เมื่อวาน Ubuntu 8.04 Hardy Heron ออกอย่างเป็นทางการช่วงเย็น ๆ ในประเทศไทย ซึ่งอันที่จริง ผมก็ได้เอามาติดตั้งใช้งานจริง ตั้งแต่ออกเบต้าแล้ว และอัพเกรดมาเรื่อย ๆ
มีสิ่งที่คาดหวังไว้จำนวนหนึ่งกับ Hardy แต่ยังพบว่ายังไม่พร้อม อันเนื่องจาก Ubuntu กำหนดการออกรุ่นไว้ตามเวลาเป๊ะ ๆ ต่างจาก Debian ที่ออกเมื่อพร้อม จึงเป็นเรื่องปกติที่ Ubuntu รุ่น release อาจจะไม่ได้ทำงานได้ตามที่คาดหวังเสมอไป จึงขอเอาประสบการณ์ที่พบมาเล่าให้ฟัง
แล็ปท็อปที่ใช้อยู่นี้ ใช้ชิปแสดงผลเป็น ATI Radeon Xpress 200M ตอนที่ใช้ Ubuntu 7.04 (Feisty) นั้น สามารถ suspend/hibernate ได้ทันทีโดยไม่ต้องตั้งค่าอะไรเพิ่มเติม น่าประทับใจมาก แต่ไปเสียตรงเรื่อง driver ของ wireless ที่ผมใช้นั้นยังไม่เก่ง ตอนนั้นต้องหันไปพึ่ง wifi-radar แทน NetworkManager (บล็อกเก่า) พออัพเกรดมาเป็น 7.10 (Gutsy) ปัญหาเรื่อง wireless + NetworkManager หมดไป แต่มาตายเอาตรง suspend/hibernate กลับไม่ทำงาน คือจริง ๆ แล้วมัน suspend/hibernate ได้ แต่พอเรียกกลับมาก มันค้างไปเลย หน้าจอดำสนิท ต้องปิดแล้วเปิดใหม่เท่านั้น
ตอนแรกไม่รู้วิธีแก้ เลยต้องปิดฟังก์ชันการ supend และ hibernate ไป และต้องปิดเครื่องทุกครั้งที่ไม่ได้ใช้งาน ซึ่งไม่สะดวกเอามาก ๆ
เมื่อราว ๆ 15 ก.พ. 51 เลยลองหาวิธีแก้ดูซักตั้ง มั่ว ๆ ดูใน /etc/default/acpi-support แล้วสำเร็จ แต่ยังไม่ชัดเจนนักว่าเพราะคอนฟิกบรรทัดไหนแน่ หรือรวม ๆ กัน
คราวนี้มาติดตั้ง 8.04 (Hardy) ก็พบปัญหาเดิมอีก วันนี้เลยมาลองค้นหาข้อมูลในเน็ตดูอีกที พบอันนี้เข้า http://wiki.cchtml.com/index.php/Ubuntu_Gutsy_Installation_Guide#Suspend.2FHibernation_work_with_7.12 ตรง ๆ เลย ทำตามแล้วได้ทันที สรุปว่าให้แก้แฟ้ม /etc/default/acpi-support ดังนี้
SAVE_VBE_STATE=false POST_VIDEO=false
ซึ่งเดิมมันเป็น true ทั้งคู่ แล้ว reboot เครื่อง หรือ sudo /etc/init.d/acpi-support restart ต่อไปก็ใช้ได้เลย
สำหรับผู้ที่ใช้ Gutsy ต้องติดตั้ง radeontool เพิ่มด้วยนะครับ ส่วนใน Hardy นั้นติดตั้งมาพร้อมแล้ว
kamthorn@atec:~$ history|awk '{a[$2]++} END{for(i in a){printf "%5d\t%s\n",a[i],i}}'|sort -rn|head
122 ls
70 cd
59 sudo
21 ps
19 ssh
13 wget
13 find
13 aptitude
12 pppd
11 dpkg
เอามั่ง ตาม pphetra
เป็นที่รู้กันว่าลินุกซ์ไม่กลัวไวรัสของวินโดวส์ บ่อยครั้งที่ให้คนอื่นยืม usbdrive แล้วได้ไวรัสกลับมาด้วย แต่ไม่ค่อยรู้หรอก แถมยังใช้งานได้ตามปกติ รู้อีกทีคือเมื่อให้คนอื่นยืม usbdrive ไป แล้วเค้าก็เอากลับมาให้พร้อมบอกว่า สงสัยเครื่องเรามีไวรัสนะเพราะใน usbdrive มีไวรัสอยู่ ซึ่งจริง ๆ ในเครื่องผมไม่มีหรอก เพราะใช้ Ubuntu แต่ไวรัสมาจากใครก็ไม่รู้เหมือนกัน เผลอ ๆ กลายเป็นว่าเราเป็นพาหะซะงั้น เพราะเราไม่ได้รับอันตรายจากไวรัส แต่มีไวรัสใน usbdrive แบบไม่รู้ตัว หลายคนอาจจะติดไวรัสเพราะไดรว์ของผมก็ได้
วิธีที่ผมใช้แก้ปัญหาการถูกกล่าวหาว่าเป็นพาหะคือ format usbdrive ใหม่เป็น ext3 ซะ ไม่ต้องใช้กับเครื่องที่เป็นวินโดวส์ จบ เหลือตัวเก่า 256M ไว้เป็น vfat ซึ่งก็ต้องคอยเช็คบ่อย ๆ ว่ามีไฟล์ autorun.inf โผล่มาหรือเปล่า
วันนี้เอาไดรฟ์ 256M ตัวที่ว่านี่ไปเสียบเครื่องที่เป็น Ubuntu 8.04 มันก็มีข้อความขึ้นเตือนทำนองว่าไดรฟ์เรามี autorun.inf ที่จะไปรันโปรแกรมบางตัวขึ้นมาทำงาน ซึ่งอาจจะเป็นไวรัสหรือโทรจันได้ เลยแปลกใจว่า 1) เอ่อ ไปติดมาตอนไหนอีกแล้วนี่ และ 2) เฮ่ย เดี๋ยวนี้ Nautilus มันเจ๋งแฮะ เตือนแบบนี้ได้ด้วย นั่นแปลว่า ต่อไปนี้ผู้ใช้ลินุกซ์ก็จะไม่ถูกกล่าวหาว่าเป็นพาหะนำไวรัสคอมพิวเตอร์อีกต่อไป

ข้อความที่แสดงเมื่อพบแฟ้มผิดปกติ จริง ๆ linux มันไม่รัน autorun.inf อยู่แล้วนิ (หรือรัน?) แต่ก็ดีแล้วเพราะจะได้รู้ว่ามีไวรัส

แฟ้มแปลกปลอมที่โผล่มา ตัวนี้เจอบ่อย สงสัยติดมาจากร้านที่ไปอัดรูป

ตอน browse ก็ยังมีเตือนตรงส่วนบนแบบนี้ด้วย
ปล. ณ ตอนนี้ผมยังไม่ได้ดูว่าฟีเจอร์นี้ใช่ฟีเจอร์หนึ่งที่จะมาพร้อมกับ Gnome 2.22 หรือเปล่านะครับ
ขณะที่กำลังเขียนนี้ กำลังติดตั้ง Ubuntu 8.04 20080318.1 อยู่ครับ โดยติดตั้งลงอีกพาร์ทิชัน แต่ติดตั้งตัว 32bit ไปก่อน ไว้ออกตัวจริง ค่อยอัปเกรด 7.04 64bit เป็นตัวเต็มแล้วกัน ระหว่างรอเลยมานั่ง blog ที่เครื่องคนอื่นไปพลาง
พาร์ทิชันที่ติดตั้งนั้น เดิมเป็นพาร์ทิชันวินโดวส์ XP 64bit รุ่นทดลอง ขอไลเซนส์ได้จาก Microsoft ครับ ดาวน์โหลดฟรี ใช้ได้ประมาณ 4 เดือนมั๊ง ตอนนั้นเอามาลงเพราะพึ่งได้โน๊ตบุ๊คตัวนี้มาใหม่ ๆ เป็น AMD64 เลยบ้าหาอะไรที่เป็น 64bit มาลง ทั้ง Windowx XP x64 และ Ubuntu for amd64 ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่ค่อยได้บูตเข้ามาใช้เท่าไหร่ พอไม่ค่อยได้บูตเข้าวินโดวส์ทำให้ทุกครั้งที่เข้า จะน่าเบื่อมาก เพราะมันจะต้องมีอะไรมาอัปเดตเยอะแยะไปหมดสิน่า ทั้งข้อมูลไวรัส ทั้งอัปเดตจากไมโครซอฟท์เอง สุดท้ายก็ปล่อยให้ไลเซนส์หมดอายุไป ทิ้งพาร์ทิชันขนาด 30G ไว้ไม่ได้ใช้งานมาตั้งนาน
ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะเอามาลงเร็วขนาดนี้ แต่วันนี้เจอปัญหาใน Ubuntu ตัวเดิม เหมือนจะมีโปรแกรมบางตัว หรืออาจจะ kernel เอง ที่ถือครองหน่วยความจำเยอะเกินไป แบบบูตมาปุ๊บ RAM หายไป 700 กว่าเม็ก ซึ่งปกติมันจะใช้ประมาณ 300MB เมื่อบูตเสร็จ (แรม 1GB ครับ) แล้ว swap ก็จะทำงานตลอด ทำอะไรไม่ได้นอกจากบูตใหม่ อาการนี้จะเป็นบ่อย ถ้าปล่อยให้ notebook เข้าสู่ sleep mode อีกประการคือรู้สึกว่า Ubuntu 7.10 มันช้ากว่ารุ่นก่อน ๆ นี้อย่างเห็นได้ชัด ไม่ได้คิดไปเอง แต่ MrChoke ก็รู้สึกแบบเดียวกัน วันนี้ MrChoke ลง Debian (Lenny) บอกว่าเร็วกว่าเห็น ๆ (ชักติดใจละสิ) ประการสุดท้ายคือ Ubuntu รุ่นนี้ใกล้เป็นเบต้าแล้ว คิดว่าน่าจะเสถียรพอ อย่างน้อยเอามาใช้งานจริง เพื่อช่วยกันหาบั๊กก่อนจะออกตัวเต็ม
ตอนนี้ติดตั้งใกล้เสร็จแล้ว ไว้ลองเล่นแล้วคงมีอะไรมาเล่าเพิ่มเติมครับ
เมื่อวานอ่าน feed เจอว่า Alexander Marktl ผู้พัฒนาเว็บไซต์ readburner.com ประกาศยุติเว็บไซต์แล้ว ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเปิดมาได้เพียง 2 เดือน เสียดายมาก ๆ เห็นว่า Marktl ไม่สามารถเจียดเวลามาดูแลได้ เนื่องจากเป็นเพียงงานที่ทำในเวลาว่าง ที่จริง ตอนที่รู้จัก ReadBurner ครั้งแรก (ผ่าน lifehacker.com) ก็ตั้งใจว่าจะเขียนถึงสักครั้งหนึ่ง เนื่องจากเป็นไอเดียใหม่ที่เจ๋งมาก ก็ขอใช้โอกาสนี้กล่าวถึงละกัน
ราว ๆ ปลายปี 2550 Google Reader มีฟีเจอร์ใหม่ ให้ผู้ใช้สามารถ share feed item กันได้ คือชอบ feed item ไหน อยากให้เพื่อนรู้ด้วย ก็คลิก share ได้เลย เพื่อน ๆ ใน gtalk ของเรา ที่ใช้ Google Reader เหมือนกัน ก็จะเห็น item ที่เพื่อนคนอื่น share ไว้ แบบนี้

ผลคือการอ่าน feed สนุกขึ้นมาก เพราะอย่างที่รู้ ๆ กันว่า feed วันนึง ๆ มี item เยอะมาก และบางอันที่น่าสนใจเราดันไม่ได้ subscribe ไว้อีก แต่เพื่อน ๆ เราอาจจะมี ก็ได้มา share ให้เราอ่านด้วย feed item ที่ถูก share ผมก็จะอ่านก่อน เพราะถ้าเขา share มาแปลว่ามันน่าสนใจจริง ๆ ก็ทำให้ประหยัดเวลาไปได้พอสมควร ส่วนคนที่ไม่ได้ add เป็นเพื่อนไว้ ถ้าเค้ามี shared item url ก็สามารถเอามา subscribe ไว้อ่านได้
เช่นของผมเข้าไปดูได้ที่ http://www.google.com/reader/shared/06070222257138471631 หรือถ้าต้องการสมัคร feed ไว้อ่านใน Google Reader ก็มีลิงก์ให้ในหน้านี้
การอ่าน feed บน Google Reader เลยกลายเป็น Social Network อีกแบบ
ReadBurner จับเอาฟีเจอร์การ share ของ Google Reader มาเล่น โดยเสนอให้ผู้ใช้ Google Reader เอา share url มาใส่ในเว็บ โดยไม่ต้องสมัครสมาชิก จากนั้น ReadBurner จะคอยตรวจสอบดูว่า feed ไหนที่เป็นที่นิยมในแต่ละวัน หรือสัปดาห์ โดยดูจากจำนวนการ share เท่านั้น ไม่ต้องโหวตแบบ digg ซึ่งเป็นลูกเล่นที่เจ๋งมาก ผู้ใช้แค่อ่าน feed และ share อันที่ตัวเองชอบ เท่านั้นก็เป็นการโหวต feed ยอดนิยมได้ทันทีโดยอัตโนมัติ ซึ่งแนวคิดแบบ FeedBurner ก็ถูกลอกเลียนอย่างรวดเร็ว เช่น Shared Reader หรือ RSSMeme แต่ในความคิดของผม คิดว่าไม่มีอันไหนสู้ ReadBurner ต้นตำรับได้
หลังจากประกาศยุติ ReadBurner แล้ว Marktl ก็แนะนำว่าถ้าชอบไอเดียของ ReadBurner ก็ให้ลองเปลี่ยนไปใช้ RSSMeme (developed by Benjamin Golub) ซึ่งเป็น clone ของ ReadBurner ที่เขาคิดว่าดีที่สุด ซึ่งผมก็ได้ไปลองดูแล้ว ถือว่า ok ละ แต่อันนี้มาแปลกหน่อย คือนอกจากจะไม่มีการสมัครสมาชิกเหมือนกับ ReadBurner แล้ว ก็ยังไม่มีช่องให้เพิ่ม feed ด้วย แต่ค้นดูแล้วปรากฎว่ามัน add shared items ของผมไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่รู้มาได้ไงเหมือนกัน อาจจะเพราะเคยเพิ่มไว้ใน ReadBurner มาก่อน ประเด็นการไม่ให้เพิ่ม feed นี้ก็เคยคิดเหมือนกันว่า กรณี ReadBurner ให้ใครก็ได้ เพิ่ม feed เข้าไปในระบบได้เอง อาจจะทำให้เกิดการสร้าง account ใน google reader หลอก ๆ มาปั่นคะแนนความนิยมก็ได้ ในกรณีของ RSSMeme ถ้าไม่พบชื่อตัวเองในระบบ ก็ให้เมลไปแจ้งเขาได้ โดยส่ง shared items url ไป
ส่วนโดเมน readburner.com และเทคโนโลยีที่ Marktl คิดค้นพัฒนาขึ้นเค้าก็ประกาศขายแล้วครับ คงรอดูกันต่อไปว่า จะมีใครซื้อทั้งสองอย่างนี้ไปดำเนินการต่อหรือเปล่า ขอให้มีเถอะ ถ้าหายไปเฉย ๆ นี่เสียดายมาก
เรื่องมันมีอยู่ว่า แล็ปท็อปที่ใช้อยู่ประจำนี้ ใช้ชิปกราฟิกของ ATI รุ่น Radeon Xpress 200M ซึ่งเดิมไม่สามารถใช้ compiz ได้เพราะไดรเวอร์ ไม่ว่าจะเป็นตัวที่เป็นโอเพนซอร์ส หรือ restricted ไม่สามารถใช้ AIGLX ได้ ต่อมาเมื่อ ATI ออกไดรเวอร์ใหม่ที่สนับสนุน AIGLX แล้ว แต่ผมกลับไม่สามารถรัน compiz ได้อยู่ดี ทีแรกเข้าใจว่าไดรเวอร์อาจจะไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะกับชิปรุ่นนี้ ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นล่าง ๆ เลยทีเดียว เมื่อหาใน google พบว่ามีบางคนพบปัญหาแบบเดียวกัน error คล้าย ๆ กันโดยไม่รู้สาเหตุ แต่ที่น่าแปลกคือ เป็นส่วนน้อยมาก ๆ
วันนี้มานึก ๆ ทบทวนดูอีกที Ubuntu 7.10 ที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ มันถูกอัพเกรดมาจากรุ่น 6.10 ซึ่งเป็นรุ่นที่ติดตั้งเป็นครั้งแรกสำหรับเครื่องนี้ จากนั้นไม่เคยติดตั้งใหม่เลย มีแต่ dist-upgrade มาตลอด เช่นจาก 6.10 มาเป็น 7.04 แล้วก็เป็น 7.10 โดยไม่เคยอัพเกรดใหญ่ผ่าน update-manager เลยสักครั้ง ซึ่งความต่างคือ การอัพเกรดด้วย aptitude dist-upgrade นั้นมีความเป็นไปได้ ที่จะติดตั้งแพกเกจสำคัญสำหรับรุ่นใหม่นั้นไม่ครบ ว่าแล้วก็ aptitude search compiz พบว่า เราติดตั้งไปเฉพาะ compiz-core ตัวเดียวเอง???
ลองติดตั้งส่วนอื่น ๆ เพิ่มสิ โดยสั่ง aptitude install compiz compiz-fusion-plugins-extra compiz-gnome compizconfig-settings-manager จากนั้นก็ลองรัน compiz --replace ดู อ้าวเฮ้ย ใช้ได้แล้ว

แปลว่ามันคงทำได้ตั้งนานแล้วละสิ มันเพียงแต่ขาดแพกเกจบางตัวเท่านั้น ซึ่งอาจจะเกิดกับเคสของผู้ใช้บางคน (เช่นผม) เท่านั้นด้วย ซึ่งอาจเนื่องมาจากการอัพเกรดรุ่นแบบไม่สมบูรณ์เช่นกรณีนี้ สำหรับคนที่พึ่งติดตั้งใหม่ คงจะไม่เกิดครับ และถ้าใครจะอัพเกรดรุ่น แนะนำให้ใช้ update-manager ดีที่สุดครับ
รายงานมั่ง
ก่อนอื่น ภาพที่ผมถ่ายอยู่ที่นี่ Flickr
งานนี้ก็ตั้งใจไปสังเกตการณ์ + ถ่ายรูป แหมครั้งแรกในประเทศไทยพลาดได้ไง และก็กะไปฟังเนื้อหาต่าง ๆ ด้วย ซึ่งก็เกินคาด เพราะเรื่องน่าสนใจเยอะมาก ๆ เล่นเอาลืมถ่ายรูปไปหลาย shot
จริง ๆ เตรียมไปพูดด้วย แต่ไปสายเอง แต่ไม่เป็นไร เพราะดูเนื้อหาคนอื่น ๆ แล้ว แปะหัวข้อไปก็คงอกหักเหมือนหลาย ๆ คน คราวนี้รู้ละ คราวหน้าต้องเตรียมหัวข้อดี ๆ สงสัยต้องโปรโมทล่วงหน้าด้วย
เนื่องจากไปสาย ถึงตอน 10.30 เพราะรถติดเอามาก ตั้งแต่รังสิต ยันแยกรัชวิภา
ลงชื่อแล้วโหวตได้ 3 หัวข้อก็หมดเวลาโหวตแล้ว
คนเยอะมาก ๆ
เลือกหัวข้อไม่ถูก
เข้าฟัง lightning talk (พรีเซนต์แบบสายฟ้าแลบ) เริ่มรู้สึกเหมือนโดนหมัดแย๊บ มึนนิด ๆ
แล้วก็ขึ้นไปดูข้างบน ตอนแรกฟังเรื่อง command line เบา ๆ สบาย ๆ ได้ trick มาอันสองอัน จริง ๆ ใช้ command line ประจำอยู่แล้ว เป็นแฟน bash อยู่ครับ
ฟังได้แป๊บนึง ก็ย้ายไปฟัง SSH ไม่ค่อยเครียด เพราะอันนี้ก็ใช้ประจำเหมือนกัน โดยเฉพาะ -D นี่ใช้บ่อย ไว้ใช้เข้า youtube อยู่พักนึง เสียดายสองหัวข้อนี้น่าจะอยู่ห้องเดียวกัน ไม่น่าทับเวลากันเลย
ต่อด้วย twitter ของคุณสุกรี สงสัยอยู่เหมือนกันว่าเบื้องหลังของ twitter นั้นทำได้อย่างไร เนื้อหาเบา ๆ มีสาระ สลับเสียงฮา งานนี้คาดว่าได้ผู้ใช้ twitter เพิ่มอีกหลายคน
ย้ายมาต่อ session ข้าง ๆ เรื่อง Web Accessibility โดยคุณปกป้อง เนื้อหาเข้มข้นจริงจังขึ้น มีคนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันหลากหลายดี งานนี้ เว็บไซต์ภาครัฐ รับไปเต็ม ๆ
อ้าว พี่โดมก็มา มาสายซะ อดพูดอีกคน พี่โบกมือภาพเบลอเลยอ่ะ มาเห็นทีหลัง โทษทีครับ
lunch session
หลังอาหารเที่ยง ฟัง Drupal + CCK + View อ้าว ลืมถ่ายรูป ฟังเพลิน
ต่อด้วย Ubuntu 8.04 preview โดยน้องจาก ubuntuclub พอดีเลย ยังไม่ได้ตามว่ารุ่นหน้ามีอะไรใหม่ แต่คิดว่ารอมันออกก่อนแล้วกัน ช่วงนี้ไม่มีเวลาเล่น ใช้ 7.10 ต่อไป
ลงมาข้างล่าง เฮ่ย ทำไมคนเยอะงี้ อ้าวเรื่อง AV Development Life Cycle งานนี้ฮากัน 90% สาระ 10% (มากกว่าที่คาด) มีการเก็บคุณสุกรีไว้เดี่ยวมุกปิดท้ายด้วย มีประเด็นให้คิดต่อกันหลายอย่างเหมือนกัน คิดว่างานนี้มีภาคต่อแน่
กลับขึ้นมาข้างบน ห้องนี้เรื่องอะไรหว่า? ไม่ได้ฟัง
Tsung มีคนสนใจเยอะ ไม่แน่ใจเพราะเนื้อหา หรือคนบรรยาย
หลังจากเรื่องนี้แล้วก็ไม่ได้ฟังห้องข้างบนอีก ลงไปกินกาแฟนั่งคุยกันข้างล่าง แล้วก็พึ่งมองเห็นห้องหมายเลข 4 เลยชวน @tongdee เข้าไปนั่งเล่น เค้าบรรยายจบพอดี มีปลั๊กไฟทุกมุมห้องเลยร้านนี้ เลยต่อโน๊ตบุ๊คเปิดเน็ต พอดีมีคนเข้ามาบรรยายเกี่ยวกับวัฒนธรรมการแชร์วิดีโอแบบญี่ปุ่น (จำชื่อไม่ได้) ซึ่งมีการต่อยอดงานกันไปมา สนุกดี ญี่ปุ่นนี้มีอะไรแปลก ๆ ที่คาดไม่ถึง แต่เน็ตบ้านเค้าคงเร็วน่าดู เห็นว่าเข้าบ้านเป็นสิบ ๆ เม็กกะบิตแน่ะ แรก ๆ ฟังกันไม่กี่คน แป๊บเดียวคนเต็มห้อง ไม่แพ้ห้องอื่นเลย หมดตรงนี้ก็ไม่เข้าฟังอันไหนละ หมดแรง
สรุป เป็นงานที่มีลักษณะพิเศษ คนเข้าร่วมคือคนจัดงาน เป็นวิทยากรด้วย (ถ้ามีคนโหวตให้) จัดกันง่าย ๆ ไม่ต้องเตรียมมาก จริง ๆ staffs เหนื่อยเยอะ คนมาแค่เตรียมเรื่องมาพูด ถ้าจะพูดนะ แล้วมาเลย อยากพูดไทยก็พูด พูดอังกฤษได้ก็ยิ่งดี ตอนแรกยังกลัวว่าจะไม่มีคนเสนอตัวมากนัก แต่ผิดคาด เตรียมกันมาพูดเยอะมาก อกหักไปหลายคน แต่ก็ไม่เป็นไร ได้มาร่วมก็ดีใจแล้ว
ได้รู้จักคนอีกหลายคน จำไม่ค่อยเก่งแฮะ ยังไงงานหน้าเจอกันอีกก็ทักกันได้ เป็นงานที่รวม geek ในไทยไว้เยอะสุดแล้วมั๊ง
สิ่งที่ได้เรียนรู้ สำหรับงานครั้งหน้า
ความคิดเห็นล่าสุด
32 นาที 11 วินาที ก่อน
3 hours 13 นาที ก่อน
3 hours 30 นาที ก่อน
3 hours 52 นาที ก่อน
4 hours 36 นาที ก่อน
6 hours 22 นาที ก่อน
7 hours 12 นาที ก่อน
7 hours 16 นาที ก่อน
10 hours 28 นาที ก่อน
11 hours 51 นาที ก่อน