การติดตั้งลินุกซ์ทะเล 8.0
ขั้นตอนโดยสังเขป
1. ใส่แผ่นซีดีติดตั้ง LinuxTLE ในไดร์วซีดี แล้วเปิดเครื่องใหม่ (reboot)
2. หากเครื่องคอมพิวเตอร์ยังไม่ได้ทำการตั้งค่าให้บูตเครื่องจาก ซีดีให้ทำการตั้งค่าก่อน โดยทำการ กด del , F2 ในช่วงระหว่างการบูต โดยเข้าไปที่เมนู Boot Sequence, Boot Priority แล้วทำการปรับค่าการบูตอันดับแรก ให้เป็นอุปกรณ์ ซีดีรอม
3. ระบบจะบูตเข้าสู่หน้าจอเริ่มต้นการติดตั้ง LinuxTLE ให้ทำการกดแป้น Enter เพื่อติดตั้งเป็นค่าปริยายของระบบ
4. ระบบจะพักในหน้าจอการจัดการพาร์ทิชั่น (ระบบแฟ้ม) ให้เลือกตามความต้องการ (ต้องมีความระมัดระวังอย่างยิ่ง) โดยหากต้องการปรับแต่งค่าหรือต้องการคงระบบแฟ้มใดไว้ สามารถปรับค่าได้จากเมนู Manually Edit Partition
5. หน้าจอสุดท้าย จะแจ้งให้นำ CD ออก แล้วทำการกด Enter
6. ระบบจะบูตอีกครั้ง และจะปรากฎหน้าจอให้เลืือกระบบปฏิบัติการ ซึ่งหากท่านไม่กดเลือกระบบปฏิบัติการ ระบบจะเข้าสู่ LinuxTLE โดยอัตโนมัติ โดยหลังการติดตั้งครั้งแรก จะปรากฎหน้าจอให้ปรับแต่งค่าต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงการเพิ่มผู้ใช้ด้วย หากท่านไม่ได้ทำการปรับแต่งเป็นพิเศษ ระบบจะสร้างผู้ใช้ที่ชื่อ tleuser และมีรหัสผ่าน คือ 123456
การเริ่มต้นใช้งานลินุกซ์ทะเล 8.0
การเริ่มต้นใช้งานลินุกซ์ทะเล 8.0
หลังจากที่ได้ทำการติดตั้งลินุกซ์ทะเลเสร็จเรียบร้อยแล้ว ระบบจะเริ่มการทำใหม่ของเครื่องใหม่ ซึ่งจพบหน้าจอของ Boot Loader ก่อนดังรูป

ในกณีที่มีการติดตั้งหลายระบบปฏิบัติการ ถ้าหากต้องการที่จะเลือกบูตเข้าระบบอื่นๆ ต้องกดคีย์ ESC เพื่อเข้าสู่เมนู แล้วเลือกระบบปฏิบัติการที่ต้องการ ถ้าหากไม่มีการกดคีย์ใดๆ จนเลยเวลาที่กำหนด ระบบจะบูตเข้าไปยังระบบปฏิบัติการที่ถูกกำหนดไว้เป็นค่าปริยาย (โดยปกติจะตั้งไว้ให้เป็นลินุกซ์ทะเลอยู่แล้ว) หรือกดคีย์ Enter เพื่อเข้าสู่ระบบทันที เมื่อเข้าสู่ระบบจะพบหน้าจอดังรูป

หลังการติดตั้งครั้งแรก ระบบจะอนุญาติให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งค่าต่างๆ ที่จำเป็นต่อการใช้งานบางค่าได้ ได้แก่
ซึ่งขั้นตอนนี้เรียกว่า "Firstboot" โดยจะมีหน้าจอต้อนรับดังรูป

จากนั้นจะพบขั้นตอนปรับแต่งต่างๆ ต่อไปนี้
ขั้นตอนที่ 1 จะเป็นขั้นตอนการปรับแต่งค่าเครือข่าย ได้แก่การตั้งค่าหมายเลขไอพี, การตั้งชื่อเครื่อง และการตั้งค่า DNS โดยมีหน้าจอดังรูป

โดยปกติ ลินุกซ์ทะเลจะกำหนดหมายเลขไอพีเป็นแบบอัตโนมัติ (DHCP) ซึ่งจะรับหมายเลขไอพีจากเครื่องเซิร์ฟเวอร์ในเครือข่าย แต่ถ้าต้องการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่า ก็สามารถทำได้โดยกดปุ่ม "คุณสมบัติ" ซึ่งจะพบหน้าจอดังรูป

ปรับตั้งค่าหมายเลขไอพีตามที่ต้องการ
ต่อไป เป็นการกำหนดชื่อเครื่อง ซึ่งระบบจะกำหนดให้ไว้แล้วเป็น "linuxtleXXX" โดยที่ XXX คือหมายเลข 3 หลักที่ถูกสุ่มขึ้นมา (เพื่อป้องกันการใช้ชื่อเครื่องซ้ำกัน ซึ่งอาจจะมีผลกระทบกับการแชร์ไฟล์ข้อมูล) ถ้าต้องการเปลี่ยนชื่อก็สามารถแก้ไขได้ทันที
สำหรับการตั้งชื่อเครื่องนั้น ควรจะขึ้นต้นด้วยตังอักษรเท่านั้น และตามด้วยตัวเลขหรือตัวอักษรก็ได้ แต่ไม่ให้มีช่องว่างอยู่ระหว่างตัวอักขระใดๆ ดังรูป

ต่อไป เป็นการตั้งค่า DSN เซริฟเวอร์และ โดเมนของเครื่องที่ใช้ ในกรณีที่มีการกำหนดค่าหมายไอพีเป็นแบบ DHCP ไม่จำเป็นต้องกำหนดในส่วนนี้ ระบบจะนำค่าที่เครื่องเซิรฟ์เวอร์ส่งมาไปกำหนดให้อัตโนมัติ โดยมีหน้าจอดังรูป

ขั้นตอนที่ 2 เป็นขั้นตอนการกำหนดผู้ใช้งานของระบบ ซึ่งสามารถทำได้ 2 แบบ คือ


หมายเหตุ สำหรับลินุกซ์ท ะเล 8.0 ผู้ใช้งานที่กำหนดจากขั้นตอนนี้ จะมีสิทธิ์เป็น Admin ของระบบทันที สามารถที่จะจัดการงานต่างๆ ได้ ดังนั้น จึงต้องจำรหัสผ่านให้ขึ้นใจ
ขั้นตอนที่ 3 เป็นการติดตั้งฟอนต์ (จาก Windows) เนื่องจากมีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมากที่ติดตั้งแบบหลายระบบปฏิบัติ และมีการใช้งานที่หลากหลายทั้งลินุกซ์และวินโดวส์ และเนื่องจากการใช้งานบางอย่าง เช่น งานด้านเอกสาร มีข้อจำกัดด้านฟอนต์อยู่พอสมควร เนื่องจากในลินุกซ์มิได้มีฟอนต์ต่างๆ มากมายเหมือนบนวินโดวส์ เพื่อลดข้อจำกัดนี้ ลินุกซ์ทะเลจึงได้ออกแบบให้สามารถติดตั้งฟอนต์จากวินโดวส์นำมาใช้งานในลินุก ซ์ทะเลได้ด้วย โดยระบบจะค้นหาพาร์ติชันที่ได้ติดตั้งวินโวส์มาแสดง เพื่อให้ผู้ใช้งานดำเนินการต่อไป ดังรูป

ขั้นตอนที่ 4 เป็นขั้นตอนการตั้งค่าอุปกรณ์เก็บข้อมูลอื่นๆ ที่มีอยู่ใจระบบ ซึ่งได้แก่พาร์ติชันอื่นๆ ที่เป็นของระบบอื่น เช่น พาร์ติชันจากวินโวส์ หากพบระบบจะนำมาแสดงไว้ ถ้าหากต้องการใชลินุกซ์ทะเล สามารถใฃ้งานได้ทันที ก็เลือกพาร์ติชันที่ต้องการได้ ดังรูป

ขั้นตอนที่ 5 เป็นขั้นตอนการตั้งค่าการแชร์ไฟล์ข้อมูลในเครือข่าย โดยเน้นกับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ที่มีอยู่ในเครือข่าย เพื่อให้เครื่องที่เป็นระบบปฏิบัติการวินโวส์สามารถใช้งานร่วมกับลินุกซ์ทะเ ลได้ ดังรูป

หลังจากนั้น จะเป็นหน้าจอสุดท้ายของการตั้งค่า ซึ่งข้อมูลจากการตั้งค่าต่างๆ จะยังไม่ถูกทำงาน ดังรูป

หลังจากนี้ ระบบจะเริ่มกำหนดค่าต่างๆ ให้กับลินุกซ์ทะเลตามที่ได้กำหนดไว้จากขั้นตอนต่างๆ เสร็จแล้วจะบูตเข้าระบบตามขั้นตอนต่อไป
ที่มุมล่างซ้ายมือคลิกเลือก เมนูหลัก->ระบบ->ศูนย์ควบคุม
คลิกที่แท็บ Administrative Tools ดับเบิ้ลคลิก Printing
ดับเบิ้ลคลิก New Printer จะมีหน้าต่างขึ้นมาทางขวามือ
รอสักครู่หนึ่ง
จะมีหน้าต่าง Add a Printer เข้าสู่กระบวนการเพิ่มเครื่องพิมพ์ขั้นตอนที่ 1 ในตัวอย่างนี้ ใช้เครื่องพิมพ์ ยี่ห้อ HP LaserJet 2420 โดยต่อผ่านสายแลน มี IP เป็น 10.226.39.181

เลือก Network Printer เพราะเป็นเครื่องพิมพ์ต่อผ่านเครือข่ายไม่ได้ต่อผ่านพอร์ทปริ๊นเตอร์หลังเครื่องคอม จาหนั้นให้เลือก HP JetDirect ที่ให้เลือกค่านี้เพราะเป็นโปรแกรมที่สนับสนุนการต่อเครื่องพิมพ์ผ่านเครือข่ายของค่าย HP เมื่อเลือกค่าที่ต้องการแล้ว ที่ช่อง Host ให้ใส่หมายเลข IP ของเครื่องพิมพ์ ส่วนช่อง Port ไม่ต้องแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลง จากนั้นกดปุ่ม ถัดไป
หน้าต่าง Step 2 of 3 ให้เลือกยี่ห้อและรุ่นของเครื่องพิมพ์ ในที่นี้เลือก ยี่ห้อ HP รุ่น LaserJet 2420 จากนั้นกดปุ่ม Postscript(recommended)(suggested) และกดปุ่มถัดไป
ที่หน้าต่างนี้เป็นช่องใส่คำอธิบายต่าง ๆ ที่เราต้องการกำหนดให้เครื่องพิมพ์ ซึ่งจะใส่หรือไม่ก็ได้ เมื่อเสร็จแล้ว ให้กดปุ่มเริ่มใช้เป็นอันจบขั้นตอน
ตอนแรกที่ลงลินุกซ์ทะเล บางท่านอาจจะไม่ชอบรูปแบบหน้าต่างที่เป็นอยู่ ดังนั้นท่านสามารถปรับแต่งรูปแบบดังกล่าวได้ โดยเลือกไปที่ เมนูหลัก -> เลือกระบบ -> เลือกศูนย์ควบคุม ซึ่งจะขึ้นหน้าต่างขึ้นมา ดูให้แน่ใจว่าท่านเลือกแท็บ My Preferences

ดับเบิ้ลคลิ๊กไอคอน ชุดตกแต่ง
จากนั้นเลือกรูปแบบที่ท่านชอบ ที่ผมใช้อยู่จะเป็นแบบสะอาดตา เพราะสบายตาดีครับ หลังจากเลือกเสร็จก็กดปุ่มปิด Mission Accomphished!!
Stardict เป็นพจนานุกรมอีกโปรแกรมหนึ่งที่มีความสามารถสูงและน่าใช้ซึ่งคุณศุภณัฐ ธัญญบุญ แห่ง TCLLab.org ได้ทำการแปลง database ของ LEXiTRON ให้สามารถใช้ได้กับ Stardict ไว้นานพอสมควรแล้ว และตอนนี้ database ดังกล่าวถูกทำเป็น package สำหรับลินุกซ์ทะเล และ Ubuntu เรียบร้อยแล้วซึ่งผู้ใช้ลินุกซ์ทะเลสามารถติดตั้งและใช้งานเบื้องต้นได้ดังนี้
การติดตั้ง
สำหรับบน Text mode
$ sudo apt-get update
$ sudo apt-get install stardict-lexitron
สำหรับบน Graphic Mode
ให้เลือกศูนย์ควบคุมจาก Icon บน Panel ด้านล่าง หรือจาก Menu ระบบ --> ศูนย์ควบคุม เมื่อเปิดหน้าต่างศูนย์ควบคุมขึ้นมาได้แล้วให้เลือกไปที่หมวด Administrative Tools แล้วก็เลือก ตัวจัดการแพกเกจ Synaptic ดังรูปที่ 1

รูปที่ 1 ศูนย์ควบคุม
การใช้งาน Synaptic (apt แบบ Graphic) จะต้องมีสิทธิ์เป็นผู้ดูแลระบบ บนลินุกซ์ทะเล ให้ใส่รหัสผ่านของตัวท่านเองที่ตั้งไว้ แล้วก็ Enter ผ่านไปดังรูปที่ 2

รูปที่ 2 กรอกรหัสผ่านของท่าน
เมื่อเปิดโปรแกรม Synaptic ขึ้นมาได้แล้วเพื่อความทันสมัยของข้อมูลท่านควรทำการ update ข้อมูลโดยการ Click ที่ปุ่ม เรียกใหม่ ในช่องสีแดงของรูปที่ 3 (เหมือนกับ apt-get update)

รูปที่ 3 ให้ Synaptic update ข้อมูล
หลังจากนั้น Synaptic ก็จะทำการ Download ข้อมูลจาก Server เพื่อ upate ข้อมูลให้ทันสมัยซึ่งให้ท่านรอสักครู่ ความเร็วจะขึ้นอยู่กับ Net ที่ท่านใช้ด้วย ดูรูปที่ 4

รูปที่ 4 Synaptic กำลัง Download ข้อมูลจาก Server
เมื่อ Synaptic ทำการ Upate เรียบร้อยแล้วก็จะกลับคืนสู่หน้าต่างปกติ ขั้นตอนต่อไปให้ท่านค้นหน้า package ที่ชื่อว่า stardict-lexitron โดยการ Click ที่ปุ่ม ค้นหา แล้วกรอกคำที่ต้องการลงไปในช่องและทำการค้นหาดูรูปที่ 5

รูปที่ 5 ทำการค้นหา stardict-lexitron
ถ้าข้อมูลของท่าน update เป็นรุ่นล่าสุดแล้ว Synaptic ก็จะค้นหาเจอดังรูปที่ 6 เมื่อเจอแล้วให้ท่าน Double Click ที่ช่องสี่เหลี่ยมด้านหน้าชื่อ Package

รูปที่ 6 Double Click ในช่องสี่เหลี่ยมเพื่อเลือก Package ที่ค้นหาเจอ
Synaptic จะทำการแจ้งเตือนว่าท่านจำเป็นต้องติดตั้ง Packages เพิ่มอีกสอง Packages คือ stardict และ stardict-common ก็ให้ท่านเลือกสอง Packages นี้ด้วยการ Click ที่ปุ่มหมาน ดังรูปที่ 7

รูปที่ 7 Synaptic แจ้ง Packages เพิ่มเดืม
เมื่อช่องสี่เหลี่ยมด้านหน้า package ที่เลือกเปลี่ยนเป็นรูปลูกศรแสดงว่าการเลือกของท่านถูกต้องพร้อมที่ดำเนินการติดตั้งแล้ว ก็ให้ท่าน Click ที่ปุ่ม มีผลทันที เพื่อเริ่มกระบวนการติดตั้งดังรูปที่ 8

รูปที่ 8 เริ่มกระบวนการติดตั้ง
Synaptic จะแจ้งเตือนขึ้นมาว่าขณะนี้เป็นโอกาสสุดท้ายของท่านแล้วนะที่จะได้ตรวจสอบความถูกต้องก่อนการติดตั้ง ก็ให้ท่านสังเกตุดูว่าจะต้องติดกี่ Packages ในที่นี้รวมทั้งหมด 3 Packages ด้วยกัน เมื่อตรวจสอบเรียบร้อยแล้วก็ให้ Click ปุ่ม เริ่มใช้ ดูรูปที่ 9

รูปที่ 9 Synaptic จะแสดงข้อมูลปัจจุบัน
หลังจากนั้น Synaptic ก็จะทำการ Download Packages ที่จำเป็นสำหรับการติดตั้งมาจาก Server ดูรูปที่ 10 รอฝให้ Synaptic ทำงานจนเสร็จดังรูปที่ 11 และ 12 ถือเป็นการสิ้นสุดการติดตั้งให้ท่านปิด Synaptic ไปได้เลยและก็เริ่มการใช้งานเบื้องต้นต่อไป

รูปที่ 10 Synaptic ทำการ Download packages มาจาก Server

รูปที่ 11 Synaptic กำลังติดตั้ง Packages

รูปที่ 12 Synaptic ติดตั้งเสร็จ
การใช้งาน
เมื่อทำการติดตั้งเสร็จเรียกร้อยแล้วท่านสามารถเรียกใช้งานได้ทันทีจาก
Menu --> อำนวยความสะดวก --> StarDict
ดูรูปที่ 13

รูปที่ 13 การเรียกใช้งาน StarDict
เมื่อ StarDict ทำงานได้แล้วก็จะขึ้นหน้าต่างคล้ายกับโปรแกรมพจนานุกรมทั่วๆ ท่านสามารถค้นหาคำศัพท์ได้ทั้งภาษาไทย และ อังกฤษดังรูปที่ 14

รูปที่ 14 หน้าต่าง StarDict
การทำงานของ StarDict จะมีสอง Mode ด้วยกันคือ โหมดของโปรแกรมพจนานุกรมปกติ กับโหมดคอยตรวจจับการเลือกคำในโปรแกรมต่างๆ แล้วแสดงคำแปลออกมานั้นหมายความว่าเมื่อท่านปิดหน้าต่างหลักทิ้งไป โปรแกรมก็ยังทำงานอยู่โดยแสดงเป็น Icon สีเขียวๆ อยู่บน Panel ดังรูปที่ 15 จริงๆ ตอนเปิดหน้าต่างหลักก็มีเช่นกันแต่ Icon จะต่างกันเล็กน้อย

รูปที่ 15 Icon StarDict มุมขวาล่าง
ท่านสามารถทดลองใช้งานกับโปรแกรมต่างๆ ที่ท่านสามารถใช้ mouse ลากเลือกคำได้เช่นตัวอย่างในรูปที่ 16 และ 17 เป็นการแสดงการทำงานบนโปรแกรม Web Browser Iceweasel และ OpenOffice.org ซึ่งท่านสามารถใช้งานกับโปรแกรมอื่นๆ ได้นอกเหนือจากตัวอย่างที่กล่าวมา

รูปที่ 16 การใช้งานบน Iceweasel

รูปที่ 17 การใช้งานบน OpenOffice.org
แนะนำโปรแกรม
ลินุกซ์ทะเล 8.0 มีโปรแกรมพจนานุกรมสำหรับแปลภาษาไทย -> อังกฤษ และ อังกฤษ -> ไทย ที่มีคุณภาพ ประกอบด้วยจำนวนคำศัพท์มากกว่า 30000 คำ ซึ่งผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดี นั่นก็คือ LEXiTRON ซึ่งเป็นผลงานจากทางเนคเทค และได้เผยแฟร่ไปแล้วในเวอร์ชั่น 1.0 พร้อมกับลินุกซ์ทะเล 7.0 โดยมีการพัฒนา Interface มาจากภาษา Java แต่เนื่องในเวอร์ชั่น 1.0 นั้นจะใช้เวลาในการเปิดโปรแกรมนานและกินทรัพยากรในระบบอยู่พอสมควร อีกทั้งในลินุกซ์ทะเล 8.0 ก็ไม่ได้มีการติดตั้งภาษา Java ไปด้วยจึงได้มีการพัฒนา Interface ออกมาเป็นเวอร์ชันใหม่ โดยใช้ภาษา Python ทำให้การทำงานเร็วขึ้น
การใช้งาน
การเรียกใช้งานโปรแกรม สามารถทำได้จากเมนู "เครื่องมืออำนวยความสะดวก" -> "LEXiTRON" จะได้หน้าจอโปรแกรมดังนี้
LEXiTRON ประกอบด้วยเมนูใช้งานทั้งหมดดังนี้ คือ
ดังรูป
| |
| |
สำหรับการใช้งานทั่วๆ ไปสามารถป้อนคำที่ต้องการดูความหมายในช่องป้อนข้อมูล A ได้ทันที ในขณะที่กำลังพิมพ์ตัวอักษรโปรแกรมจะแสดงคำใกล้เคียงขึ้นมาให้ในส่วน C หลังจากกดปุ่ม Enter โปรแกรมจะแสดงความหมายของคำในส่วน B ดังตัวอย่างตามรูปต่อไปนี้

โดยในส่วนของความหมายจะประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้
word [category]; meaning Syn. aaaaaaaaaa Sample. bbbbbbbbb Ant . cccccccccccc โดยที่ word คือ คำที่ค้นหาความหมาย category คือ หมวดของคำ ได้แก่ N - คำนาม, VT - คำกิริยาที่มีกรรม, VI - คำกิริยาที่ไม่มีกรรม Syn คือ Sample. คือ ตัวอย่างการใช้งาน Ant . คือ |
LEXiTRON สามารถใช้งานได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยไม่ต้องมีการตั้งค่าใดๆ ทั้งสิ้น หากต้องการหาความหมายของคำภาษาไทยก็สามารถทำคำศัพท์เป็นภาษาไทยได้ทันที โปรแกรมจะค้นหาความหมายให้ได้ทันที ดังรูป

การตั้งค่าจำนวนคำของคำใกล้เคียง
ในส่วนของจำนวนความในช่องคำใกล้เคียง (ส่วน C) สามารถกำหนดได้ ดังนี้
1. ไปที่เมนู Options -> Word list display ดังรูป

2. จะปรากฏไดอะล็อก ดัวต่อไปนี้
โปรแกรมสามารถกำหนดคำใกล้เคียงได้ 3 ค่า คือ 20, 30 และ 40 คำ
3. เลือกจำนวนที่ต้องการ จากนั้นกดปุ่มปิด จะมีผลทันที
เทคนิคการใช้ LEXiTRON อย่างเร็ว
โปรแกรม นี้มีตัวช่วยให้การแปลเป็นไปอย่างสะดวก ซึ่งสามารถทำได้จาก 2 วิธี คือ
การแปลจากคำใกล้เคียงสามารถทำได้โดยการใฃ้เมาส์เลือกไปยังคำที่ต้องการที่อยู่ในรายการคำใกล้เคียง ดังรูป

ดับเบิ้ลคลิ๊กที่เมาส์ จะเป็นการแปลคำศัพท์คำๆ นั้นทันที ดังรูป
ตัวช่วยอีกอย่างคือ การแปลคำศัพท์ต่อไปจากความหมาย ซึ่งทำได้โดยการเลือกคำที่ต้องการ จากนั้นคลิ๊กเมาส์ปุ่มขวา จะปรากฏเมนูขึ้นมา ดังรูป
เลือกเมนู Lookup 'คำศัพท์' โปรแกรมจะแปลคำศัพท์ให้ทันที ดังรูป
การเปิด - ปิดคำใกล้เคียง
นอกจากนี้แล้วนั้น สำหรับบางท่านที่ไม่ต้องการให้มีการแสดงส่วนของคำใกล้เคียง (อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มคำเร็วในการทำงาน) ก็สามารถปิดส่วนนี้ได้ ดังนี้
1. ไปที่เมนู View -> Closeword wizar ดังรูป

2. ส่วนของคำใกล้เคียง (ส่วน C) จะหายไป ดังรูป

3. หากต้องการแสดงคำใกล้เคียงใหม่ ก็ทำซ้ำตามข้อ 1 ใหม่ ก็จะเป็นการเปิด - ปิดคำใกล้เคียง
การแปลความหมายอย่างรวดเร็ว
การค้นหาอย่างรวดเร็ว คือ การที่โปรแกรมจะแสดงความหมายของคำศัพท์ทันทีที่พิมพ์ตัวอักษร (ถ้ามีความหมาย) หากต้องการค้นหาความหมายอย่างรวดเร็ว สามารถทำได้ ดังนี้
1. ไปที่เมนู Options -> Quick search ดังรูป

2. พิมพ์คำศัพท์ที่ต้องการหาความหมาย
| พิมพ์ตัว t | |
| พิมพ์ตัวe | |
| พิมพ์ตัวs | |
| พิมพ์ตัว t | |
การออกจากโปรแกรม
เมื่อต้องการปิดโปรแกรม สามารถทำได้โดยการเลือกเมนู File -> Exit โปรแกรมจะจบการทำงานทันที
การใช้ปุ่ม ` (Grave Accent) ในการสลับภาษา
ในบทความต่อไปนี้ใช้ได้กับลินุกซ์ทะเล 8.0 และ Ubuntu Edgy 6.10 วิธีตั้งค่าทำได้ดังนี้
ให้ท่านทำการ Download package ต่อไปนี้ xkb-data-hacked_0.8-7mrchoke1_all.deb save เก็บไว้หลังจากนั้นให้ใช้ Nautilus (File Browser) เข้าไปยังที่เก็บเมื่อเจอแล้วให้ Double Click ที่ชื่อ package ดังกล่าวก็จะขึ้นหน้าต่างดังรูปที่ 1

รูปที่ 1 หน้าต่างติดตั้ง package
ให้ท่าน Click ที่ปุ่ม ติดตั้งแพคเก็จ ซึ่งโปรแกรมก็จะทำการถามรหัสผ่าน ดังรูปที่ 2 ให้ท่านใส่รหัสผ่านของตัวท่านเอง (ผู้ใช้ที่ใช้อยู่) แล้ว Click ที่ปุ่ม ตกลง หลังจากนั้นให้รอจนกว่ากระบวนการจะเสร็จ ดังรูปที่ 4

รูปที่ 2 กล่องรับรหัสผ่าน

รูปที่ 3 กำลังดำเนินการ

รูปที่ 4 การติดตั้งเสร็จเรียบร้อย
เมื่อการติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ท่าน Click ปุ่ม ปิด (รูปที่ 4) ต่อไปให้ท่านทำการปรับตัวสลับภาษาเพื่อกำหนดให้ปุ่ม ` (Grave Accent) เป็นตัวสลับ โดยการ Click ขวาบน Applet ตัวสลับภาษาบน Panel ทางมุมด้านขวาล่าง (ลินุกซ์ทะเล 8.0 ปกติ) โดยให้สังเกตุตัวหนังสือ USA ดังรูปที่ 5 ซึ่งเมื่อ Click ขวาก็จะได้เมนูดังรูปที่ 5 ให้เลือก ปรับแต่งแป้นพิมพ์

รูปที่ 5 เมนู Applet สลับภาษา
เมื่อขึ้นหน้าต่างปรับแต่งแป้นพิมพ์ให้ท่านเลือก tab ปรับแต่งผังแป้นพิมพ์ ซึ่งส่วนนี้นี่เองที่เราสามารถกำหนดให้ Gnome ใช้ปุ่มไหนในการสลับภาษาถ้าท่านปรับแต่งไปใช้ Grave แล้วอยากจะยกเลิกก็ให้เข้ามาที่หน้านี้นะครับ หลังจากเข้าไปที่ tab ปรับแต่งผังแป้นพิมพ์ แล้วให้ท่านเลือกที่หมวด Group Shift/Lock behavior แล้วเลื่อนๆ ลงไปเพื่อมองหา Grave changes group. เมื่อเจอก็ให้ติ๊กเลือกดังรูปที่ 7 เมื่อเลือกเสร็จแล้วก็ทำการปิดและใช้งานได้ทันที

รูปที่ 6 หน้าต่างปรับแต่งผังแป้นพิมพ์

รูปที่ 7 เปิดการใช้ Grave changes group.
หมายเหตุ: บทความนี้เหมาะสำหรับผู้ใช้ทั่วไป
ส่วนอีกวิธีหนึ่งในการตั้งค่าให้ใช้ปุ่ม Grave สลับภาษาคือ
1) ติดตั้ง package ตามรายละเอียดข้างต้น
2) แก้ไขแฟ้ม /etc/X11/xorg.conf โดยใส่ค่า grp:grave_toggle เพิ่มเข้าไปในบรรทัด Option "XkbOptions" ซึ่งจะใช้ได้บน Desktop อื่นๆ ด้วยนอกจาก GNOME
จากกระทู้ ต่อเน็ต + GPRS + Bluetooth บน LinuxTLE 7
เมื่อนำมาทดสอบทำตามกระทู้นั้น กับ TLE8 จะไม่สามารถใช้งานได้ สำหรับ TLE 8 จะต้องมีขั้นตอนอื่นๆเพิ่มดังนี้
ระบบที่ใช้ทดสอบ
USB Bluetooth ของ 3COM Model 3CREB96B
โทรฯ Nokia 6260 เครือข่าย GPRS ของ AIS
1. เสียบ USB Bluetooth เปิด terminal จะเห็นว่าระบบ check ว่ามี Bluetooth ต่อเข้ามาในระบบดังรูป

2. ทำการติดตั้ง package เพิ่มเติม ดังนี้
| ในกรอบ นี้ ปรกติ linuxTLE 8 ทำไว้อยู่แล้วไม่ต้อง สั่งก็ได้ เขียนไว้เผื่อ คนที่ใช้ ubuntu อยากจะ ติดตั้ง Bluetooth เหมือน TLE แก้ repository ของ /etc/apt/source.list โดยใช้คำสั่ง sudo vi /etc/apt/source.list ใน terminal จากนั้น แก้ บรรทัด deb http://th.archive.ubuntu.com/ubuntu edgy main restricted ให้เปลี่ยน เป็น deb http://th.archive.ubuntu.com/ubuntu edgy main restricted universe multiverse แล้วออกจาก vi |
apt-get update
apt-get install bluez-passkey-gnome
เมื่อติดตั้งเสร็จ กด ALT+F2 แล้วพิมพ์คำสั่ง bt-applet
3. สั่ง start Bluetooth โดยใน terminal ใช้คำสั่ง
sudo /etc/init.d/bluetooth start
เมื่อ สั่ง start Bluetooth สำเร็จ จะมี popup โผล่มาบอกว่า Bluetooth เราชื่ออะไรดังรูป
4. จากนั้น เปิด Bluetooth ใน โทรฯ แล้วทำการ scan หา Bluetooth โดยใน terminal พิมพ์คำสั่ง
hcitool scan
จะเห็นได้ว่า Bluetooth ของโทรฯ ที่เปิดถูก List ขึ้นมา (ในที่นี้ คือ 00:11:9F:7A:77:23 Taz-mb)
5. ขั้นตอนต่อไปเป็นการ scan Bluetooth ของ โทรฯว่า เปิด service อะไร ไว้ที่ ช่องสัญญาณ ไหน โดยใน terminal ใช้คำสั่ง
sdptool browse [Bluetooth Device] ซึ่งในตัวอย่างนี้ คำสั่ง ที่ใช้คือ
sdptool browse 00:11:9F:7A:77:23
สังเกต Service Name: Dial-Up ว่าใช้ ช่อง สัญญาณที่เท่าไร ในตัวอย่าง ใช้ ช่องสัญญาณ หมายเลข 2 ( Channel : 2)
6. จากนั้นใช้คำสั่ง ตั้งค่า device ของ Bluetooth ให้ใช้ช่องสัญญาณช่อง 2 โดยใช้ terminal ใช้คำสั่ง
sudo rfcomm bind /dev/rfcomm0 [Bluetooth device] [Channel] ในตัวอย่างนี้จะใช้คำสั่งดังนี้
sudo rfcomm bind /dev/rfcomm0 00:11:9F:7A:77:23 2
ใช้คำสั่ ง rfcomm ตรวจสอบความถูกต้อง ดังรูป
7. จากนั้นใช้คำสั่ง หมุน modem เมื่อใช้คำสั่งแล้ว ที่โทรฯ จะขึ้นหน้าจอให้กรอก รหัสผ่าน ให้กรอกอะไร ก็ได้ลงไป (ในตัวอย่างนี้ กด 1234 ) แล้ว จะมี popup โผล่ขึ้นมาที่ฝั่ง computer ให้กรอก ให้เหมือนกับที่ใส่ใน โทรฯ เมื่อกี้
คำสั่ง หมุนโมเดมของตัวอย่าง
sudo pppd connect '/usr/sbin/chat -v ABORT "NO CARRIER" "" "AT&F" OK "AT+CGDCONT=1,\"IP\",\"INTERNET\",\"0.0.0.0\",0,0" OK "ATDT*99***1#" CONNECT' disconnect '/usr/sbin/chat -v ABORT "BUSY" "" "\K" "" "+++ATH"' /dev/rfcomm0 defaultroute noauth asyncmap 0 mtu 1500 mru 1500 noipdefault idle 600
รายละเอียดการแก้ไข คำสั่งหมุนโมเดมสำหรับ โทรฯค่ายอื่น อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กระทู้เก่า (การใช้ GPRS+TLE7+Bluetooth)
หน้าจอแสดง ข้อความหลังสั่ง หมุน โมเดม

หน้าจอกรอกรหัสผ่าน สำหรับ จับคู่ โทรฯ กับ computer
หน้าจอหลังจาก ระบบทำการจับคู่
รายละเอียดบางส่วน นำมาจาก http://www.integrasoftware.it/index.php?option=com_content&task=view&id=... ซึ่งมีคนตอบไว้ในกระทู้ TLE7+GPRS+Bluetooth
บางรูปสั่งหลายทีกว่าจะ จับหน้าจอได้ (กลัวบางคนสับสน)
โดยปกติแล้วลินุกซ์ทะเล 8.0 จะไม่ได้ติดตั้ง Flash Plugin ของ Iceweasel (firefox) ไปให้ตั้งแต่ต้นเนื่องด้วยข้อตกลงการใช้งานของทาง Adobe วิธีการติดตั้งให้ทำดังนี้

รูปที่ 1 ถ้าเว็บมี Flash จะมีแถบด้านบนให้ท่าน click ที่ปุ่ม Install Missing Plugin

รูปที่ 2 ระบบจะตรวจสอบว่าเป็น Plugin ชนิดใดที่ต้องการ ให้ Click Next

รูปที่ 3 ให้ท่านยอมรับเงื่อนไขการใช้งานโดย Click ที่ I agree. หลังจากนั้นก็ Click Next

รูปที่ 4 การติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ (มีการต่อ Network ไม่มีปัญหา) Click Finish เพื่อสิ้นสุดการติดตั้ง

รูปที่ 5 การตรวจสอบ Plugin ในระบบว่ามีอะไรบ้างโดยการพิมพ์ about:plugins ในช่อง URL