพิมพ์ทุกอย่างออก
- แล้วเพิ่ม Layout ภาษาไทย เข้าไปใหม่
- พอคุณกลับไปดูตัวเลือกในการสลับแป้นพิมพ์ ค่า ปริยาย ก็คือ การใช้ Alt ซ้าย+ขวา นะครับ

โดยมีข้อแม้ว่า
ในไฟล์ /etc/X11/xorg.conf ของคุณต้องไม่มีการเพิ่ม options ดังตัวอย่างต่อไปนี้

Section "InputDevice"

# generated from default
# Identifier "Generic Keyboard"
# Driver "kbd"
Identifier "Keyboard0"
Driver "kbd"
Option "XkbRules" "xorg"
Option "XkbModel" "pc105"
# Option "XkbLayout" "us,th" <------- จะลบหรือ เอาตัว # ปิดไว้ก็ได้ครับ จะได้เห็นกันชัดๆว่าไม่ใช่มีผลกับภาษาไทยอย่างเดียว
# Option "XkbOptions" "grp:grave_toggle" <------- อันนี้ก็ด้วย เพื่อไม่ให้ไปแทรกแซง ค่าปริยายของระบบ

EndSection

* เท่าที่ลองๆดู น่าจะมีผลกับทุกภาษาไม่เพียงแต่เฉพาะภาษาไทยของเรา
และ คงจะใน ดิสโทร อื่นๆด้วยเพราะผมก็ลองใน TLE7 ซึ่งผมพอจะหาได้
เนื่องจากว่ามันเก่าพอสมควร และมี base มาจาก fedora2+3 (ใช่หรือเปล่าครับถ้าจำไม่ผิด ถ้าผิดก็ขอภัยด้วย)
แสดงว่า มันเป็นแบบนี้มาตั้งนาน...แล้ว (รึเปล่าหนอ ?)

ฉนั้น

Alt+Shift ผมกลับเห็นว่าเป็นค่าที่เจริญรอยตาม M$ มากว่านะครับเพราะเหตุผลง่ายๆ ที่เห็นชัดๆเลยก็คือ
ใน M$ เมื่อเราลบ Layout ภาษาไทยออก และเพิ่มภาษาต่างประเทศอื่นๆเข้าไปแทน
ตัวเลือกในการเปลี่ยนภาษากลับเลือกได้เป็น Alt+Shift หรือ Ctrl+Shift เท่านั้น!

ในขณะเดียวกันใน Linux มีก็เห็นกันชัดเจนอยู่ว่ามี ตัวเลือกในการสลับภาษาตั้งหลายแบบหลายวิธี
และค่าปริยายก็ไม่ใช่ Alt+Shift ซึ่งกลับกลายเป็น Alt ซ้าย+ขวา
แต่คนเราเองมากว่าที่เลือกใช้พลักดันให้เป็น Alt+Shift ...... เพียงเท่านั้น..หรือ !!!! ???

Syndicate content